ต้องให้สอน!! ชาญวิทย์เอาอีกปล่อยไก่ ตัวเบ้อเร่อ วิจารณ์ผิดๆถูกๆ หมดสภาพความน่าเชื่อถือ ..นักวิชาการ-ศาสตราจารย์พิเศษ ดร. ?

ต้องให้สอน!! "ชาญวิทย์"เอาอีกปล่อยไก่ ตัวเบ้อเร่อ วิจารณ์ผิดๆถูกๆ หมดสภาพ"ความน่าเชื่อถือ" ..นักวิชาการ-ศาสตราจารย์พิเศษ ดร. ?

Publish 2018-02-16 16:09:23

จากกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และภริยา พร้อมคณะรัฐมนตรีและคู่สมรสพร้อมใจกันแต่งชุดไทยย้อนยุค ชุดผ้าไทยย้อนยุคสมัยรัชกาลที่ 5 เยี่ยมชมงาน “อุ่นไอรัก คลายความหนาว” ที่ลานพระราชวังดุสิต เมื่อวันที่14 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา  ในวันแห่งความรักวาเลนไทน์อย่างพร้อมเพรียง

โดยพล.อ.ประยุทธ์ปรากฏตัว นุ่งโจงกระเบน เสื้อ สีม่วง สีโปรดทหารเสือราชินี ยืนโชว์ตัว ให้นักข่าวดู ก่อนขึ้นรถจากทำเนียบรัฐบาล. นำครม.ผบ.เหล่าทัพ ร่วมงาน"อุ่นไอรัก คลายความหนาว"

เรื่องดังกล่าวได้ถูกนำมาขยายความโดย ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.  “ชาญวิทย์ เกษตรศิริ”  อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  ที่ก่อนหน้านี้หลายคน ขนาดนาม ให้คำจำกัดความว่าเป็น “นักประวัติศาสตร์การเมือง” แถวหน้าคนประเทศไทย แต่มาถึงวันนี้จะยังคงรักษาความเป็น“นักประวัติศาสตร์การเมือง” ได้หรือไม่ ท่านผู้อ่านคงตัดสินได้ดี



 “ชาญวิทย์ เกษตรศิริ” ได้หยิบยกประเด็นการแต่งการย้อนยุค มาเปรียบเทียบกับความเป็นไทย ระบุเอาไว้ดังนี้

Why chong kaben is very Thai not Khmer ?
ทำไมนุ่ง 'โจงกะเบน' ถึงว่าเปน ไท้ไทย
ในเมื่อ 'โจง' เปน คำเขมร แปลว่า ผูก
ในเมื่อ 'กะเบน' ก้อเปน คำเขมร แปลว่า หาง
ดังนั้น นุ่งโจงกะเบน จึงน่าจะเปน การนุ่งแบบผูกหาง 
คือ นุ่งเขมร ไม่ใช่ หรือ ???

 



ต่อมาโลกออนไลน์ ผู้ใช้เฟสบุ๊ค “เสมา ขุนศึกรักสถาบัน” ได้โพสต์แสดงความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าวจากคำวิพากษ์ของ “ชาญวิทย์ เกษตรศิริ”  โดยระบุ

ผู้สาวเฒ่าคร่ะ คำว่าโจงกระเบน เขียนจังซี้ นะคร่ะ
" โจงกระเบน "
แล้วความหมายคำว่า " โจง " เป็นคำไทยนะครับ โจง ความหมายคือ โยงขึ้น หรือ รั้งขึ้น
กระเบน เป็นชื่อของปลาชนิดหนึ่งที่มีหางยาว ผ้านุ่งที่ม้วนๆนั่นแหละครับ หางปลากระเบน
สองคำรวมกันเป็น " โจงกระเบน " มิใช่ " โจงกะเบน "
ต้องให้สอน

 


อย่างไรก็ตามนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ “ชาญวิทย์ เกษตรศิริ” ปล่อยไก่  วิพากษ์วิจารณ์แบบผิดๆถูกๆ ขาดการค้นคว้า ตรวจสอบข้อมูล ลืมอุปนิสัย”นักวิชา-นักประวัติศาสตร์”  เฉพาะตัวจริง!! อย่างเช่น “การขุดคุ้ยแสวงหาความจริงความถูกต้อง” ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการเป็นนักประวัติศาสตร์ต้องมี!!

แต่ “ชาญวิทย์ เกษตรศิริ” กลับไม่มี...

ก่อนหน้านี้ “ชาญวิทย์ เกษตรศิริ” ได้วิพากษ์วิจารณ์ “กระเป๋าถือ” ของอ.น้อง หรือนางนราพร จันทร์โอชา ภริยานายกรัฐมนตรี “ชาญวิทย์ เกษตรศิริ”บิดเบือนข้อมูลข้อเท็จ อย่างไม่ละอายต่อผิดบาป

ซึ่งทั้ง2 กรณีที่เกิดขึ้น... ไม่คิดเลยว่าจะเกิดเหตุการณ์ ดังกล่าวเกิดขึ้น จะแสดงออกถึงความ “ตื้นเขิน” และเป็นผลที่จะทำให้ “ชาญวิทย์ เกษตรศิริ” ตายน้ำตื้นได้?! หมดสภาพความน่าเชื่อถือ


ในช่วง 10 ปีหลังมานี้ “แว่นสายตา” ของ “นักวิชาการวัย 76 ปี” มองเห็นแต่ภาพความผิดเพี้ยน จาก “ปัญญาชน”กลายเป็นผู้สร้างวาทกรรมข้างทาง ดังนั้นสิ่งที่ต้องติดตามคือในช่วงบั้นปลายชีวิตของ “ชาญวิทย์ เกษตรศิริ”จะถูกบันทึกลงในหน้าประวัติศาสตร์อย่างไร?

 

ขอบคุณ  “เสมา ขุนศึกรักสถาบัน”


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน