มันคนละเรื่องกัน!! บิ๊กตู่ แนะ ปชช. อย่าตัดสิน"คดีเปรมชัย-คนชำแหละหมี" คนจนคนรวย ติดคุก-ไม่ติดคุก (รายละเอียด)

มันคนละเรื่องกัน!! บิ๊กตู่ แนะ ปชช. อย่าตัดสิน"คดีเปรมชัย-คนชำแหละหมี" คนจนคนรวย ติดคุก-ไม่ติดคุก (รายละเอียด)

Publish 2018-02-28 08:05:57

   จากกรณีการเข้าจับกุมตัว นายอภิวัฒน์ นิลสนธิ  อายุ 33 ปี ที่บ้าน ปอหู หมู่ 4 ต.โป่งตาลอง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา พร้อมเนื้อและซากหมีควาย เพศเมีย อายุประมาณ 2 ปี น้ำหนักประมาณ 70 กก.ที่ชำแหละแล้ว พร้อมขยายผลตามยึดชิ้นส่วน หมีควาย ขา 4 ขา รวมทั้งอวัยวะ เนื้อที่ทอด รวมทั้งน้ำมันหมีที่เจียวแล้ว 1 ถุง ที่บ้านเลขที่ 173 หมู่ 14 ต.หมูสี อ.ปากช่อง ภายในตู้เย็น แต่ไม่พบเจ้าของบ้าน จึงควบคุมตัว นายอภิวัฒน์ นิลสนธิ  อายุ 33 ปี มาพร้อมของกลาง ซากหมีควาย ตราชั่งน้ำหนัก บ่วงสลิงตักหมี 1 ชุด หมีด และอื่น ๆ มาส่งมอบให้ ร.ต.อ.อาทิตย์ พูลไธสง  พนักงานสอบสวน สภ.หมูสี ซึ่งนายอภิวัฒน์ นิลสนธิ  อายุ 33 ปี ให้การว่า เมื่อคืนขณะนั่งดื่มสุราอยู่ที่บ้าน มีคนมาชวนไปดูหมี ที่ติดบ่วงดัก ในป่าข้าวโพด นอกเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ประมาณ 4 กม. เมื่อตนกับพวก 3 คน ไปเจอก็พบว่า หมีที่ติดบ่วง ไม่ทราบว่าใครดักไว้ พบว่าหมีตายไปแล้ว เนื่องจากติดบ่วงมานานหายวันขาดอาหารและน้ำ ตนกับพวกจึงนำหมีขึ้นรถกระบะ นำมาชำแหละและแบ่งให้พวกนำ ดีหมีและขาทั้ง 4 ขา พร้อมอุ้งตีน เพื่อนำไปขายเพื่อจะมาแบ่งกัน แต่ก็ยังไม่ได้เงิน มาวันนี้ก็ถูกเจ้าหน้าที่จับกุม ขอรับสารภาพว่าตนเป็นเพียงคนชำแหละ ไม่รู้เห็นการดักหมี หมีมาจากป่าอุทยานฯเขาใหญ่ 




    ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีคดีใหญ่ระดับประเทศซึ่งมี นายเปรมชัย กรรณสูต เจ้าของโครงการอิตาเลี่ยนไทยได้มีส่วนร่วมในการล่าสัตว์ในพื้นที่ของอุทยานทุ่งใหญ่นเรศวรซึ่งเป็นที่สนใจของสังคมในขณะนี้จึงเป็นที่เปรียบเทียบกันระหว่างคดีคนชำแหละหมีเขาใหญ่กับคดีของนายเปรมชัย เป็นเพราะว่า คดีคนชำแหละหมีควาย ผู้ต้องหาถูกจับเข้าสู่ขั้นตอนตามกฏหมายในทันทีโดยไม่ประวิงกรณีใดทั้งสิ้นแต่ในส่วนของคดีนายเปรมชัยนั้นที่มีหลักฐานอย่างมากมายแต่กลับมีข้อกังขากับข้อกฏหมายอีกมากมายแต่ยังจบคดีไม่ได้อีกทั้งยังมีการถอนข้อหาทารุณกรรมสัตว์ ซึ่งทำให้สังคมเกิดเสียงแตกและเป็นข้อเปรียบเทียบว่า คนจนติดคุก-คนรวยไม่ติดคุก


   โดยล่าสุด วันที่ 27 ก.พ.61  ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า  ในที่ประชุมนายกฯ เน้นย้ำว่า ในปัจจุบันสังคมไทยมีการตัดสินคนที่อยู่คนละกลุ่มกันไปก่อน ตามแนวความคิดความเชื่อของแต่ละกลุ่ม ซึ่งบางครั้งการใช้ความคิดของตัวเอง ในการตัดสินทำให้สังคมปั่นป่วน แทนที่จะเกิดความรัก สามัคคี และปรองดอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องในโซเชียลมีเดีย มีการแชร์ข้อความต่างๆ ต่อๆ กันไป เช่น กรณีที่มีการนำภาพคนชำแหละหมี ถูกจับติดคุกทันที หรือกรณีของนายเปรมชัย กรรณสูตร ประธานบริหารและ กรรมการ บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) สังคมเกิดความเข้าใจว่าทำไมรัฐบาลหรือหน่วยงานมีหลายมาตรฐาน ซึ่งนายกฯระบุว่า เรื่องเหล่านี้เป็นอันตรายต่อสังคม จึงขอให้ช่วยทำความเข้าใจว่าในข้อกฎหมาย จะเอามาเปรียบเทียบกันไม่ได้ว่าคนจนติดคุก คนรวยไม่ติดคุก เพราะยังเป็นเรื่องขั้นตอนทางกฎหมายที่ทุกคนก็ต่างเข้าใจกันอยู่ นายกฯ จึงอยากให้ทุกคนให้ความสำคัญและทำความเข้าใจกับเรื่องข้อกฎหมาย อย่าไปต่อว่าหรือด่าใครอย่างพร่ำเพรื่อ


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

วัชราวรรณ สุขสวัสดิ์