ทำความรู้จัก...ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ!?!ถอดความคิดไพร่หมื่นล้าน เจ้าของคำพูด ไม่ต้องหมอบกราบพระเจ้าองค์ไหน!!!ไม่ต้องสงสัย ไฉนคบคิดนิติราษฏร์?

ทำความรู้จัก...ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ!?!ถอดความคิดไพร่หมื่นล้าน เจ้าของคำพูด ไม่ต้องหมอบกราบพระเจ้าองค์ไหน!!!ไม่ต้องสงสัย ไฉนคบคิดนิติราษฏร์?

Publish 2018-03-03 11:48:59


กลายเป็นข่าวใหญ่ทางการเมืองของกลุ่มก้อนที่มีความคิดไปในทิศทางต่อต้านรัฐบาลคสช. เมื่อสื่อทุนตะวันตกอย่าง “สำนักข่าวบีบีซีไทย”  นำเสนอบทสัมภาษณ์   นายปิยะบุตร แสงกนกกุล  นักวิชาการด้านกฎหมายในปีนิติราษฎร์  แล้วใช้คำพาดหัวที่มีนัยสำคัญว่า  “Exclusive: "ไพร่หมื่นล้าน" จับมือ สมาชิก "นิติราษฎร์" เปิดตัวพรรคใหม่



สาระสำคัญในเวลาต่อมาของการนำประเด็นนี้มาขยายต่อก็คือ การแสดงรายละเอียดเพิ่มเติมของสื่อต่าง ๆ  ที่ระบุว่า   นายปิยะบุตร แสงกนกกุล   มีแนวคิดจะเดินออกรั้วมหาวิทยาลัย เพื่อเข้าสู่เวทีการเมืองอย่างจริงจัง  โดยมีชื่อของ นายธนาธร  จึงรุ่งเรืองกิจ  นักธุรกิจหนุ่ม  ทายาทคนโตของ นางสมพร และนายพัฒนา จึงรุ่งเรืองกิจ  ผู้ก่อตั้งกลุ่มไทยซัมมิท กรุ๊ป  เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยในฐานะผู้ร่วมอุดมการณ์



แน่นอนว่าโดยบทบาทของทั้งนายปิยะบุตร และนายธนาธร   ย่อมเป็นที่รู้จักกันดีจากช่วงจังหวะทางการเมือง   เริ่มจากนายปิยะบุตร  นักวิชาการสังกัดนิติราษฎร์ ที่มี ศ.ดร วรเจตน์ ภาคีรัตน์  เป็นแม่ทัพใหญ่  และเป็นผู้ต้นเริ่มแนวคิดในหลายเรื่องสำคัญ  ทั้งการเสนอให้ยกเลิกศาลรัฐธรรมนูญ แล้วจัดตั้งคณะตุลาการพิทักษ์ระบอบรัฐธรรมนูญ  ขึ้นมาแทน  โดยเห็นว่าศาลรัฐธรรมนูญมีการใช้อำนาจเป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐธรรมนูญในหลายประเด็น  รวมถึงยังมีข้อบกพร่องเรื่องการทำหน้าที่พิจารณาคดีเขาพระวิหาร  รวมถึงการทำรายการอาหารของนายสมัคร สุนทรเวช  อดีตนายกรัฐมนตรี  

 

 

ประเด็นสำคัญกลุ่มนักวิชาการคณะนิติราษฎร์เคยถูกระบุว่าเป็นผู้ริเริ่มให้เกิดกระบวนการนำไปสู่การแก้ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112  ว่าด้วยสาระคัญ  เรื่องการลดโทษผู้ประทำความผิด  และ ข้อยกเว้นความผิดการแสดงความเห็นที่อาจเข้าข่ายหมิ่นประมาท  ดูหมิ่น หรือการแสดงความอาฆาตมาดร้าย หากเป็นไปโดยสุจริตและรวมถึงการแสดงความข้อความเหล่านั้น  สามารถได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นความจริงและเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ  ตลอดจนให้สำนักราชเลขาธิการเท่านั้น  มีอำนาจเป็นผู้กล่าวโทษผู้ที่ทำความผิดแทนพระองค์

 

จนระยะต่อมาบทบาทสำคัญที่หลายคนยังจำได้ก็คือการเป็นศูนย์กลางในการรณรงค์โหวต NO  เพื่อคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ  พ.ศ. 2560

 

 

กลับมาทางด้าน   นายธนาธร  จึงรุ่งเรืองกิจ   ซึ่งเคยให้สัมภาษณ์เรียกตัวเองว่า “ไพร่หมื่นล้าน”  นอกจากพาร์ทบทบาทของการเป็นนักธุรกิจหนุ่มของกลุ่มซัมมิท กรุ๊ปแล้ว ยังออกมาแสดงความเห็นทางการเมืองที่กลายเป็น  ISSUE  ให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างเผ็ดร้อนผ่านสังคมโซเชียล  อาทิ  การติเตียนการชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย  ในช่วงปี  2551    โดยระบุว่าเป็นการสร้างความวุ่นวาย  ทำให้สังคมไทยแตกแยก

 

 

“วิธีที่จะหยุดความขัดแย้งทางการเมืองได้ คือ ร่วมเรียกร้องให้พันธมิตรฯหยุดการเคลื่อนไหว เพื่อให้รัฐบาลมีเป้าหมายชัดเจนในการรับมือกับวิกฤตเศรษฐกิจ การเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรฯที่ไร้เป้าหมาย (หรือใครตอบได้ว่าเป้าหมายของพันธมิตรฯปัจจุบันคืออะไร?) ทำให้สังคมแบ่งแยกและสร้างแนวโน้มที่จะก่อให้เกิดการรัฐประหาร ความวุ่นวาย และ/หรือความรุนแรง ซึ่งไม่มีประโยชน์อย่างใดกับเศรษฐกิจเลย รัฐที่ได้รับการเลือกตั้งจากประชาชนควรได้รับโอกาสในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ การเคลื่อนไหวที่เนิ่นนานของพันธมิตรฯ จะยิ่งทำให้ความมุ่งมั่นและเวลาที่เหลืออยู่น้อยสำหรับรัฐบาลในการรับมือปัญหาเศรษฐกิจน้อยลงไปอีก นักธุรกิจอาจต้องมีส่วนร่วมในการเตือนสติสังคม ด้วยการบอกว่าการเคลื่อนไหวที่ไร้ความชอบธรรมทางการเมือง และไร้ประโยชน์ต่อเศรษฐกิจควรที่จะหยุดตัวเองได้แล้ว” 

(ที่มา  :  ASTVผู้จัดการออนไลน์  18 เมษายน  2553 ) 

 

 

ไม่เท่านั้นกับตัวตนของนายธนาธร  ยังเคยถูกขยายความจาก (กิตติยศ  ไผ่เรื่อง)   เพื่อนนิสิตปริญญาโท  สาขาเศรษฐศาสตร์การเมือง  คณะเศรษฐศาสตร์   จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย    ว่า     

 

“ เอกเป็นคนเชื่อมั่นในตัวเองสูง ไม่ค่อยฟังใคร คิดว่าความคิดของตัวเองถูกต้องที่สุด และด้วยความที่เป็นคนเรียนเก่ง ไหวพริบดี อ่านหนังสือเยอะ แต่บางครั้งพอไปอ่านเจอตำราเรื่องราวบางอย่างที่ตัวเองเชื่อ เช่น ประวัติศาสตร์ฝรั่งเศส รัสเซีย ซึ่งมีการโค่นล้มระบอบกษัตริย์ ก็เลยคิดว่ามันใช่นะ เขามองว่าการค้าเสรีมันทำให้เศรษฐกิจดี ซึ่งเอกเขาเป็นนายทุนไง เขาจะมองในแง่นี้อยู่แล้วว่าอะไรที่ทำให้ระบบทุนนิยมขับเคลื่อนได้ช้าก็เป็นสิ่งไม่ไม่ดี เขามองว่าระบอบกษัตริย์เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ระบบเศรษฐกิจขับเคลื่อนได้ช้า คือพวกฝ่ายซ้ายบางคนไม่ได้ต่อต้านกษัตริย์โดยตรงนะแต่เขามีความเชื่อบางอย่างเกี่ยวกับการทำธุรกิจหรือแนวความคิดแบบทุนนิยม ซึ่งอาจจะมองว่าเห็นแก่ตัวก็ได้ ”  (ที่มา  :  ASTVผู้จัดการออนไลน์  24 เมษายน  2553 ) 

 

 

วันที่ 27 มิถุนายน 2558 นายธนาธร  หรือ “เอก”  โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว Thanathorn Juangroongruangkit   ปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหวของนักศึกษาต่อต้านเผด็จการ  ในนามกลุ่มประชาธิปไตยใหม่เพื่อวัตถุประสงค์ในการล้มสถาบันพระมหากษัตริย์

 

โดยนายธนาธร   ระบุว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่เป็นความจริง แต่ยอมรับว่าได้ไปที่หน้า สน.ปทุมวัน ในช่วงเย็นของวันที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมา

 (1) ผมไม่เคยเข้าร่วม/มีส่วนรู้เห็น หรือก่อการใดๆในขบวนการล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์เลย, (2) ผมไม่เคยข้องเกี่ยวหรือรับเงินจากคุณทักษิณเพื่อการเคลื่อนไหวทางการเมืองใดๆ และ (3) ผมไม่เคยยุ่งเกี่ยว/ชักจูงหรือมีอิทธิพลทางความคิดต่อกลุ่มนักศึกษาที่เคลื่อนไหวอยู่ในขณะนี้ใดๆเลย การกระทำของพวกเขาล้วนมาจากเจตจำนงค์อันแน่วแน่และเป็นอิสระของพวกเขาทั้งสิ้นv

 

ขณะที่มีการแชร์ภาพแบนเนอร์พร้อมข้อความในส่วนล่างของโพสต์ดังกล่าว  ว่า 

 

ประชาธิปไตย!

สิทธิมนุษยชน!

ความยุติธรรม!

การมีส่วนร่วม!

สันติวิธี!

เผด็จการจงพินาศไป ประชาธิปไตยจงเจริญ

 

 

ต่อมาเมื่อช่วงกลางปี  2560   นายธนาธร  หลานแท้ ๆ ของนายสุริยะ  จึงรุ่งเรืองกิจ  และอดีตเพื่อนร่วมชั้นเรียนของ  นายพานทองแท้ ชินวัตร    ได้โพสต์ข้อความในช่วงเดินทางไปสหรัฐอเมริกา  ในฐานะ   รองประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทไทยซัมมิท  แต่บางช่วงบางตอนกลับทำให้เกิดข้อคำถามว่ามีเจตนาแฝงอะไรหรือไม่  อย่างไร  ??

 

 <1 Thai Summit Drive>

The only god in town is the god of science and technology.

 

“พระเจ้าองค์เดียวที่จะช่วยเราได้ในอุตสาหกรรมระดับโลกคือพระเจ้าแห่งวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

 

บ้านเลขที่หนึ่ง ถนนไทยซัมมิท ในรัฐแคนตั้กกี้ คือที่ตั้งของโรงงานผลิตตัวถังรถยนต์แห่งใหม่ของกลุ่มไทยซัมมิท เทคโนโลยีการผลิตโครงสร้างรถยนต์น้ำหนักเบาของเราได้รับการยอมรับจาก Tesla รถยนต์ Tesla Model 3 ใช้ชิ้นส่วนโครงสร้างจากเทคโนโลยีของเรา และทำให้เราสร้างธุรกิจกับ Tesla ได้ปีละ ๑๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ

 

โครงสร้างที่เบาลงทำให้รถยนต์สามารถวิ่งได้ไกลขึ้นต่อหนึ่งหน่วยพลังงาน นั่นหมายถึงยานยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและอนาคตที่ยั่งยืนมากขึ้นของโลกมนุษย์

 

ผู้ว่าการรัฐแคนตั้กกี้เห็นถึงความสำคัญของการจ้างงานคุณภาพและเทคโนโลยีสีเขียว จึงได้มอบถนนไทยซัมมิท หรือ “Thai Summit Drive”  พร้อมกับบ้านเลขที่ ๑ ของถนนเพื่อเป็นเกียรติให้กับเรา ในอนาคตใครมาตั้งสถานประกอบการในถนนนี้ก็ต้องใช้ชื่อของเรา

 

ไม่ต้องหมอบกราบพระเจ้าองค์ไหน หรือบริจาคเงินให้ผู้วิเศษองค์ใด อนาคตของความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมไทยอยู่ที่ความก้าวหน้าด้านวิทยศาสตร์และเทคโนโลยี

 

 

 

 

ที่มาภาพ :  BBCไทย




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ศิริพงษ์ หนูแก้ว