สู้หนนี้..เพื่อชาติ!!พนง.TOT ทั่วปท.ลุกฮือใหญ่ ปักธงค้านโอนย้ายโครงข่ายบรอดแบนด์ ซัดแรงทำลายรัฐวิสาหกิจไทย ไล่กก.ผจก.ใหญ่พ้นตำแหน่ง!?(คลิป)

Publish 2018-03-12 17:23:32

เป็นอีกหนึ่งการเคลื่อนไหวของกลุ่มสหภาพ บมจ.ทีโอที  โดยมีอดีตแกนนำสหภาพรัฐวิสาหกิจอย่าง นายสมศักดิ์ โกสัยสุข  เข้าร่วมเป็นกำลังใจ    ในการเรียกร้องความชอบธรรมให้กับองค์กร  สำหรับแผนงานการแยกทรัพย์สินประเภทอุปกรณ์โครงข่ายหลัก  ไปตั้งเป็นบริษัทโครงข่ายบรอดแบนด์แห่งชาติ จำกัด หรือ NBN Co.  และ บริษัทโครงข่ายระหว่างประเทศและศูนย์ข้อมูลอินเทอร์เน็ต จำกัด  หรือ NGDC Co.  

 



โดยล่าสุด สหภาพแรงงานบริษัทีโอที จำกัด (มหาชน )  ที่มี นายพงศ์ฐิติ พงศ์ศิลามณี  ประธานสหภาพฯ  ได้เข้ายื่นคำฟ้อง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  คณะรัฐมนตรี  ต่อศาลปกครองกลางเพื่อขอให้มีคำพิพากษาเพิกถอนการจัดตั้งบริษัทโครงข่ายบอรดแบนด์แห่งชาติ จำกัด ( NBN CO.) กับบริษัทโครงข่ายระหว่างประเทศ และศูนย์ข้อมูลอินเทอร์เน็ต จำกัด (NGCD CO.) และสั่งห้ามโอนทรัพย์สินที่เป็นสาธารณะสมบัติของแผ่นดินอันเป็นทรัพย์สินที่ใช้ประโยชน์ของแผ่นดินให้แก่บริษัททั้งสอง 

 

 


ทั้งนี้  นายพงศ์ฐิติ  ระบุว่า   ตามที่ครม. และกระทรวงดิจิทัลฯ  มีมติเมื่อวันที่ 13  มิ.ย. 2560  เร่งดำเนินการให้ บมจ.ทีโอที  และ บมจ. กสท โทรคมนาคม  จัดตั้งบริษัทสองบริษัทดังกล่าว  และให้โอนโครงข่ายโทรคมนาคมไปให้นั้น โดยกำหนดต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนมี.ค.นี้   ทางสหภาพฯและพนักงานบมจ.ทีโอที  ผลดังกล่าวจะทำให้ทั้ง  บมจ.ทีโอที  และ บมจ. กสท โทรคมนาคม  ไม่มีโครงข่ายสื่อสารหลักเป็นของตนเอง   รวมถึงจะทำให้  บมจ.ทีโอที  และ บมจ. กสท โทรคมนาคม  ไม่มีศักยภาพเพียงพอต่อการแข่งขันทางธุรกิจในอนาคต เนื่องจากคู่แข่งขันซึ่งเป็นบริษัทเอกชนรายใหญ่  ล้วนมีอุปกรณ์และโครงข่ายสื่อสารหลักเป็นของตนเอง

 

 

“ที่ผ่านมาทางพนักงานทีโอทีได้มีการยื่นหนังสือคัดค้านการโอนทรัพย์สินดังกล่าวต่อพล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา  ผ่านศูนย์ดำรงธรรมต่าง ๆ  และจุดบริการรับเรื่องร้องเรียนของประชาชน แต่ปรากฏว่าเรื่องทั้งหมดกลับเงียบหาย  และจากการติดตามความคืบหน้า ทราบว่าเรื่องต่างๆ ถูกส่งต่อไปที่กระทรวงดิจิทัลฯแต่ก็ไม่มีคำตอบหรือคำชี้แจงใดจากผู้รับผิดชอบเลยแม้แต่น้อย”

 

ช่วงท้าย นายพงษ์ฐิติ  พร้อมด้วยแถลงการณ์ของพนักงานบมจ.ทีโอที  เน้นย้ำเหตุผลการคัดค้านการโอนย้ายทรัพย์สินไปไว้ในบริษัทลูกทั้งสอง  อาทิเช่น 

 

1.การแยกทรัพย์สินโครงข่ายบอร์ดแบนด์ของบมจ.ทีโอที  แล้วโอนให้ NBN Co.   ผิดหลักการของโครงข่ายบรอดแบนด์แห่งชาติ  ตามที่รัฐบาลเห็นชอบ  เพราะ NBN Co.   ไม่มีสถานะที่จะเป็นบริษัทโครงข่ายบรอดแบนด์แห่งชาติ  ตามที่กระทรวงดิจิทัลฯและคนร.ต่างปรารถนาจะให้เป็น ...

 

2.รัฐบาลประเทศออสเตรเลียได้จัดตั้งบริษัท NBN Co.   ขึ้นเช่นเดียวกัน  แต่ข้อแตกต่างระหว่าง NBN Co.  ของไทยกับออสเตรเลีย คือ ของออสเตรเลียจะรวมเอาโครงข่ายทั้งหมดทุกเทคโนโลยีและที่อยู่ในการครอบครองของเอกชนด้วยมาไว้ที่เดียวกัน โดยบริษัทเอกชนจะทำหน้าที่เพียง Service providers และ NBN Co.   ของออสเตรเลีย  จำทำหน้าที่เป็น Network Provider 

 

3.บมจ.ทีโอที มีทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์ อันได้แก่  โครงข่าย IP Broadband  โครงข่ายเส้นใยแก้วนำแสง  ท่อ Duct  ใต้ดิน  เสาโทรคมนาคม  รวมทั้งคลื่นความถี่ 2100 MHz และ 2300 MHz ที่จะสามารถนำมาผนวกให้บริการบรอดแบนด์ได้ทั้งแบบมีสายและไร้สาย ดังนั้นหากจะให้ บมจ.ทีโอที ทำบทบาท NBN Co.   จะสมบูรณ์ภายในองค์กร

 

4.การสรหาผู้บริหารใน NBN Co.   พบว่าส่วนใหญ่เคยเป็นผู้บริหารของบมจ.ทีโอที  ที่ไม่ทำหน้าที่เกี่ยวกับโครงข่ายบรอดแบนด์ โดยเฉพาะโครงข่ายเส้นใยแก้วนำแสง  แต่เป็นผู้บริหารที่ดูแลงานให้ลูกค้า  ตรงข้ามคนที่องค์ความรู้  มีทักษะในการปฏิบัติงานกลับไม่ถูกเลือก  จึงถือเป็นความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง

 

5.บมจ.ทีโอที ดำเนินการโอนทรัพย์สินไปยัง NBN Co.   ยังไม่ครบถ้วนตามที่มติครม.กำหนด แต่รัฐมนตรียังไม่ได้ให้ความเห็นชอบในทรัพย์สินที่จะโอนย้าย  ดังนั้นการโอนย้ายสาธารณะสมบัติของแผ่นดิน โดยไม่มีกฎหมายรองรับ  จึงเป็นการดำเนินการที่มิชอบโดยกฎหมาย

 

 

 

"สองบริษัทที่ตั้งขึ้น เป็นนิติบุคคลในระบบกฎหมายเอกชน แต่โครงข่ายโทรคมนาคม และทรัพย์สินต่างๆ เป็นสาธารณะสมบัติของแผ่นดินที่ยังไม่ได้ถูกถอนให้เป็นทรัพย์สินของแผ่นดินธรรมดา จึงไม่สามารถที่จะโอนไปเป็นของ  2 บริษัทดังกล่าวได้ และการโอนทรัพย์สินดังกล่าวก็ไม่เปิดให้ประชาชนทั่วไปและผู้ที่เกี่ยวข้องได้ร่วมแสดงความคิดเห็นทั้งที่โครงข่ายคมนาคมก็เป็นทรัพย์สินที่ไม่ต่างจากท่อก๊าซของปตท. ที่เป็นทรัพย์สินของแผ่นดินซึ่งไม่สามารถโอนย้ายได้ "

 

ทั้งหมดจึงเป็นที่มาในข้อสรุปขอให้รัฐบาลยกเลิกแนวทางการฟื้นฟู บมจ.ทีโอที ด้วยการแยกทรัพย์สินของ บมจ.ทีโอที ไปไว้ที่  NBN Co.   และ NGDC  Co.  และเริ่มต้นเสนอแนวคิดการปฏิรูปองค์กรอย่างแท้จริง

 

รวมถึงขอให้พิจารณากำหนด Business Model ของบมจ.ทีโอที เป็นผู้บริหารโครงข่ายบรอดแบนด์แห่งชาติ แทนการแยกทรัพย์สินไปไว้ในบริษัทลูก  NBN Co.  นอกจากนั้นยังขอเรียกร้องให้กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ทีโอที ลาออกจากตำแหน่ง ในฐานะผู้บริหารสูงสุดที่เห็นชอบและนำเสนอรัฐบาล โดยมิได้โต้แย้งหรือให้ความเห็นในฐานะที่เป็นผู้ประกอบธุรกิจ ทั้งที่ย่อมรู้ดีว่าการตั้งบริษัทลูกแล้วโอนย้ายทรัพย์สินโครงข่ายของ บมจ.ทีโอทีไปให้บริษัทลูก เป็นการทำให้ บมจ.ทีโอทีอ่อนแอลง 

 

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

บุญชัย ธนะไพรินทร์