อภิมหาฉาวรัฐสภาใหม่!!!4 ปีสร้างไม่เสร็จ..ขอเลื่อน 3 รอบไม่พอ “ซิโน-ไทย”จ่อฟ้องเรียกเงิน 1.6 พันล้าน “อนุทิน”ร้อนตัวโต้ไม่ใช่ความผิดบริษัท??

อภิมหาฉาวรัฐสภาใหม่!!!4 ปีสร้างไม่เสร็จ..ขอเลื่อน 3 รอบไม่พอ “ซิโน-ไทย”จ่อฟ้องเรียกเงิน 1.6 พันล้าน “อนุทิน”ร้อนตัวโต้ไม่ใช่ความผิดบริษัท??

Publish 2018-04-04 21:39:46

ถือเป็นหนึ่งโครงการที่มีงบฯลงทุนสูงถึงกว่า 1.2 หมื่นล้าน  แต่กลายเป็นว่า  “โครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่” หรือ “สัปปายะสภาสถาน”  ที่มีแนวคิดเริ่มต้นจัดสร้างมากว่า 20  ปีกลับยังไม่แล้วเสร็จสิ้นสมบูรณ์  โดยเฉพาะตั้งแต่ปี 2556  หรือเมื่อ 4 ปีทีผ่านมา  หลังจากได้บริษัทก่อสร้างยักษ์ใหญ่  อย่าง  บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) เข้ามารับผิดชอบ   แต่กลายเป็นว่าจนถึงปัจจุบัน   โครงการนี้ก็ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ   ซ้ำร้ายบริษัทเอกชนรายดังกล่าว   ประกาศจะเรียกร้องค่าเสียหายจากสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เป็นเงินกว่า  1.6 พันล้านบาท โดยโยนความผิดทั้งหมดให้กับสำนักงานเลขาธิการสภาฯ

 



ทั้งนี้จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า  ประเด็นดังกล่าวเริ่มต้นมาจาก  นาย พีระ นาควิมล   ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการบริษัทซิโน-ไทย  ซึ่งมีอีกสถานะหนึ่งเป็น  ผู้อำนวยการโครงการก่อสร้างรัฐสภา  ออกมาเปิดเผยว่า บริษัทเตรียมพิจารณาข้อสรุปและความเสียหาย เพื่อยื่นฟ้องสำนักงานเลขาธิการสภาฯ ต่อศาลปกครอง ในฐานะที่ทำให้บริษัทขาดทุนกว่า 3 พันล้านบาท  จากการดำเนินการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่  เนื่องจากสำนักงานเลขาฯส่งมอบพื้นที่ก่อสร้างมาให้ล่าช้ากว่ากำหนด  เป็นผลทำให้บริษัทต้องเสียค่าจ้างพนักงานและค่าทำงานในพื้นที่เพิ่มกว่าวันละ 1 ล้านบาท รวมระยะเวลาที่ผ่านมารวมแล้ว  1,400 กว่าวัน  ส่วนยอดเงินประมาณการณ์ค่าความเสียหายในการฟ้องร้องครั้งนี้จะอยู่ที่ 1,673 ล้านบาท  และอาจสูงกว่านี้  ซึ่งถ้าได้ตัวเลขสุดท้ายเป็นเท่าไรก็อาจจะส่งฟ้องทันที


 

 

ประเด็นน่าสนใจก็คือ  ทางด้าน  นายสรศักดิ์   เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร   ได้ออกมาให้สัมภาษณ์อย่างแข็งกร้าว   โดยยืนยันว่า  จะไม่จ่ายค่าเสียหายจำนวนกว่า 1,600 ล้านบาทอย่างที่มีการเรียกร้องอย่างแน่นอน   และเท่าที่ทราบ  ซิโน-ไทย  ได้มีการเรียกร้องให้มีการจ่ายค่าเสียหายมาแล้วหลายครั้ง    ในทางตรงข้ามตอนนี้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนความโปร่งใสที่มาที่ไปการดำเนินการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ในอดีตที่ผ่านมาเช่นเดียวกัน  

 

 

สอดรับกับข้อมูลของ นายวัชระ  เพชรทอง  อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์   ที่ออกพูดถึงเรื่องการขยายเวลาการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่เป็นรอบที่ 3    อีก  674  วัน     ว่า  การขยายเวลาการก่อสร้างรวมแล้ว   1,482 วัน    จากเดิมในสัญญากำหนดไว้เพียง 900 วัน  ทำให้ต้องใช้เวลาการก่อสร้างยาวนานถึง 2,382 วัน   ส่วนตัวเชื่อว่าเหตุนี้ไม่ใช่เรื่องปกติแน่นอน   จึงเตรียมยื่นหนังสือร้องให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เข้าไปตรวจสอบการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่นี้ต่อไป

 

 

“สำหรับตนเองต้องถือว่า  ซิโน-ไทย   เป็นบริษัทผู้รับเหมาที่ได้รับความเมตตาจากภาครัฐมากที่สุดให้สามารถขยายเวลาการก่อสร้างมาได้ถึง  3 ปี   เริ่มต้นจากข้อสังเกตว่า การขยายเวลาครั้งแรกที่นายจเร  พันธุ์เปรื่อง   ตัดสินใจอนุมัติให้ขยายเวลาไม่ครบตามจำนวนบริษัทแจ้งขอมา  กลายเป็นนายจเรกลับถูกคำสั่ง ม.44 ให้ย้ายไปดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี    จึงน่าสงสัยว่าการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทเอกชนหรือไม่    ประเด็นสำคัญก็คือบริษัทรับเหมาก่อสร้างเองก็ทราบอยู่แล้วว่า ทางสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจะส่งมอบพื้นที่แต่ละส่วนไม่พร้อมกัน เหตุใดจึงไม่มีการวางแผนก่อสร้างเพื่อรองรับเหตุการณ์ ถือเป็นข้อน่าสงสัยจนสุดท้ายก็เกิดปัญหาเช่นทุกวันนี้”

 

 

อย่างไรก็ตาม  นายอนุทิน  ชาญวีรกูล  หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย  ซึ่งกำลังเตรียมตัวเข้าสู่การเลือกตั้งในช่วงต้นปี  2562    และอดีตกรรมการผู้จัดการ  ซิโน-ไทย   ได้ออกมาระบุว่าปัญหาทั้งหมดไม่ใช่ความผิดพลาดของบริษัทอย่างที่มีการกล่าวหา  และไม่เคยใช้อิทธิพลในการต่อสัญญา   เพราะถ้าการส่งมอบพื้นที่เป็นไปตามกำหนด ทางบริษัทก็ต้องก่อสร้างให้เสร็จภายในเวลา 900 วันตามสัญญา

 

 

ขณะที่จากการตรวจค้นข้อมูลเพิ่มเติม พบว่า  โครงการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ ในความรับผิดชอบของ  บริษัทซิโน-ไทย    เริ่มต้นตั้งแต่ในเดือนมีนาคม 2556  เมื่อมีการเปิดประมูลคัดเลือกเอกชนเพื่อก่อสร้างอาคารและอาคารประกอบของรัฐสภาแห่งใหม่  ก่อนจะได้ บริษัท ซิโน-ไทย  เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง  เนื่องจากเสนอราคาต่ำสุดมูลค่า 12,280 ล้านบาท และ มีระยะดำเนินการ 900 วัน หรือตั้งแต่ 8 มิถุนายน 2556 - 24 พฤศจิกายน 2558

 

อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา  โครงการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ได้มีการขยายเวลามาโดยตลอด  และด้วยเงื่อนไขเดิม ๆ คือผลกระทบจากการส่งมอบพื้นที่ก่อสร้างล่าช้ากว่ากำหนด  เริ่มต้นจากการขยายเวลาครั้งแรกจำนวน 387 วัน   จากกำหนดสิ้นสุดในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2558 เป็น 15 ธันวาคม 2559   

 

แต่หลังจากดำเนินการก่อสร้างมาได้ระยะหนึ่ง  การดำเนินการประสบปัญหาเรื่องการระบายดินที่ขุดขึ้นมาเพื่อสร้างชั้นใต้ดินของอาคารรัฐสภาราว 5 แสนลูกบาศก์เมตร ทาง บริษัทซิโน-ไทย  จึงขอขยายเวลาครั้งที่ 2  อีก   421 วัน  กำหนดสิ้นสุดในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561  ที่ผ่านมา

 

 

แต่ทุกอย่างก็เป็นไปตามข้อมูลปรากฏก่อนหน้า   คือ มีการขอขยายแผนงานก่อสร้างอีกครั้งเป็นรอบที่    โดยทาง บริษัทซิโน-ไทย   อ้างถึงปัญหาการส่งมอบพื้นที่ในส่วนของโรงเรียนโยธินบูรณะ  โดยขอขยายเวลาอีกจำนวน 926 วัน  แต่สำนักเลขาธิการสภาฯ เห็นชอบให้ขยายเวลาเพียง 674  วัน  ทำให้กำหนดสิ้นสุดการส่งมอบโครงการในวันที่ 15   ธันวาคม 2562

 

สรุป 3 ครั้ง บริษัท ซิโน-ไทยฯ  ได้ขอขยายเวลาส่งมอบโครงการรวมระยะเวลาแล้ว   1,497 วัน หรือกว่า 4 ปี   จากกำหนดเดิมต้องแล้วเสร็จภายใน 900 วัน หรือประมาณ 2 ปี 4 เดือน  ขณะที่ในสัญญาเดิมระบุว่า   หากการก่อสร้างไม่เป็นไปตามที่กำหนด ผู้รับเหมาต้องเสียค่าปรับวันละประมาณ 12 ล้านบาท ซึ่งถ้าคำนวณกันตามตัวเลขดังกล่าว  บริษัทซิโน-ไทย  จะต้องเสียค่าปรับถึงเกือบ 1.8 หมื่นล้านบาท  แต่กลายเป็นว่าวันนี้ บริษัทซิโน-ไทย   กำลังมีแผนจะฟ้องเรียกค่าเสียหายจาก สำนักงานเลขาธิการสภาฯ เป็นเม็ดเงินกว่า 1.6 พันล้านบาท

 

 

อย่างไรก็ตามเมื่อช่วงต้นเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา  นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในฐานะประธานรัฐสภา  กล่าวภายหลังลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างสัปปายะสภาสถาน หรือ อาคารรัฐสภาแห่งใหม่   ว่า  ขณะนี้การก่อสร้างมีความคืบหน้าเกือบร้อยละ 50 แล้ว  ซึ่งที่ผ่านมามีการเร่งรัดการก่อสร้างโดยตลอด โดยเฉพาะห้องประชุมพระจันทรา สำหรับ ส.ว. ให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้ ส่วนห้องประชุมพระสุริยันสำหรับ ส.ส. คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณเดือนมี.ค. 2562  

 

 

ขอบคุณภาพ :  FB  ต่อตระกูล ยมนาค  

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

กำพลาภร พุฒิพุทธ

ติดตามข่าวอื่นๆ