"เดียร์" โพสต์8ปีเสียชีวิต"เสธแดง"แดกดันทหารต้องปกป้องประชาชน ..ต้องย้อนเส้นทางครั้งมีชีวิตกับการคาดเดา ที่มักจะเป็นจริง?!

"เดียร์" โพสต์8ปีเสียชีวิต"เสธแดง"แดกดันทหารต้องปกป้องประชาชน ..ต้องย้อนเส้นทางครั้งมีชีวิตกับการคาดเดา ที่มักจะเป็นจริง?!

Publish 2018-05-13 19:56:48

13 พ.ค.61 ครบรอบ 8 ปีการเสียชีวิตของพลตรี ขัตติยะ สวัสดิผล หรือที่รู้จักกันดีในนามของ เสธ.แดง เป็นประจำแบบทุกปีที่ น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย บุตรสาวของเสธ.แดงได้เคลื่อนไหว ซึ่งในปี โพสต์ข้อความรำลึกการเสียชีวิตของพลตรี โดยโพสต์แดกดันทหาร ทำนองว่า ทหารต้องนักรบ ไม่ใช่ทหารนักกอล์ฟโดยระบุว่า

คุณพ่อพูดอยู่เสมอว่า คุณพ่อคือทหารนักรบ ที่ออกรบจริงๆ ไม่ใช่ทหารนักกอล์ฟ ที่วันๆ เอาแต่แจกของ ร้องเพลง
เมื่อทหารนักรบคือทหารที่ปกป้องชาติ แน่นอนว่าการปกป้องประชาชนคือสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน คุณพ่อจึงเลือกที่จะกระโดดออกจากกองทัพ เพื่อมายืนเคียงข้างประชาชนที่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตย และอยู่กับประชาชนจนวาระสุดท้ายของชีวิต
เดียร์เคารพในการตัดสินใจของคุณพ่อที่เลือกยืนอยู่ข้างประชาชน ประเทศไทยต้องการทหารที่ปกป้องประชาชนค่ะ ไม่ใช่ทหารที่ปกป้องทหารด้วยกันเอง และไม่ใช่ทหารการเมือง


วันนี้ 13 พฤษภาคม 2561 ครบ 8 ปีที่คุณพ่อถูกลอบยิงและต้องจบชีวิตลงพร้อมกับประชาชนจำนวนมากที่เรียกร้องสิ่งที่เป็นพื้นฐานที่สุดในระบอบประชาธิปไตย นั่นคือการเลือกตั้ง เพื่อกำหนดอนาคตของประเทศด้วยตนเอง สิ่งนี้คือข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ ที่ไม่ว่าจะอีก 10 ปี หรือ 100 ปี ก็ไม่มีอะไรจะเปลี่ยนข้อเท็จจริงนี้ไปได้

แต่สำหรับตอนนี้ เป็นเรื่องของเดียร์ เป็นเรื่องของทุกคนที่ยังมีชีวิตอยู่ ที่ยังต้องร่วมกันสร้างประเทศไทยให้เป็นของประชาชนอย่างแท้จริง

ขอบคุณทุกคนสำหรับความรักและกำลังใจที่มีให้กันเสมอมาค่ะ

 



อย่างไรก็ดี มีอีกเรื่องที่น.ส.ขัตติยา ในฐานะผู้เป็นบุตรต้องรับรู้ครั้งหนึ่ง เสธ.แดงประกาศข่มขู่ผู้ชุมนุมพันธมิตรฯ ว่าจะต้องบาดเจ็บล้มตายจากระเบิด M79 หากยังดื้อดึงชุมนุมในทำเนียบรัฐบาล พร้อมกับประกาศความสำเร็จผ่านเว็บไซต์ เสธ.แดง หลังจากมีระเบิดเกิดขึ้นจริง แต่ในเดือน พ.ย.2551 เมื่อถูกกองทัพบกตั้งกรรมการสอบในกรณีดังกล่าวทั้งทางวินัยและทางอาญา เสธ.แดงกลับปฎิเสธว่าตนไม่มีส่วนรู้เห็นกับเรื่องดังกล่าว และอ้างว่าที่ออกมาให้สัมภาษณ์ก็เป็นเพียงการแจ้งเตือนพันธมิตรฯเท่านั้นมิใช่การข่มขู่แต่อย่างใด อีกทั้งยังชี้แจงกรณีการฝึกกำลังนักรบพระเจ้าตากด้วยว่าได้ยุติการฝึกไปแล้ว ซึ่งขัดแย้งกับการให้สัมภาษณ์กับทางสถานีโทรทัศน์พีเพิลชาแนล เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. 2552 อย่างสิ้นเชิง 

 

ทั้งนี้ ในช่วงที่ถูกตั้งกรรมการสอบ เสธ.แดง ยังออกมาแสดงความเห็นที่มิบังควรโดยกล่าวว่า “ใครก็ปลดผมไม่ได้ คนที่จะปลดผมได้มีคนเดียวคือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ส่วนคนเสนอชื่อขึ้นไปคือ ผบ.ทบ. ผ่าน ผบ.ทหารสูงสุด และปลัดกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีกลาโหม ซึ่ง ผบ.ท.บ.คงจะเกษียณก่อนที่จะมาปลดผม ผมคงไม่ไปเซ็นรับทราบข้อกล่าวหาเพราะไม่ได้ทำอะไรผิด” 

 

 

ทว่า การตั้งกรรมการสอบสวน เสธ.แดง ข่าวดังกล่าวได้เงียบหายไปจนกระทั่งเมื่อเดือน ธ.ค.2552 เสธ.แดง ถูกตั้งกรรมการสอบอีกครั้งหลังจากที่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ในขณะนั้น ออกมาระบุว่าเป็นหน้าที่ของกองทัพที่ต้องตรวจสอบกรณีที่ เสธ.แดงนำทหารพรานมาเป็นการ์ดรักษาความปลอดภัยให้กับผู้ชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดง เมื่อวันที่ 10 ธ.ค. 2552 เพราะการนำทหารพรานมาสู้กับข้าราชการทหารและตำรวจคงเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย ซึ่งทำให้กองทัพนั่งไม่ติดและมีคำสั่งตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัย เสธ.แดง ซึ่งผลการสอบเสนอให้มีการสั่งพักราชการ เสธ.แดง โดยไม่มีกำหนด และได้มีการส่งผลการสอบสวนให้ พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ในขณะนั้น พิจารณา


ทันทีที่มีข่าวว่าเสธ.แดงจะถูกสั่งพักราชการ เสธ.แดงก็ออกมาประกาศกร้าวว่าหากเขาถูกสั่งพักราชการจริงก็ไม่รับรองรองว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น และเมื่อ พล.อ.ประวิตร ลงนามสั่งพักราชการ เสธ.แดง และให้ลงโทษทางวินัยและอาญาในความผิดสองกรณี คือ 1.หนีราชการไปต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้บังคับบัญชา และ 2.ให้สัมภาษณ์หมิ่นผู้บังคับบัญชา ต่อมาในช่วงเช้ามืดของวันที่ 15 ม.ค.2553 ก็ปรากฏว่าตึกบัญชาการกองทัพบก ซึ่งเป็นที่ทำงานของ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ถูกยิงถล่มด้วย M-79 ซึ่งจากพฤติกรรมที่ผ่านมาของ เสธ.แดง ทำให้ทางกองปราบปรามและกองทัพบกตัดสินใจสนธิกำลังเข้าตรวจค้นบ้านพักของ เสธ.แดง และลูกน้อง ในย่านเกียกกาย ในช่วงบ่ายวันที่ 21 ม.ค.2553 และได้พบอาวุธสงครามจำนวนมาก ซึ่งทันทีที่ เสธ.แดงทราบเรื่องก็ออกมาบอกปัดทันทีว่าเหตุระเบิดครั้งนี้ไม่ใช่ฝีมือของตน แต่น่าจะเป็นฝีมือของกลุ่มนักรบศรีวิชัย พร้อมทั้งกล่าวข่มขู่ พล.อ.อนุพงษ์ ผู้บังคับบัญชาด้วยว่าให้ระวังชีวิตลูกเมียให้ดี 

 

 

 

ในเย็นวันเดียวกันกับที่มีการนำกำลังบุกค้นบ้านพัก เสธ.แดง เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้นำกำลังไปดักจับเจ้าตัวที่สนามบินสุวรรณภูมิ เนื่องจากทราบข่าวว่า เสธ.แดงจะบินกลับจากหาดใหญ่ในช่วง 21.00 น. แต่กลับไม่มีวี่แววของ เสธ.แดงแต่อย่างใด จนมีข่าวเล่าลือว่าเสธ.แดงอาจหนีไปอยู่ต่างประเทศเช่นเดียวกับ นายทักษิณ ชินวัตร ต่อมาในช่วงค่ำวันที่ 23 ม.ค.2553 เสธ.แดงก็ปรากฏตัวที่บ้านพักของเขาใน ม.พัน 4 รอ.ย่านเกียกกาย 

 

ในเวลานั้นหลายคนตั้งคำถามไปที่เสธ.แดง เป็นผู้มีความสามารถพิเศษ ในการคาดเดาเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างแม่นย้ำ และนี่เป็นเพียงบางช่วงของเส้นทางชีวิตเสธ.แดง ที่น.ส.ขัตติยา


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน