ถึงเวลาแล้ว!!"พล.ท.นันทเดช" ยก3เหตุผล ประกาศตัดสินใจครั้งสำคัญ!!พร้อมร่วมทัพ"พลังประชาชาติไทย"

Publish 2018-06-03 13:19:23

ภายหลังจากที่ นายนายทวีศักดิ์ ณ ตะกั่วทุ่ง ทนายความของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย และคณะ ได้ยื่นหนังสือขอจดแจ้งพรรคการเมืองชื่อ “พรรครวมพลังประชาชาติไทย” (รปช.) พร้อมรายชื่อผู้ก่อตั้ง 32 คน ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคมที่ผ่านมา

 

ในวันนี้ (3 มิถุนายน) ทาง รปช. ได้มีการจัดประชุมผู้ก่อตั้งและผู้สนับสนุนของพรรค ที่ศาลาดนตรีสุริยเทพ มหาวิทยาลัยรังสิต  เป็นการเปิดตัวผู้ก่อตั้งพรรคและผู้สนับสนุนของพรรค


บรรยากาศ นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์..ผู้กล่าวปาฐกถาพิเศษเปิดตัวพรรค

โดยมีนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ อธิการวิทยาลัยรัฐกิจ ม.รังสิต และคาดว่าจะเป็นผู้ที่ได้รับการคัดเลือกจากสมาชิกพรรคให้เป็นหัวหน้าพรรค เป็นผู้กล่าวปาฐกถาพิเศษเปิดตัวพรรค บางช่วงระบุว่า....

 

 

 

"เราอยากเห็นพรรค ที่ทุกคนมีความหมาย ทุกสมาชิกมีบทบาท ซึ่งก่อนหน้านี้มีข่าวว่า มีการทาบทาม ผมเป็นหัวหน้าพรรค จึงขอยืนยันว่า ทำพรรคครั้งนี้ไม่ได้ทำ เพราะอยากเป็นหัวหน้า หรือรัฐมนตรี แต่ทำเพราะต้องการสืบสานแนวทางการปฏิรูปของมวลมหาประชาชน และคนที่มีอุดมการณ์ตรงกัน เพื่อทำพรรคการเมืองใหม่ เป็นการเมืองเพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการเมืองเพื่อประชาชน ซึ่งภรรยาก็ให้การสนับสนุน และบุตรชายรวมทั้งหลานสาวก็ร่วมทำงานการเมืองด้วย "

 

 

ด้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตแกนนำกปปส.เข้าร่วมการเปิดตัวพรรคในครั้งนี้ด้วย และได้ออกมายืนยันอีกครั้งว่า จะไม่รับตำแหน่งผู้บริหารในพรรค หากพรรคได้เป็นรัฐบาลก็จะไม่รับตำแหน่งใด ๆ ในรัฐบาล จะเป็นเพียงผู้ให้คำปรึกษาเท่านั้น 

 

อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ทางด้าน พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตหัวหนัาศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่ง ชาติ (ศรภ.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงความคิดเห็นกับพรรคการเมืองใหม่ อย่างพรรครวมพลังประชาชาติไทย มีเนื้อหาดังต่อไปนี้...

 

 

พรรครวมพลังประชาชาติไทย (ACT PARTY)
หลังจากกลุ่ม กปปส.ได้ยุติการชุมนุม จนถึงปัจจุบัน นับได้เป็นเวลาประมาณ 4 ปีกว่า คิดง่ายๆ
เท่าๆกับอายุของรัฐบาลลุงตู่พอดี ใน4ปีท่ีผ่านมามีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย
แต่ผมขอพูดถึงเรื่องสำคัญๆ แค่3เรื่อง คือ


1 การทำงานของ รัฐบาลลุงตู่ ท่ีเห็นผลได้ชัดเจน คือ 

(1)การทำให้บ้านเมืองสงบ จนกฏหมายเริ่มมาอยู่เหนือกว่าอิทธิพลทางการเมือง 

(2) การวางรากฐานทางเศรษฐกิจ แบบทุ่มเท มากกว่าทุกรัฐบาลท่ีผ่านมา ซึ่งผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม จะเกิดขึ้นแน่ ในปลายปี62-63 ซึ่งจะทำให้เกิดงาน และ ความเจริญขึ้นในพื้นที่ต่างๆมากกว่า20จังหวัด
และ (3) การพยายามทำให้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคม4.0 ทำให้ ความก้าวหน้าของการศึกษาไม่ได้จำกัดอยู่ในโรงเรียนกวดวิชาอีกต่อไป หรือพูดง่ายๆว่า ทำให้ โรงเรียนกวดวิชาเริ่มเจ้งกันแล้ว ตอนนี้ ผมนั่งรถไฟไป หัวหิน เจอเด็ก5-6ขวบ3คน ขึ้นรถไฟท่ีนครปฐม ทะเลาะกันเป็นภาษาอังกฤษ ฟังแล้วสบายใจมาก

 

(พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ )

 

เอาแค่3เรื่องนี้ผมว่าลุงตู่ทำสำเร็จไปแล้วมากกว่าครึ่งหนึ่ง เพราะเป็นเรื่องท่ีไม่มีรัฐบาลชุดไหนกล้าทำมาก่อน แต่บังเอิญการประชาสัมพันธ์ของลุงตู่ อ่อนแอมาก และทีมเศรษกิจก็ได้เรื่องบ้าง ไม่ได้เรื่องกลับมากกว่า ข่าวที่ไม่ดีเลยเกิดขึ้นมา ปิดเรื่องที่ดีๆไปเกือบหมด ผมจึงกลัวว่าไม่มีใครมาทำต่อทั้ง3เรื่องนี้ให้จบเท่านั้นเอง ครับ

 


2 การเกิดพรรคการเมืองแปลกๆ ที่จะอนุญาตไม่ให้มีการไหว้ครูก็ได้,ไม่ต้องตักบาตร,ไม่ต้องการให้ลูกเติบโตในประเทศไทย แต่ดันตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาในไทย สรุปแล้วจะเอาอย่างไหงกันแน่ ผมจึงเป็นห่วงพวกเด็กๆท่ียังไม่รู้เรื่องอะไรมากนัก จะเผลอไปกับเขาด้วย  (ตอนเด็กโดนครูตีผมโกรธครูมาก พอจบออกมามีงานทำคิดถึงครูแล้ว น้ำตาจะไหลเมื่อนึกถึงว่าเราเคยไปทำอะไรไว้ต่อท่านบ้าง)

 


3 เรื่องการปฎิรูปการศึกษา ซึ่งเป็นรากเหง้าของทุกปัญหา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโกง,เป็นพระแต่ไม่รู้ว่าตัวเองมีหน้าท่ีอะไร ดันพยายามไปเป็นเสี่ย, การขาดสำนึกของข้าราชการส่วนใหญ่ ฯลฯ

 


ทั้ง3เรื่องนี้ทำให้ผมไม่ค่อยจะสบายใจนัก ไม่รู้จะไปช่วยแก้ไขปัญหาอย่างไร ผมจึงตัดสินใจเข้าไปร่วมกับ พี่น้องผองเพื่อน ท่ีพวกเค้าตั้งใจกันว่าจะตั้งพรรคการเมืองในแนวทางใหม่ขึ้นมา โดยหวังว่าพวกนี้คงฟังผมบ้าง ซึ่งจะทำให้การแก้ไขปัญหาทั้ง3เรื่องนี้เกิดขึ้นได้จริงๆไม่มากก็น้อยครับ

 

แต่ความหวังของผมก็ยังอยู่ในมือของพวกคุณ มากท่ีสุด ว่าจะเห็นด้วยหรือเปล่า ไม่เห็นด้วยก็ไม่เป็นไร ขออย่างเดียวว่า "อย่าไปทำร้ายเด็กๆด้วยการไปเลือกพรรคการเมืองท่ีมีแนวทางแปลกๆก็พอแล้วครับ"


ด้วยความเคารพรักทุกท่าน
พลโท นันทเดช เมฆสวัสดิ์

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน