ทั้งๆที่รู้ดีว่า “จุดไม่ติด”แต่ไม่หยุด !! อยากเลือกตั้งแนวรบสมคบคิด..ดึงต่างชาติเข้าร่วม กดดันไทย วิธีที่คุ้นเคย!!

ทั้งๆที่รู้ดีว่า “จุดไม่ติด”แต่ไม่หยุด !! "อยากเลือกตั้ง"แนวรบสมคบคิด..ดึงต่างชาติเข้าร่วม กดดันไทย วิธีที่คุ้นเคย!!

Publish 2018-06-08 12:25:15


สถานการณ์การเมืองจากนี้ไปคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เหตุ..มีสัญญาณบ่งชี้ว่าขบวนการกลุ่มอำนาจเก่าวางแผนเดินเกมอย่างเป็นระบบ ม็อบอยากเลือกตั้ง ที่เคยคล้ายจะเหมือนบริสุทธิ์ แต่วันนี้ก็มีฝ่ายการเมือง เข้าไปเกี่ยวข้องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว


 
การเคลื่อนไหวของหมู่คนเสื้อแดง ย้ำกันให้ชัดว่า ก่อนหน้านี้ได้ดำเนินการโดยมียุทธศาสตร์2แนวทาง 5 แนวรบ คือแนวทางสันติ กับแนวทางความรุนแรง จะต้องมาเชื่อมโยง กับยุทธศาสตร์การต่อสู้ทางทฤษฎีของขบวนการปฏิวัติ
 5แนวรบ ได้แก่

 

1 พรรค  2 มวลชน  3 กองกำลังติดอาวุธ  4 แนวรบต่างประเทศ และ 5แนวรบด้านข่าวสาร



จะแยกกันทำงานในส่วนของตัวเอง แต่สิ่งที่จะพิจารณาก็คือว่าบางแนวรบสู้แบบผิดกฎหมายภายในประเทศ บางแนวรบอาจผิดกฎหมายระหว่างประเทศหรือไม่ได้รับการยอมรับจากต่างประเทศ  แต่ทั้งหมดทั้งมวลการเคลื่อนไหวของทุกส่วนจะต้องผสมผสานกลมกลืนกันให้พอดี
 
การแสดงพลังที่อ้างประชาธิปไตยและการเลือกตั้งบังหน้าของมวลชนที่ถูกตั้งเป็น1ใน5แนวรบดังกล่าว .. เริ่มต้นจากเมื่อวันที่ 27 ม.ค.61 ที่สกายวอล์ค แยกปทุมวัน นายรังสิมันต์ โรม  แกนนำกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย พร้อมด้วยนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิวส์ แกนนำกลุ่มฯ กล่าวปราศัยโจมตีรัฐบาลคสช.  ว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ คสช. ได้พรากสิทธิของประชาชนในการเลือกตั้ง  พร้อมการสมทบของนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด ,นายวีระ สมความคิด ,เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล และอานนท์ นำพา เป็นต้น


จนกระทั้งการนัดชุมนุมครั้งใหญ่ที่สุดของคนกลุ่มนี้ มีผู้ร่วมชุมนุมอยู่ในหลักร้อย เมื่อวันที่22 พฤษภาคม ที่ผ่านมา  หน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และพยายามเคลื่อนที่ไปยังทำเนียบรัฐบาล แต่ไม่เป็นผลสำเร็จ การชุมนุมครั้งนั้นใช้เวลา ตั้งแต่ช่วงเช้า จนกระทั้งเวลาประมาณ15.00น. แกนนำยอมประกาศยุติการชุมนุม แล้วเข้ามอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ


 
การเคลื่อนไหวครั้งนั้น เป็นขั้นตอนการเคลื่อนไหวของกลุ่มแนวร่วม สู่แผนสุมไฟหวังให้ประชาชนลุกฮือ ทั้งๆที่รู้ดีอยู่แล้วว่า “จุดไม่ติด”  แต่ก็ไม่ได้มีความคิดที่จะหยุดหรือ ยอมยุติลงแต่โดยดี  แน่นอนว่ากลุ่มผู้เคลื่อนไหวต้องการให้การเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็น "ยุทธวิธี " ในการจุดประกายการต่อสู้ของ"กลุ่มเสื้อแดง"ที่ค่อยๆฝ่อลงไปให้ลุกโชนขึ้นมาใหม่ภายใต้"ทฤษฎีสะสมปริมาณไปสู่คุณภาพ"  โดยหวังว่า จะดึงต่างประเทศเข้าร่วมกดดันไทย ไม่ว่าจะเป็นองค์กรสิทธิ์ต่างๆ หรือประเทศเจ้าประชาธิปไตย สามารถเอื้อมมือแทรกแซงได้  วันนึงผู้คนจะลุกฮือขึ้นมาโค่นล้มคสช.และรัฐบาลทหาร



 และยิ่งชัดเจน เพราะในล่าสุด7มิ.ย. กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง นัดรวมตัวกันที่เกาะกลางหน้าองค์การสหประชาชาติ(UN) เพื่อแสดงกิจกรรมทางการเมือง  จากนั้นได้เดินเท้าไป สน.นางเลิ้ง

น.ส.ณัฏฐา มหัทนา หรือโบว์ แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง โพสต์ภาพ พร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “ผู้แทนจากสหภาพยุโรป สถานทูตสหรัฐ สถานทูตเยอรมัน และประเทศต่างๆ รวมถึงกรรมการสิทธิฯ และผู้แทนจาก Human Rights Watch และองค์กรสิทธิต่างๆ มารอพวกเรา #กลุ่มคนอยากเลือกตั้งที่ สน.นางเลิ้ง เพื่อให้กำลังใจและสังเกตการณ์กระบวนการยุติธรรม พร้อมขอถ่ายภาพร่วมกันค่ะ”

“ทุกองค์กรได้ทราบเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวแนวสันติวิธีทั้งหมดของเราจากการสื่อสารล่วงหน้าก่อนการชุมนุม และได้สังเกตการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด นั่นคือเหตุผลที่องค์การสหประชาชาติและบรรดาองค์กรสิทธิระดับโลกออกแถลงการณ์ปกป้องสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก เรียกร้องให้ปล่อยตัวและหยุดการดำเนินคดีกับเราทันทีหลังการชุมนุม #UN62 #THwantElection”
 



ด้าน นายรังสิมันต์ โรม แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ที่โพสต์ภาพ พร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Rangsiman Rome ระบุว่า “ขอบคุณตัวแทนจากสถานทูตประเทศต่างๆมากครับที่มาสังเกตการณ์การดำเนินคดีของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งทั้ง 62 ชีวิตในวันนี้ครับ”
 

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

วิลาสินี แววคุ้ม

ติดตามข่าวอื่นๆ