ทำความรู้จัก...อิทธิพร ประธานกกต.คนใหม่ จริงหรือที่ว่าม้ามืด แหกโผ??? เมื่อคุณสมบัติเพียบ : คุณวุฒิพร้อม!?!

ทำความรู้จัก...อิทธิพร ประธานกกต.คนใหม่ จริงหรือที่ว่าม้ามืด แหกโผ??? เมื่อคุณสมบัติเพียบ : คุณวุฒิพร้อม!?!

Publish 2018-08-02 11:22:34


       เรียบร้อยไปแล้ว สำหรับว่าที่ประธานกกต.คนใหม่ โดยที่ประชุมลงคะแนนลับ ให้ กกต.แต่ละคนเลือกผู้ที่เหมาะจะมาเป็นประธานชุดใหม่ ซึ่งหลังจากรู้ผลแล้วก็มีการทำลายบัตรลงคะแนนทิ้งทันที แม้หลังจากนี้จะรอขั้นตอนประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ นำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ก็เชื่อว่าไม่น่าจะพลิกโผ มีเหตุเปลี่ยนแปลงไปจากรายชื่อนี้



 

 

 

หลังจากว่าที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง ทั้ง5 คน ประกอบด้วย นายสันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์, นายอิทธิพร บุญประคอง, นายธวัชชัย เทอดเผ่าไทย  , นายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี และ นายปกรณ์ มหรรณพ ทำการประชุมเพื่อดำเนินการเลือกกันเองให้คนหนึ่งเป็นประธาน กกต. ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 204 มาตรา 206 ประกอบมาตรา 217 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560 มาตรา 12 วรรคเก้า โดยใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง จึงมีมติเลือกนายอิทธิพร ให้ดำรงตำแหน่งประธาน กกต.

 

 



 

 

       นายอิทธิพร ปัจจุบันอายุ 62 ปี เป็น กกต.สายสรรหา  อดีตเคยดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย รวมทั้งยังเคยเป็นเอกอัครราชทูต ณ กรุงไนโรบี สาธารณรัฐเคนยา และกรุงเฮก ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ และที่น่าสนใจกว่านั้นก็คือ ยังเคยเป็นทีมงานของประเทศไทยสู้คดีปราสาทเขาพระวิหารต่อศาลโลก เมื่อปี 2553 ด้วย อีกทั้งในที่ประชุม สนช. ยังเทคะแนนเสียง 186 คะแนน ให้ในการเลือก ซึ่งถือว่าเป็นคะแนนที่มากที่สุดจากผู้ที่ได้รับคัดเลือกเป็นกกต.ทั้ง 5 คน

 

 

       มีความน่าสนใจและชวนสงสัยอย่างยิ่งหลังทราบผล ทำไมสื่อหลายสำนักจึงพาดหัวไปในทิศทาง ในทำนองที่คล้ายกันว่า มติเลือกประธาน กกต.ครั้งนี้ เหนือความคาดหมาย พลิกความคาดหมาย หรือ พลิกโผ นั่นเพราะจากเดิมปรากฏชื่อ 2 แคนดิเดตคนสำคัญคือ นายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา และนายธวัชชัย เทอดเผ่าไทย อดีตผู้ว่าราชการจังหวัด และอดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ดังนั้นเองที่นายอิทธิพร จึงถูกมองว่าเป็นม้ามืดแซงทางโค้ง???

 

       หากแต่เมื่อลองดูประวัติการทำงานที่ผ่านมา ทั้งเคยเป็นอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย ทูต กรุงไนโรบี และกรุงเฮก ที่สำคัญไปกว่านั้นคือการเป็นหนึ่งในทีมสู้คดีปราสาทเขาพระวิหารต่อศาลโลกด้วย ทั้งในที่ประชุม สนช. ยังเทคะแนนเสียงให้มากที่สุดจากผู้ที่ได้รับคัดเลือกทั้ง 5 คน นี่ย่อมถือว่าไม่ธรรมดาอยู่แล้วกับคุณสมบัติประธานกกต.

 

 

       นอกจากนี้เหตุผลสำคัญอีกประการที่มองว่านายอิทธิพร ย่อมไม่ใช่มาด้วยโชคช่วยแน่ เมื่อพบว่าประธาน กกต.คนใหม่นี้อายุเพียง 62 ปี ยังสามารถดำรงตำแหน่งได้จนครบวาระนั่นคือ 7 ปี หากเทียบกับกกต. อีก 2 คน ไม่ว่านายฉัตรไชย ที่มีอายุ 65 ปี หรือนายธวัชชัย ที่อายุ 66 ปี ซึ่งทั้งสองคนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ กกต.จนครบ 7 ปีรวดเดียวได้ นั่นเพราะต้องพ้นวาระเมื่ออายุครบ 70 ปีนั่นเอง และต้องไม่ลืมว่า นายอิทธิพร มีความรู้ เชี่ยวชาญด้านภาษาอังกฤษเป็นอย่างดีแน่กับตำแหน่งทูตที่ผ่านมาย่อมการันตีได้ 

 

เหนืออื่นใด เป็นไปได้หรือไม่??? ที่มีความจำเป็นหากต้องมีการชี้แจง ประสานงานกับนานาชาติ อันเกี่ยวกับเรื่องเลือกตั้งของไทยที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้านี้ ที่ต้องอาศัยความรู้ความสามารถของนายอิทธิพร ที่มีความเชี่ยวชาญอยู่แล้ว สำหรับภาพลักษณ์ความเชื่อมั่นจากสังคมชาวโลก

 

 

 

 

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ศิริพงษ์ หนูแก้ว

ติดตามข่าวอื่นๆ