ครบ1ปี ยิ่งลักษณ์ งดงามความเฉิดฉายในกลางลอนดอน  ขณะที่บุญทรงทุกข์ระทมในคุก

ครบ1ปี "ยิ่งลักษณ์" งดงามความเฉิดฉายในกลางลอนดอน ขณะที่"บุญทรง"ทุกข์ระทมในคุก

Publish 2018-08-25 01:53:41


“ถ้าต้องการหนี ดิฉันคงหนีไปแต่แรกแล้ว ดิฉันจะไปขึ้นศาลทำไม”

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ประกาศเอาไว้เมื่อ วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2559

 

 

ครบรอบ1 ปีเต็ม สำหรับการเผ่นหนีเอาตัวรอดของน.ส.ย่ิงลักษณ์ ที่ได้ตัดสินใจ  “หนีศาล”ในคดีโครงการรับจำนำข้าว นับที่เป็นหนึ่งในคดีประวัติศาสตร์การเมืองไทย  และพฤติกรรมเช่นเคยเกิดขึ้นกับอดีตนายกฯผู้พี่ ทักษิณ ชินวัตร ในคดีประวัติศาสตร์ว่าด้วยคดีทุจริตที่ดินย่านรัชดาเมื่อปี 2551 




ย้อนไปในบรรยากาศเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2560 ซึ่งเป็นวันที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมืองนัดพิพากษาคดีอันเนื่องมาจากโครงการ “จำนำข้าว” ของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่มีอดีตนายกฯหญิงคนแรกของประเทศไทยเป็นจำเลย บรรยากาศช่วงเช้าของวันนั้นมีประชาชนหลายร้อนคนที่มายืนรอมอบดอกไม้และให้กำลังใจแก่ น.ส.ยิ่งลักษณ์อยู่ที่ด้านหน้าศาล 

 

หลังจากที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ส่งคำร้องขอเลื่อนฟังคำพิพากษา เนื่องจากมีอาการป่วย “น้ำในหูไม่เท่ากัน” วิงเวียนศรีษะ คลื่นไส้ แต่ศาลพิจารณาว่า ไม่น่าเชื่อว่าอาการป่วยของจำเลยจะไม่สามารถเดินทางมาฟังได้อีกทั้งไม่มีใบรับรองเเพทย์ อันเชื่อได้ว่าจำเลยมีพฤติการณ์หลบหนี จึงมีคำสั่งให้ออกหมายจับน.ส.ยิ่งลักษณ์ และปรับนายประกันเต็มจำนวนและ นัดฟังคำพิพากษาอีกครั้งเมื่อวันที่ 27 ก.ย. 60  และวศาลฎีกาฯ ได้อ่านคำพิพากษาลับหลัง  ตัดสินให้จำคุก นางสาวยิ่งลักษณ์ เป็นเวลา 5 ปี โดยมีมติเป็นเอกฉันท์ ไม่รอลงอาญา 

 

 

สำหรับเส้นทางหลบหนีนั้น เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม เวลา18.20 น. พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ อนุฤทธิ์ ได้ขับรถยนต์เก๋งสายตรวจยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอัลติส สีบรอนเทา หมายเลขโล่ 09807 ไปจอดรับ น.ส.ยิ่งลักษณ์บริเวณลานจอดรถห้างโลตัวส สาขาวัชรพล หลังจากนั้นประมาณ 5 นาทีต่อมา ได้มีรถยนต์เก๋งยี่ห้อเบนซ์ สีดำ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน โดยทราบว่าภายในรถยนต์เก๋งยี่ห้อเบนซ์คันดังกล่าว มี น.ส.ยิ่งลักษณ์ นั่งอยู่ด้วย 

 

เข้าไปทางป้อมยามของหมู่บ้านเข้าไปในซอย 23 ส่วนพันตำรวจเอกชัยฤทธิ์ จอดรถรออยู่ที่ปากซอย 23 ไม่ได้เข้าตามไปด้วย ต่อมาอีกประมาณ 2 นาที ได้มีรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นแคมรี่ สีบรอนเทา มีซันรู๊ฟติดแผ่นป้ายทะเบียน ฉฮ-2123 กรุงเทพมหานคร ขับมา และขับนำรถยนต์คันที่พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ ไป ต่อมาทราบว่าเป็นรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้ารุ่นแคมรี่คันดังกล่าวนั้น มี น.ส.ยิ่งลักษณ์นั่งมา โดยเป็นการเปลี่ยนรถยนต์นั่งของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จนถึงซอย 38 รถยนต์เก๋งยี่ห้อโยโยต้ารุ่นแคมรี่ ก็ได้ขับเข้าไปยังบ้านพักของพ.ต.อ.ชัยฤทธิ์  ซึ่งอยู่ท้ายซอย



จากนั้นรถยนต์เก๋งยี่ห้อเบนซ์ได้ขับออกไปมุ่งหน้าไปทางหมู่บ้านชัยพฤกษ์ วัชรพล จึงได้ขับรถยนต์ตามไป จนถึงหมู่บ้านชัยพฤกษ์ วัชรพล รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อเบนซ์ ได้ จากนั้นพ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ ได้ไปขับรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้ารุ่นแคมรี่ โดยมี น.ส.ยิ่งลักษณ์  และเลขาที่เป็นผู้หญิงอีก 1 คนนั่งอยู่ โดยทั้งสองคนได้ใช้หน้ากากอนามัย (แมส) สีดำปิดปากและจมูกไว้ และสวมหมวกแก๊ปสีเข้มไว้ทั้งสองคน มุ่งหน้าไปยังอำเภออรัญประเทศ เมื่อถึงตัวอำเภอปรัญประเทศ ซึ่งเป็นเวลาประมาณ 22.00 น. ของวันที่ 23 ส.ค.60 

 

จากนั้นได้ขับไปตามถนนสุวรรณศร เพื่อไปที่นัดหมายโดยมีรถมารอรับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ห่างจากสถานีรถไฟอรัญประเทศไปประมาณ 1 กิโลเมตรเศษ บริเวณดังกล่าวมีรถยนต์กระบะ 4 ประตู สีทึบ  จอดรออยู่และมีชายลักษณะสูงประมาณ 180 ซ.ม.  โดยรถยนต์กระบะคันดังกล่าว ได้เปิดไฟกระพริบซ้ายชวาด้านหลังไว้ด้วย ซึ่งพันตำรวจเอกชัยฤทธิ์ ได้จอดรถยนต์คันที่ขับมาต่อท้าย จากนั้นชายคนดังกล่าวได้เดินมารับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และเลขาฯหญิง ไปขึ้นรถกระบะ แล้วขับออกไป 

 

จากนั้นก็ไม่มีใครพบเห็นตัวของน.ส.ยิ่งลักษณ์ จนกระทั้งเมื่อปลายปี 60เริ่มมีเบาะแสออกมาเป็นช่วงๆ ครั้งแรก ปรากฏตัวน.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่ประเทศอังกฤษ ขณะเดินช็อปปิ้งที่ Westfield สาขา Shepherd’s Bush เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.60 นับแต่นั้นเป็นต้นมา เราจะเห็นภาพน.ส.ยิ่งลักษณ์ ควงคู่พี่ชาย นายทักษิณ เดินทางไปทั่วทุกมุมโลก ไม่ว่าจะเป็น เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์   อังกฤษ จีน ฮ่องกง สิงคโปร์  ญี่ปุ่น  เรียกได้ว่าทั้งคู่เดินทางไปได้ทุกที่ แต่ยกเว้นการเดินทางมาศาลฯ ประเทศไทย

 

 

แต่ต้องไม่ลืมว่าอีกด้านหนึ่ง ตัดมาทางด้านนายบุญทรง เตริยาภิรมย์  หรือ นายภูมิ สาระผล และคนอื่นๆ ที่ขณะนี้ได้รับกรรมติดคุกอยู่ ไม่หนีไปไหน

โดยศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้พิพากษาสั่งจำคุก ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต อาทิ

นายภูมิ สาระผล อดีตรมช.พาณิชย์  จำคุก 36 ปี ไม่รอลงอาญา

นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรมว.พาณิชย์   จำคุก 42 ปี ไม่รอลงอาญา

นายมนัส สร้อยพลอย อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ   จำคุก 40 ปี

นายทิฆัมพร นาทวรทัต อดีต ผอ.สำนักการค้าข้าวต่างประเทศ และอดีต รองอธ.กรมการค้าต่างประเทศ จำคุก 32 ปี 

นายอัครพงศ์ ช่วยเกลี้ยง หรือทีปวัชระ อดีตเลขานุการกรมการค้าต่างประเทศและอดีตผอ.สำนักการค้าข้าวต่างประเทศ  จำคุก 24 ปี 

หรือแม้แต่ เสี่ยเปี๋ยง นายอภิชาติ  จันทร์สกุลพร คนสนิทนายทักษิณ ก็ต้องโทษ จำคุก 48 ปี  เช่นกัน

 

โครงการรับจำนำข้าวถูกริเริ่มโดยนายทักษิณ และรัฐบาลยิ่งลักษณ์นำมาดำเนินการ แต่เมื่อโครงการมีปัญหาพบการทุจริต ฝ่ายปฏิบัติอย่างนายบุญทรง และคนอื่นๆต้องถูกจำคุก พร้อมกับปริศนาที่พูดไม่ได้ นี่เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งของผู้รับใช้ ”ระบอบทักษิณ” ได้รับ??

 

ตลอดระยะเวลาของการหลบหนีคดีที่ผ่านมา น.ส.ยิ่งลักษณ์ และร่วมไปถึงนายทักษิณ ได้ปล่อยภาพชีวิตหรูหรา ฟู่ฟ่า ในดินแดนที่หลายคนใฝ่ฝันว่าจะได้ไปสักครั้งในชีวิต.. พร้อมกับสร้างประโยคโลกสวย “ลงรูปให้แฟนคลับได้หายคิดถึง” ซึ่งดูจากภาพที่ปรากฏ คาดว่าอาการ “น้ำในหูไม่เท่ากัน”ของน.ส.ยิ่งลักษณ์ น่าจะหายดีเป็นปลิดทิ้ง ในเมื่ออาการตาอ้างหายดีแล้ว เมื่อไหร่จะกลับมารับโทษ ตามกรรมที่ทำไว้!




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

วิลาสินี แววคุ้ม