อาการชัด เสี่ยหนูหลุดปากมั่วแผนพัฒนา EEC โรคผวาหลุดขั้วรัฐบาลกำเริบ??

อาการชัด "เสี่ยหนู"หลุดปากมั่วแผนพัฒนา EEC โรคผวาหลุดขั้วรัฐบาลกำเริบ??

Publish 2018-09-10 16:17:18


เป็นที่น่าสงสัยเป็นอย่างมาก สำหรับ เสี่ยหนู นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย  ภายหลังออกมาวิพากษ์วิจารณ์โครงการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี  อภิมหาโปรเจกท์ที่รัฐบาล ที่หวังจะยกระดับเศรษฐกิจไทย ดึงดูดการลงทุนขนาดยักษ์ จากทั้งนักลงทุนไทย-เทศต่าง  แต่นายอนุทิน กลับให้ความเห็นแบบผิดฝาผิดฝั่ง ว่า การพัฒนา อีอีจี เป็นการพัฒนาเพียงแค่ภาคตะวันออก  ไม่ได้พัฒนาภาคอื่นๆ เปรียบเสมอ “ฝนตกไม่ทั่วฟ้า” ทั้ง ๆ ที่ระดับหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย อย่าง นายอนุทิน  ย่อมรู้ดีว่าโครงการพลิกโฉมประเทศไทยครั้งนี้  มีความสมบูรณ์แบบในระดับสำคัญแค่ไหน (คลิกอ่านข่าวประกอบ :  

ไม่ทันสมัครก็สอบตกแล้ว "อนุทิน"พูดมาได้ไง แผนพัฒนา EEC ฝนตกไม่ทั่วฟ้า)     



ย้อนภาพกลับมา ฉายตรงไปที่   “เสี่ยหนู” ก่อนหน้านั้น   ความสัมพันธ์กับ พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.  ก็ดูเหมือนเป็นไปในทิศทางที่ดี  เริ่มต้นจากเมื่อวันที่  18 มี.ค. 2561  นายอนุทิน   นำเอาภาพถ่ายร่วมกับพล.อ.ประยุทธ์  และนายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ  ขณะเดินทางไปร่วมในงาน ASEAN-Australian Summit and CEO Forum ที่ประเทศออสเตรเลีย  มาโพสต์ในเพจเฟสบุ๊ก "Anutin Charnvirakul พร้อมข้อความระบุว่า  "การเดินทางไปในครั้งนี้เป็นการได้พบ พลเอกประยุทธ์ เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่เป็นนายกรัฐมนตรีมาตั้งแต่ปี 2557"

 

 

จนมาถึงบรรยากาศการต้อนรับสุดอบอุ่น  คณะของ "พล.อ.ประยุทธ์" ภายในสนามช้างอินเตอร์เนชั่้นแนลเซอร์กิต  เมื่้อวันที่ 7 พ.ค. 2561  โดยมีนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด  ,  นางกรุณา ชิดชอบ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบุรีรัมย์  และ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นคีย์แมนอยู่เบื้องหลังมวลชนกว่า 3 หมื่นคน

 

ถึงขนาด นายเนวิน ต้องทำการซักซ้อม กล่าวกับชาวบุรีรัมย์ว่า  พวกเราตากแดดมาชั่วชีวิตในการทำงาน แต่จะตากแดดต้อนรับลุงตู่ไม่ได้หรือ คนบุรีรัมย์ตากแดดไม่นาน เพื่อให้กำลังใจลุงตู่ได้อยู่แล้ว เพราะการที่ ครม. จะมาประชุมที่บุรีรัมย์นั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย 8 - 9 ปีมานี้ เราเชียร์ฟุตบอลมาตลอด และได้แชมป์จนเบื่อ และวันนี้มาทำเพื่อจังหวัดอีกครั้ง 

 

 

ไฮไลต์หลัก ๆ  วันนั้น  คือการร่วมใจเปล่งเสียงต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์  ด้วยคำว่า "ลุงตู่ ลุงตู่"  เสมือนการทอดสะพานไมตรีจากพรรคภูมิใจไทย ถึงพล.อ.ประยุทธ์  ถึงขีดขั้นนักการเมืองฝ่ายตรงข้าม  ต้องออกมาแขวะว่าเป็นภารกิจเพื่อหวังผล ผลักดัน พล.อ.ประยุทธ์ ทำหน้าที่เป็นนายกรัฐมนตรี   และจะมีพรรคภูมิใจไทยร่วมเป็นแรงส่งสำคัญ

 

รวมถึงก่อนกลับทั้ง นายเนวิน และนายอนุทิน ได้เดินมาส่งพล.อ.ประยุทธ์ โดยมีการพูดคุยอย่างอารมณ์ดีก่อนที่นายกฯ จะหันมากล่าวว่า “เป็นกำลังใจให้ทุกคน ขอให้ทุกคนรักษาสุขภาพ และช่วยกันปฏิรูปประเทศ”

 

 

น่าสนใจยิ่งต่อมา วันที่ 7 ส.ค. 2561  ครม.มีมติเห็นชอบรายนามนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร  สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ ประจำปีการศึกษา 2561-2562 หลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 61  ปรากฏรายชื่อ  นายอนุทิน ชาญวีรกูล ประธานกรรมการ บ.เอส ที พี แอนด์ ไอ จำกัด  อยู่ในลำดับที่ 230   เป็นผู้ที่ผ่านคุณสมบัติได้เข้าอบรมหลักสูตร วปอ.2561



ทำเอา นายยุทธพงศ์  จรัสเสถียร อดีตส.ส.พรรคเพื่อไทย  นั่งไม่ติดในดีลความสัมพันธ์ระหว่างพรรคภูมิใจไทย  โดยเฉพาะกับนายอนุทินกับรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์  ถึงขั้น

ออกมาเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์  ชี้แจง  และวิพากษ์วิจารณ์กรณีดังกล่าวอย่างหนัก  ขณะที่ นายอนุทิน โพสต์เฟสบุ๊กส  Anutin Charnvirakul ตอบโต้ด้วยถ้อยคำรุนแรง  ระบุว่า  “วันๆทำแต่งาน ไม่เสียเวลาไปยุ่งหรือเที่ยวริษยาใคร  ทำตัวให้มีคุณค่า ไม่สนพวกหมาที่มาฉี่รดภูเขาทอง”

อย่างไรก็ตามกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์ของสมาชิกพรรคเพื่อไทย   ถึงแม้ว่าจะไม่ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนในความสัมพันธ์ระหว่าง  พล.อ.ประวิตร  กับ นายเนวิน  และ  นายอนุทิน  ซึ่งมีบริษัทธุรกิจยักษ์ใหญ่  อย่าง "คิง พาวเวอร์" เป็นจุดเชื่อมโดยตรง   แต่ในทางการเมืองดูเหมือนว่า   เป็นทางด้าน  นายอนุทิน  ที่ออกอาการหวั่นไหวเสียเอง  จากบทสัมภาษณ์หลายครั้ง  ในลักษณะแทงกั๊กเมื่อถูกตั้งคำถามถึงการสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์  เป็นนายกรัฐมนตรี

ถึงกระนั้นนายอนุทินที่ประกาศเดินหน้าสู่ถนนทางการเมืองเต็มตัว  ก็เลี่ยงโดนแรงเสียดทานไม่พ้น  กรณีหนึ่งที่ "สนข.ทีนิวส์" เคยนำเสนอก็คือ  ปัญหาความล่าช้า   “โครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่” หรือ  “สัปปายะสภาสถาน”ที่มีแนวคิดเริ่มต้นจัดสร้างมากว่า 20  ปี  กลับยังไม่แล้วเสร็จสิ้นสมบูรณ์  โดยเฉพาะตั้งแต่ปี  2556  หรือ เมื่อ 4 ปีทีผ่านมา   หลังจากได้บริษัทก่อสร้างยักษ์ใหญ่  อย่าง  บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) เข้ามารับผิดชอบ   แต่กลายเป็นว่าโครงการนี้ดำเนินการล่าช้ากว่ากำหนด    ซ้ำร้ายบริษัทเอกชนรายดังกล่าว   ประกาศจะเรียกร้องค่าเสียหายจากสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เป็นเงินกว่า  1.6 พันล้านบาท โดยโยนความผิดทั้งหมดให้กับสำนักงานเลขาธิการสภาฯ (คลิกอ่านข่าวประกอบ :  อภิมหาฉาวรัฐสภาใหม่!!!4 ปีสร้างไม่เสร็จ..ขอเลื่อน 3 รอบไม่พอ “ซิโน-ไทย”จ่อฟ้องเรียกเงิน 1.6 พันล้าน “อนุทิน”ร้อนตัวโต้ไม่ใช่ความผิดบริษัท?? )    

 

 

ท้ายสุดนำมาซึ่งการตอบโต้อย่างเผ็ดร้อนกับ นายวัชระ  เพชรทอง  อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์  ถึงขั้นนายอนุทิน ต้องเอาเกียรติเป็นประกัน รับรองว่าโครงการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่มีความโปร่งใสแน่นอน  (คลิกอ่านข่าวประกอบ :  เอางัยแน่..หน.พรรค!!ดูให้ชัดๆกว่า1.6 พันล.“ซิโน-ไทย”เรียกค่าเสียหายอะไร??สวนคำปากหรือไม่“อนุทิน”ลั่นใหญ่สร้างรัฐสภาใหม่#เอากล่องไม่เอาเงิน??)   

 

 

ย้อนกลับมาโฟกัสกับท่าทีล่าสุดของ นายอนุทิน  ต่อคำพูดวิพากษ์วิจารณ์โครงการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี  ซึ่งกำลังถูกตั้งข้อสังเกตย้อนกลับว่า  เป็นมุมมองทางการเมือง การออกมา โจมตีรัฐบาลในครั้งนี้ของ “เสี่ยหนู” มีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร จะเป็นการ “ผิดคิว” หรือ ตื้นเขินทางการเมืองหรือไม่  หรือเป็นการกระทำเพื่อที่จะเอาใจนายเก่าอย่าง “ทักษิณ ชินวัตร” โดยเคยให้สัมภาษณ์เอาไว้ เมื่อช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยนายอนุทินกล่าวว่า  “ความความสัมพันธ์กับอดีตนายกทักษิณ ก็ยังเคารพในฐานะผู้มีพระคุณ แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องตัดสินใจทางการเมือง ก็เป็นตัวของตัวเอง ไม่มีใครมาชี้นำได้”

 

ต้องไม่ลืมว่าสมาชิกพรรคภูมิใจไทย จำนวนหนึ่ง ทั้งแกนนำอย่างนายเนวิน ชิดชอบ ล้วนแต่เคยทำงานร่วมกับนายทักษิณ ชินวัตร หรือแม้แต่ตัวของนายอนุทิน ก็เป็นถึงรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข (17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544 – 11 มีนาคม พ.ศ. 2548 )

 

มาถึงยุคของนายอนุทิน ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค ก็ได้มีความพยายามทำตัวกาวใจเพื่อประสานรอยร้าว ระหว่างนายเนวิน กับทักษิณ เพราะหวังว่าหากการเลือกตั้งครั้งใหม่เกิดขึ้นก็จะได้เข้าร่วมเป็นรัฐบาลกับเขาบ้าง  และเมื่อพิจารณาจากคำกล่าวอ้าง ของแหล่งข่าวจากพรรคเพื่อไทยที่เคยระบุก่อนหน้านี้เมื่อปีที่แล้ว ระบุว่า..

 

“หัวหน้ากับคุณอนุทิน ไม่มีปัญหาอะไรกัน ไปมาหาสู่กันได้ ที่ผ่านมาคุณอนุทินก็พยายามประสานรอยร้าวที่เกิดขึ้น ดูเหมือนว่าวันนี้สถานการณ์ด้านความสัมพันธ์ระหว่างกันจะดีขึ้น การร่วมงานกันระหว่างเพื่อไทยกับภูมิใจไทยไม่น่าจะมีปัญหาอะไร และวันนี้เรื่องของคุณเนวินก็น่าจะคลี่คลายไปแล้ว เพราะในพรรคภูมิใจไทยก็มีคนสายตรงของท่านทักษิณเข้ามาอยู่”

 

และยิ่งชัดเจนเข้าไปใหญ่ เมื่อทักษิณประกาศสู้ตาย สั่งลุยเลือกตั้งครั้งใหม่ ด้วยการแสดงความมั่นใจที่จะกวาดเสียงส.ส.อย่างถล่มทลายถึง260เสียง   ช่างประจวบเหมาะกับท่าทีของนายอนุทิน ดันบังเอิญจนผิดสังเกตที่เปลี่ยนแปลง จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อยู่ขณะนี้ว่า เป็นการโจมตีดังกล่าวเป็นเพียง “หลุดปาก” หรือมีเจตนาแฝงในทางเมืองหรือไม่อย่างไร ?


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

วิลาสินี แววคุ้ม