เพจแดง หวังโชว์รวยนายใหญ่ โอ่มีเหมืองทองอูกันดา 31 แห่ง หารู้ไม่ที่พูดเป็นเหมืองเปื้อนเลือด-ต่างชาติร้องยี้ 

"เพจแดง" หวังโชว์รวย"นายใหญ่" โอ่มีเหมืองทองอูกันดา 31 แห่ง หารู้ไม่ที่พูด"เป็นเหมืองเปื้อนเลือด-ต่างชาติร้องยี้" 

Publish 2018-11-26 17:25:23


ตายเพราะปาก! "เพจแดง"หวังโชว์รวย"นายใหญ่"โอ่มีเหมืองทองอูกันดา31 แห่ง หารู้ไม่ที่พูด"เป็นเหมืองเปื้อนเลือด-ต่างชาติร้องยี้" 


"อยากโชว์รวย แต่ดันกลายเป็นตายน้ำตื้น และสาวไส้ "นายใหญ่"เสียได้"! เมื่อ "กรุงเทพ กรุงเทพ" เพจเฟซบุ๊กชาวแดง ซึ่งถือว่าใกล้ชิด "นายใหญ่-ทักษิณ ชินวัตร" ระดับเข้านอกออกในตระกูลชินวัตรได้ ออกมาโพสต์หวังเหน็บปม "นาฬิกาหรู-บิ๊กป้อม" พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ โดยโพสต์ข้อความพร้อมรูป "นาฬิกา Patek Philippe Sky Moon Tourbillon 6002G-010" ซึ่งอ้างว่า เป็นนาฬิกาเรือนที่ 4 ของทักษิณ หลังจากที่โชว์มาแล้ว 3 เรื่อนก่อนหน้า และมีค่าถึง 2,450,000 ดอลล่าร์ หรือคิดเป็นเงินไทยถึง 80,850,000 บาท...ใช่ ตัวเลขไม่ผิด...80 ล้านบาทกว่า ๆ 

 

โดย "กรุงเทพ กรุงเทพ" จงใจแซะ "บิ๊กป้อม" อย่างเห็นได้ชัด เพราะข้อความต่อ ๆ มาระบุว่า "#คิดจะพูดจาอ่อนหวานน้ำเสียงนุ่มนวนแล้วใช่ป่ะ 

 

#หาเงินซื้อเองไม่ต้องยืมเพื่อน คนที่เก่ง ฉลาด มีกึ๋นส์ และมีวิธีคิดตามทันโลก อย่าง "ทักษิณ" อยู่ที่ไหนก็ร่ำรวย ฯลฯ

 



จากนั้นก็หยิบยก การทำธุรกิจในต่างแดนของทักษิณ มาคุยโวโอ้อวดเป็นคุ้งเป็นแคว โดยเฉพาะ การทำเหมืองทอง และเหมืองเพชรในทวีปแอฟริกา โดย "กรุงเทพ กรุงเทพ" ถึงกับระบุบางช่วงว่า "เรื่องการลงทุนทำเหมืองทองเกือบ 10 ปีก่อน ทักษิณได้ศึกษาข้อมูลต่างๆ จนได้ลงทุน ในประเทศยูกันดา มีถึง 31 เหมือง
อีก 5 ประเทศ มีอย่างละ 1-2 เหมือง รวมมูลค่ากว่า 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ จ่ายค่าสัมปทานให้กับรัฐบาลแล้ว  ก็ยังมีรายได้เหลืออีกนับหมื่นล้านบาท" 


ว่าไปแล้ว อาการอวดรวยของทักษิณ ผ่านทาง "กรุงเทพ กรุงเทพ" ดูจะเป็นการ "ถลกหนัง" ตัวเองก็ไม่ผิด เพราะผู้ที่สนใจเหตุบ้านการเมือง และความเป็นไปของโลกต่างรู้ดีว่า "ธุรกิจเหมืองในอูกันดา" ล้วนเป็นธุรกิจ "เลือด" และถือว่าเป็นกิจการที่ "ละเมิดสิทธิมนุษยชน" ขั้นรุนแรงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก การควบคุมแรงงาน...ล้วนใช้ปากกระบอกปืนเป็นคำสั่ง ผู้ละเมิดหรือหลบหนีจากขุมนรกนี้...ล้วนมีความตายเป็นรออยู่เบื้องหน้า


สื่อตะวันตกพยายามเจาะลึกอุตสาหกรรมเหมืองทองในอูกันดา หลังพบว่า อุตสาหกรรมเหมืองทองในอูกันดาเติบโตแบบผิดสังเกต เพราะจากที่เคยผลิตทองคำได้เพียง 37 กิโลกรัม เมื่อปี 2536 คิดเป็นมูลค่าไม่มากนัก ไม่กี่ร้อยเหรียญสหรัฐฯ  ก่อนจะมาขยับมูลค่าการส่งออกมากถึง 75 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2550 

 

 



โดยสื่อเหล่านั้นต่างพากันตั้งข้อสังเกตว่า ทองคำจากยูกันดาอาจเป็นทองคำที่ลักลอบมาจากฐานที่มั่นของกลุ่มกบฏในคองโกประเทศเพื่อนบ้าน ที่ซึ่งประชาชนถูกเกณฑ์มาเป็นแรงงานทาส เพื่อตอบสนองธุรกิจเหมืองอำมหิตนี้ ขณะบางคนก็ถูกสั่งให้ติดอาวุธ เพื่อเข่นฆ่าพวกเดียวกันกรณีที่หลบหนี  ขณะที่ในอีกด้านหนึ่งกองทัพอูกันดาก็ส่งกองทหารเข้าไปทั้งเพื่อการร่วมมือ และบางช่วงก็พูดกันด้วยปืน...คือ ทำสงครามกับกบฎคองโก ทั้งหลายทั้งปวงนั่น ก็เพราะธุรกิจเลือดนี้...จนนานาชาติทนไม่ไหวต้องร่วมมือกันกดดันอย่างหนัก...ทั้งคองโก และอูกันดา


เรื่องนี้รุนแรงถึงขนาด "คณะผู้เชี่ยวชาญของสหประชาชาติ หรือ UN" ถึงกับเตือนว่า “ใครก็ตามที่เกี่ยวข้องกับทองคำจากอูกันดา ซึ่งส่งมาจากคองโกอีกทอด ถือเป็นผู้มีส่วนร่วมกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง”


ไม่ว่าจะอย่างไร หากพิจารณาตามนี้ การที่  "กรุงเทพ กรุงเทพ" โอ่ว่าทักษิณมีเหมืองทองในอูกันดาถึง 31 แห่ง...นั่นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องตั้งคำถามต่อ.... "เทพเจ้าประชาธิปไตยของชาวเสื้อแดง" ทันที ถึงเรื่อง..."การละเมิดสิทธิมนุษยชน" เพราะมันเท่ากับ...เขาไม่แยแสต่อเรื่องเหล่านี้เลย เพราะ UN ก็บอกชัดว่า “ใครก็ตามที่เกี่ยวข้องกับทองคำจากอูกันดา ซึ่งส่งมาจากคองโกอีกทอด ถือเป็นผู้มีส่วนร่วมกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง”


เหนืออื่นใดก็คือ ทักษิณเคยเฉลยเรื่องนี้ด้วยตนเองในช่วงที่ไปลงทุนใหม่ ๆ (ปี 54) ว่า “พอผมไปเปิดอินเทอร์เน็ต คองโกสำรวจแล้วพบว่าสินแร่ที่มีมูลค่าเท่ากับค่าจีดีพีของสหรัฐอเมริกาและยุโรปรวมกัน แต่คนในประเทศแถบนี้ คุณภาพของคนนั้นไม่ได้”

 

ถ้อยคำเหล่านั้นตีความเป็นอื่นได้หรือว่า...ทักษิณไม่รู้เรื่องทองคำจากคองโกที่อาจแฝงมาในรูปทองคำอูกันดา...และพื้นที่เหล่านั้นเป็น "พื้นที่ต้องห้าม" ห้ามไปข้องแวะไม่ว่ากรณีใดๆ ยิ่งอ้างว่า...ตนเองเป็นฝ่ายประชาธิปไตย เชิดชูสิทธิมนุษยชน...นั่นยิ่งเรียกได้ว่า...เป็นพื้นที่อโคจร...ไม่ควรแม้แต่จะเฉียดใกล้


...แต่เปล่า...ทักษิณไม่ได้สนใจใยดีสิ่งเหล่านี้...เขาพร่ำพูดว่า...ตนเองเป็นนักประชาธิปไตย เคารพสิทธิมนุษยชน แต่อีกด้านหนึ่งกลับถือครองเหมืองทองในอูกันดาถึง 31 แห่งแบบไม่แยแส...ชะตากรรมของชาวพื้นเมืองแอฟริกาเหล่านั้น...ที่ถูกบดขยี้จากธุรกิจเลือดพวกนี้ ยังไม่ต้องเอ่ยถึง...การเข้าไปทำธุรกิจในอูกันดาได้นั้น...ยังไงก็ต้องผ่านเครือข่ายของจอมเผด็จการอย่าง "อีดี้ อามิน" ที่ขึ้นชื่อถึงความเหี้ยมเกรียมที่สุดคนหนึ่งแห่งยุค...และถึงแม้เจ้าตัวจะสิ้นอำนาจไปช่วงที่ทักษิณเข้าไปทำธุรกิจเหมืองแล้ว (หากทำจริงตามที่อ้าง) แต่เครือข่ายกลุ่มก้อนขุนศึกของเขาก็ยังคงหนาแน่นอยู่ในทุกอณูเนื้อของอูกันดา และนั่นไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ ที่ใครจะเข้าไปทำธุรกิจในดินแดน แห่งนั้น หากไม่มีสัมพันธ์อันดีกับเหล่าผู้นำเผด็จการหลายคน ทั้งที่ตัวของทักษิณนั้น...พร่ำพูดกรอกหูสาวกที่เมืองไทยตลอดเวลาว่า...รังเกียจเผด็จการ


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นายอารมณ์ เคนหล้า