โอ๊คหายไป12วันโผล่โหนคลิปฉาว! เพ้อนี่มันหนังจารกรรมสอดแนม คนทำไม่แมน? แล้วที่จะให้10ล้านป่านนี้ยังไม่จ่าย คนพูดแมนหรือ??

โอ๊คหายไป12วันโผล่โหนคลิปฉาว! เพ้อนี่มันหนังจารกรรมสอดแนม คนทำไม่แมน? แล้วที่จะให้10ล้านป่านนี้ยังไม่จ่าย คนพูดแมนหรือ??

Publish 2018-12-23 08:24:20


จากกรณีมีคลิปหลุด หน้าคล้ายนักการเมืองชื่อดังกับหญิงสาวผมสั้น ผิวขาว มีลักษณะและใบหน้าคล้ายกับนักเคลื่อนไหวทางการเมือง โดยมีจุดอยู่ทางการเมืองอยากเลือกตั้ง ต่อมานาย วัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย ออกมายอมรับตั้งใจจะไม่พูดเรื่องนี้ให้เป็นประเด็น เพราะจะเข้าทางคนที่ทำเรื่องสกปรกแบบนี้ขึ้น เรื่องนี้คิดได้ไม่ยากว่าใครเป็นคนทำและทำด้วยเจตนาอะไร แต่สิ่งที่สังคมควรตั้งสติคือเราจะสนับสนุนเจตนาของผู้ทำหรือไม่ ขณะที่ น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์ แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ก็ได้ออกมาโพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก Bow Nuttaa Mahattana ยอมรับเรื่องราวที่เกิดขึ้นนั้น



 

 

ล่าสุดวันนี้(23ธ.ค.) นายพานทองแท้ ชินวัตร ลูกชายนายทักษิณ  ชินวัตร  อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาโพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก  Oak Panthongtae Shinawatra  ถึงกรณีคลิปหลุดด้วย โดยระบุว่า

 

ฉิบหายแล้ว..คลิปหลุด!!

 

คือคำอุทานแรกของผม เมื่อได้ทราบเรื่องนี้ครับ..!!

 

แต่เมื่อได้เห็นคลิปจากเว็ปไซต์ข่าวต่างๆ และได้สอบถามข้อมูลมาพอสมควร บอกได้เลยว่าเรื่องนี้ “ไม่ใช่คลิปหลุดนักการเมืองกับนักกิจกรรม” แบบที่ผู้ประสงค์ร้ายพยายามจะให้เป็น เพราะเรื่องมันใหญ่กว่านั้นเยอะครับ..!!

 

 

ถ้าเป็นคลิปหลุดทั่วไป จะไม่มีการตามสะกดรอยถ่าย ตั้งแต่ร้านอาหาร ลานจอดรถ ไปจนถึงตั้งกล้องรอในห้องของโรงแรม แถมด้วยพนักงานเช็คอินจัดให้เข้าห้องตรงกับที่ตั้งกล้องเอาไว้อีก จะมีสักกี่หน่วยงานกัน ที่มีขีดความสามารถทำได้ขนาดนั้น..

 

เอาแค่การตั้งกล้องรอตามจุดต่างๆ ซึ่งไม่มีใครล่วงรู้ว่าเป้าหมายจะไปที่แห่งใด เนื่องจากเป็นการพูดคุยนัดหมายกันทางโทรศัพท์ และพิมพ์แชทส่งกันผ่านแอพพลิเคชั่นในมือถือ ซึ่งรู้กันเพียงแค่ 2 คนเท่านั้น..!! ผู้กระทำการเตรียมการถูกจุดเป๊ะๆ ได้อย่างไร..??

 

 



 

 

ผมเชื่อว่า นี่คือการจงใจล้วงความลับ ด้วยการวางแผนกันมาอย่างดี โดยอาจจะใช้อุปกรณ์สอดแนม แบบที่เราเห็นในหนังจารกรรมก็ได้ และคิดว่าบุคคลธรรมดา หรือแม้กระทั่งนักสืบมืออาชีพทั้งประเทศไทย ก็ไม่น่าจะสามารถทำได้

 

จุดประสงค์ในการกระทำครั้งนี้ คงเป็นอื่นไปไม่ได้ นอกจากตั้งใจจะรังแกผู้หญิงคนหนึ่ง ด้วยการทำให้อับอาย ผู้หญิงคนนี้จะได้เลิกออกมาเคลื่อนไหว ในสิ่งที่ใครบางคนไม่ต้องการให้เกิดขึ้น แถมด้วยการทำลายความน่าเชื่อถือของฝ่ายชายซึ่งอยู่ในพรรคการเมืองซีกประชาธิปไตยที่ไม่เอาเผด็จการฯ ด้วย

 

ยิ่งนักการเมืองผู้นี้บ่นอยู่เสมอว่าโดนสะกดรอยตาม โดยครั้งหนึ่งเคยโดนชายผมเกรียน ขับรถตามสะกดรอย และดักทำร้ายร่างกายตอนที่กำลังเดินออกจากสนามฟุตบอล เป็นข่าวใหญ่เกรียวกราวมาแล้ว ใครหนอเป็นคนทำ..ช่างน่าสงสัยจริงๆ

 

นักการเมืองในระบอบประชาธิปไตยที่ผ่านมา มีแค่แนวทางทางการเมืองไม่ตรงกัน ทะเลาะกันบ้าง ขัดแย้งกันบ้าง แต่ก็ไม่เคยมีใครเล่นกันแรงกันขนาดนี้นะครับ โดยเฉพาะการกระทำที่ไม่ให้เกียรติผู้หญิงแบบนี้ “ไม่แมน” เลย

 

คำถาม..ที่ประชาชนอย่างพวกเรา ควรได้รับคำตอบก็คือ เรื่องที่เป็นความลับส่วนบุคคล ความเชื่อมั่นว่าข้อมูลข่าวสารที่เราส่งถึงกันไม่รั่วไหล ความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวในอาคารสถานที่ต่างๆในประเทศไทย ยังมีความปลอดภัยได้มาตรฐานอยู่หรือไม่..??

 

 

และที่สำคัญ อุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ ที่ใช้ในการสอดแนม ดักฟัง ล้วงความลับ อ่านแชทของชาวบ้าน ล้วงข้อมูลในมือถือ ซึ่งในรัฐบาลก่อนๆ เคยเป็นของผิดกฎหมาย เดี๋ยวนี้มันถูกกฎหมายแล้วหรือ? มีใช้ในประเทศเราแล้วหรือยัง?

 

ประชาชนมีสิทธิ์จะถามไหม?

 

และใครควรจะเป็น”คนตอบ”ดีครับ?

 

 

ก่อนหน้านี้นายพานทองแท้ ได้ประกาศให้สินบนนำจับ จำนวน 10 ล้าน โดยอ้างถึงนายทักษิณ ผู้เป็นพ่อจะจ่ายเงินให้ หากสามารถจับกุมตัวมือปาระเบิดใส่กลุ่มกปปส. เมื่อปี2557ได้ กระทั่งตำรวจสามารถจับตัวคนร้ายคือ นายกฤษดา ไชยแค ที่ก่อเหตุได้เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.ที่ผ่านมา แต่ผ่านมาหลายวันแล้วยังไม่มีทีท่าที่จะรับผิดชอบใดๆจากนายพานทองแท้ แม้แต่น้อย ซึ่งทางเจ้าตัวก็ไม่โพสต์ข้อความใดๆเกี่ยวกับเรื่องนี้12วันแล้ว จนวันนี้(23ธ.ค.) ลูกชายนายทักษิณ จึงออกมาโพสต์ข้อความ โดยก็ยังไม่มีการพูดถึงเรื่องสินบนนำจับที่ประกาศจะให้แต่อย่างใด

 

 

 

 

 

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ศิริพงษ์ หนูแก้ว