มิน่าล่ะ...ถึงว่า? ย้อนคดีวัฒนา-โกงบ้านเอื้ออาทร โบว์ทำเนียนไม่เคยพูดถึง มาวันนี้ถึงบางอ้อแล้ว

มิน่าล่ะ...ถึงว่า? ย้อนคดีวัฒนา-โกงบ้านเอื้ออาทร โบว์ทำเนียนไม่เคยพูดถึง มาวันนี้ถึงบางอ้อแล้ว

Publish 2018-12-23 12:13:54


        ในห้วงช่วงเวลานี้การเมืองไทยเต็มไปด้วยเรื่องที่ร้อนแรง แต่เรื่องที่เร่าร้อนเสียที่จะปฎิเสธไม่ได้ คงหนีไม่พ้นเรื่องคลิปฉาวหลุด ซึ่งบุคคลในคลิปมีลักษณะใบหน้าละม้ายคล้ายนักการเมืองชื่อดังกับหญิงสาวผมสั้น ผิวขาว และมีใบหน้าคล้ายกับนักเคลื่อนไหวทางการเมืองคนหนึ่ง โดยมีจุดอยู่ทางการเมืองอยากเลือกตั้ง และในเวลาต่อมา "นายวัฒนา เมืองสุข" แกนนำพรรคเพื่อไทย ออกมายอมรับตั้งใจจะไม่พูดเรื่องนี้ให้เป็นประเด็น เพราะจะเข้าทางคนที่ทำเรื่องสกปรกแบบนี้ขึ้น เรื่องนี้คิดได้ไม่ยากว่าใครเป็นคนทำและทำด้วยเจตนาอะไร แต่สิ่งที่สังคมควรตั้งสติคือเราจะสนับสนุนเจตนาของผู้ทำหรือไม่ ขณะที่ "น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา" หรือ "โบว์" แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ก็ได้ออกมาโพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก "Bow Nuttaa Mahattana" ยอมรับเรื่องราวที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเรื่องจริง

 

 

อย่างไรก็ตามหากย้อนกลับไป เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง องค์คณะ "คดีทุจริตโครงการบ้านเอื้ออาทร"ของการเคหะแห่งชาติ นัดฟังคำสั่งรับ-ไม่รับฟ้อง คดีหมายเลขดำ อม.42/2561 ที่ "นายเข็มชัย ชุติวงศ์" อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง "นายวัฒนา เมืองสุข" อายุ 60 ปี อดีต รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ยุค"รัฐบาลทักษิณ 2" และแกนนำพรรคเพื่อไทย รวมทั้ง นายมานะ วงศ์พิวัฒน์ อดีตกรรมการการเคหะแห่งชาติ (กคช.) และอดีตประธานอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองโครงการปี 48–49 ,

 

นายพรพรหม วงศ์พิวัฒน์ อดีตผอ.ฝ่ายการเงิน บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจก่อสร้างที่พักอาศัย นายอภิชาติหรือเสี่ยเปี๋ยง จันทร์สกุลพร นักธุรกิจค้าข้าวรายใหญ่ , น.ส.รัตนา แซ่เฮ้ง ลูกน้องคนสนิทเสี่ยเปี๋ยง , น.ส.กรองทอง วงศ์แก้ว พนักงาน บจก.เพรซิเดนท์อะกริ เทรดดิ้ง จำกัด , น.ส.รุ่งเรือง ขุนปัญญา พนักงาน บจก.เพรซิเดนท์ฯ , บริษัท เพรซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง จำกัด โดยนายปกรณ์ อัศวีนารักษ์ กรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน และบริษัท ซิลเวอร์ อินเตอร์ กรุ๊ป จำกัด (เดิมชื่อ บริษัท ไทย เฉน หยู อินเตอร์เนชั่นแนลคอนสตรัคชั่น ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด) โดยนางพิมพ์วรา รัชต์ธนโรจน์ กรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน เป็นจำเลยที่ 1-9

 



ในความผิดเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.148 , เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ม.157 , ฐานเป็นพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อให้กระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่

 

โดยเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 6,11 และเป็นผู้สนับสนุนการกระทำผิด ตาม ประมวลกฎหมายอาญา ม.83, 86, 91 ซึ่งใน คดีนี้อัยการสูงสุด มอบอำนาจให้ "อัยการคดีปราบปรามทุจริต 2" ยื่นฟ้องจำเลยเมื่อวันที่ 9 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งวันเดียวกันนั้นเอง หลังถูกยื่นฟ้อง "นายวัฒนา" จำเลยที่ 1 และ "นายพรพรหม" จำเลยที่ 3 ได้ยื่นหลักทรัพย์ขอประกันตัว

 

ซึ่งศาลอนุญาตให้ทั้งสองประกันตัวไปโดยตีราคาประกัน นายวัฒนา 5 ล้านบาท และนายพรพรหม 3 ล้านบาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล ส่วน บจก.เพรซิเดนท์ฯ จำเลยที่ 8 และ บจก.ซิลเวอร์ อินเตอร์ กรุ๊ป จำเลยที่ 9 นั้น เป็นการยื่นฟ้องนิติบุคคลที่เป็นบริษัท ดังนั้นทั้งสองจึงไม่ต้องยื่นหลักทรัพย์ประกัน

 

ขณะที่ "น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา" หรือ "โบว์" อายุ 39 ปี สาวนักเคลื่อนไหวทางการเมือง โดยเฉพาะการต่อต้านรัฐบาลคสช.  และเป็นหนึ่งในคณะบุคคลที่เดินหน้ารณรงค์เร่งการเลือกตั้ง เช่นเดียวกับแนวคิดนักการเมืองที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์รัฐประหารปี 2557 ก็ได้มีการโพสต์ชวนคนไปต้านประหารที่หน้าคุก สร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมาอย่างมากมายในโลกโซเชียล  อีกทั้งเคยเป็นอดีตพิธีกรให้กับช่องดังอย่าง “วอยซ์ทีวี” ดำเนินรายการ ดีว่าส์ คาเฟ่ และโคซี่ ลิฟวิ่ง 

 


 
   อย่างไรก็ตามหากพิจารณาจากพฤติการณ์ของ"สาวโบว์" จะทราบเลยทันทีว่าเธอมีจุดยืนที่ชัดเจนคือต้องการจะคัดง้างการใช้อำนาจของรัฐบาล ยกตัวอย่างกรณี เมื่่อวันที่ 12 มิถุนายน 2561 ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา "สาวโบว์" ได้ออกมาแสดงความเห็นบนเฟซบุ๊กส่วนตัวพร้อมกับประณามการใช้อำนาจริดลอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน จากที่มีรายงานข่าว การดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่แชร์ข้อความที่มีการเผยแพร่จากเฟซบุ๊กแฟนเพจที่มีจุดยืนต่อต้านรัฐบาล คสช.  โดย พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ได้ดำเนินคดีประชาชนที่แชร์ข้อความจำนวนทั้งสิ้น 7 ราย และอยู่ระหว่างออกหมายเรียกกว่า 20 ราย และออกหมายจับแอดมินเพจซึ่งอยู่ที่อังกฤษนั้น

 

 

 



โดยเธอ กล่าวว่า "ขอประณามอย่างรุนแรงต่อการออกหมายจับแอดมินเพจ KonthaiUk และตั้งข้อหากับประชาชนที่แชร์ข้อมูลวิพากษ์วิจารณ์ต่อกรณีที่มีข่าวว่ารัฐบาลจะซื้อดาวเทียมมูลค่า 91,200 ล้านบาท และตั้งคำถามต่อการทุจริตที่อาจเกิดขึ้นได้ ในประเทศประชาธิปไตย การวิจารณ์และตั้งคำถามในลักษณะดังกล่าวไม่เพียงไม่เป็นความผิด แต่ยังเป็นสิ่งจำเป็น เพราะการตั้งคำถามและการตรวจสอบจากภาคประชาชนเป็นโอกาสให้รัฐบาลได้ตื่นตัวเพื่อป้องกันการคอรัปชั่นและชี้แจงอย่างเป็นทางการหากมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนจากความจริง คงมีเพียงเผด็จการเท่านั้นที่ต้องการตัดตอนกระบวนการดังกล่าวไม่ให้เกิดขึ้น ทั้งที่ในสภาก็ไม่มีฝ่ายค้านทำหน้าที่ตรวจสอบ และสื่อก็ถูกควบคุมอย่างเบ็ดเสร็จผ่านการใช้อำนาจตามม.44และคำสั่งหัวหน้าคสช."

 

"สิ่งที่นายตำรวจคนสนิทของพล.อ.ประวิตรทำกับประชาชนผู้ถูกตั้งข้อหาในวันนี้ คือการย้อนศรกฎหมาย คำว่า“ความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ” ที่กล่าวหาว่าประชาชนได้ทำผ่านการเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวนั้น แท้จริงคือพวกท่านต่างหากที่กำลังทำให้เกิดความเสียหาย ประเทศที่มี"นายพลที่มีนาฬิกาหรูยี่สิบกว่าเรือนและไม่ได้แสดงบัญชีรายการทรัพย์สิน" แล้วเวลาผ่านไปครึ่งปีนับแต่มีการตั้งคำถามก็ยังไม่มีความคืบหน้าในการตรวจสอบ แต่กลับดำเนินคดีปิดปากประชาชนที่วิจารณ์และตั้งคำถามกับนายพลคนเดิมเพื่อรักษาประโยชน์สาธารณะกับสิ่งใหม่ที่มีมูลค่าเกือบแสนล้านบาท จะเป็นประเทศที่มีความมั่นคงไปได้อย่างไร?" สาวโบว์ ระบุ

 

 ทั้งนี้ สาวโบว์ ยังกล่าวอีกว่า "ขอเรียกร้องให้องค์กรสิทธิฯ สื่อมวลชน นักวิชาการ และสังคมร่วมกันแสดงจุดยืนปกป้องสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก เพื่อไม่ให้เราต้องอยู่ในสังคมที่ปกคลุมไปด้วยความหวาดกลัว อันจะนำสู่การปิดปากตัวเอง และสกัดกั้นการเกิดขึ้นของระบอบประชาธิปไตยแทนที่ระบอบมาเฟียที่รัฐบาลคสช.ได้สร้างไว้ตลอดสี่ปีที่ผ่านมา"

 

  อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาเปรียบเทียบกันแล้ว กรณีการโกงบ้านเอื้ออาทร (โกงได้แม้กระทั่งบ้านของคนจน คนยากไร้) ของคุณพี่ไก่ ที่ทำประเทศชาติเสียหายกันไปเท่าไหร่ถึงเท่าไหร่ และ กรณีนาฬิกาหรูของบิ๊กป้อม ที่ไม่ได้แสดงบัญชีรายการทรัพย์สิน อันไหนมันสาหัสสากรรจ์กว่าละจ๊ะสาวโบว์ แต่วันนี้ทุกคนก็พอจะเข้าใจแล้วว่าทำไมสาวโบว์ถึงไม่เอ่ยปากพูดถึงเรื่องของคุณพี่ไก่เลยผิดกับเรื่องคสช.อย่างสิ้นเชิง ตอนนี้ถึงบางอ้อแล้ว  ...

 

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ธัญญา พัชรวงศ์ศักดา