บิ๊กตู่ ยันตนเป็นคนของรัฐบาลไม่เคยหวังผลเป็นอื่น ย้ำยุทธศาสตร์ชาติกำหนดมาเพื่อทุกคน แนะให้เลือกตั้งด้วยเหตุและผลเพื่อบ้านเมือง

"บิ๊กตู่" ยันตนเป็นคนของรัฐบาลไม่เคยหวังผลเป็นอื่น ย้ำยุทธศาสตร์ชาติกำหนดมาเพื่อทุกคน แนะให้เลือกตั้งด้วยเหตุและผลเพื่อบ้านเมือง

Publish 2018-12-25 10:29:34


วันนี้ 25 ธ.ค. 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเย็นวานนี้ ที่วัดบางไผ่ พระอารามหลวง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) และคณะ พบปะประชาชนและเยี่ยมชมการดำเนินกิจกรรมร้านค้าชุมชนและผลิตภัณฑ์โอทอป โดยมีข้าราชการ อาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) และประชาชนกว่า 5,000 คนมารอต้อนรับ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อประชาชนว่า วันนี้ไม่ได้มาเพื่อการเมือง ไม่ได้มาเพื่อให้สนับสนุนพรรคใดทั้งสิ้น มาด้วยตัวของผมเอง มาด้วยรัฐบาลนี้ จำเป็นที่จะต้องมาพบกับทุกคนเพื่อทำความเข้าใจ สื่อสารว่าจะร่วมมือกันทำให้บ้านเมืองเดินต่อไปข้างหน้าได้

สำหรับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีที่รัฐบาลกำหนดออกมานั้นก็เพื่อคนทุกคน ทุกวัย เป็นการดูแลในรูปแบบสวัสดิการแห่งรัฐ และนโยบายดังกล่าวไม่ได้ทำเพื่อสร้างคะแนนความนิยมแก่ตน ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน เมื่อถึงเวลาก็ทำเพิ่มเติมให้ วันข้างหน้าก็เป็นเรื่องของรัฐบาลต่อไปที่จะมาพิจารณาว่าจะทำอย่างไรต่อ จึงขอให้อย่าต่อว่ากันไปมา เพราะตนนั้นก็ไม่เคยไปว่าใคร และไม่เห็นว่ามันจะเกิดอะไรที่ดีขึ้นจากการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล ที่ผ่านมาเราก็ยอมรับในกติกามาโดยตลอด ดังนั้น เมื่อถึงเวลาก็ควรยอมรับกติกากันบ้าง กฎหมายว่าอย่างไรก็ต้องว่าไปตามนั้น ขอให้ทุกคนเข้าใจตรงจุดนี้



"เจตนารมณ์ของรัฐบาลที่เข้ามาทำงานช่วง 4 ปีที่ผ่านมา หลายคนอาจมองว่านานเหลือเกินเบื่อหน้านายกฯแล้วอยู่มา 4-5 ปี น่าเบื่อเหลือเกิน แต่ผมกลับรู้สึกว่าเวลามันรวดเร็ว ที่ว่าเร็วไม่ใช่เพราะว่าอยากอยู่ต่อ แต่เร็วเพราะการแก้ไขปัญหาหลายอย่างยังไม่จบ ใช้เวลามากขนาดนี้ ผมอยากถามว่าแล้วถ้าไม่มีรัฐบาล แล้วจะทำอย่างไรต่อไป ซึ่งก็ต้องเป็นหน้าที่ของรัฐบาลใหม่ที่ทุกคนจะต้องเลือกเข้ามา เป็นหน้าที่ของประชาชนที่จะเลือก ไม่ใช่ผม เพราะแม้แต่ผมจะบอกให้เลือกแล้วพวกท่านจะเลือกตามหรือ มันทำไม่ได้ผิดกฎหมาย 

ดังนั้นทุกคนมีหน้าที่ที่จะเลือกด้วยตัวเอง แต่ขอความกรุณาให้เลือกด้วยเหตุและผล ควรจะต้องเลือกคนที่มีความรู้ มีคุณธรรม มีความตั้งใจดี มีความปรารถนาดีเข้ามา ที่สามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่าจะทำอย่างไรให้บ้านเมืองดีขึ้น ไม่ใช่พูดแค่ดิสเครดิตตรงนั้นตรงนี้ ว่าทุกคนไปหมด มันไม่ได้จะทำให้ทุกอย่างชะงักไปเสียทั้งหมด หลายอย่างที่เคยได้รับความร่วมมือก็จะเสียหาย และทำให้เสียเวลา ผมไม่ได้รังเกียจใครทั้งสิ้น ทุกอย่างเป็นเรื่องกลไกทางการเมือง และประชาธิปไตยก็ว่ากันไป การที่ผมเข้ามา 4-5 ปีก็เพื่อแก้ไขปัญหา ซึ่งหลายอย่างเป็นปัญหาที่ทับถมมานาน เราจึงจำเป็นต้องมีมาตรการในการแก้ไขปัญหา ยืนยันว่าไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้ใคร" นายกฯ กล่าว



ทั้งนี้ยังได้กล่าวเพิ่มเติมต่อไปว่าการเดินหน้าประเทศถ้าไม่ต้องมัวแต่แก้ไขปัญหาก็คงไม่ยาก แต่ปัญหาที่ผ่านมามันพะรุงพะรังและทับถมมายาวนาน จึงจำเป็นต้องมียุทธศาสตร์ชาติ ทุกคนจึงต้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหาเพื่อเดินหน้าประเทศ และติดตามข่าวสารต่างๆที่เป็นข้อเท็จจริงดีกว่าติดตามข่าวสารที่เป็นเรื่องการทะเลาะเบาะแว้ง ขัดแย้งกัน ถ้าทุกคนมองแต่เรื่องความขัดแย้งก็จะไม่ได้อะไรขึ้นมา เสียเวลา ไม่ได้ฟังสิ่งที่เป็นประโยชน์ เพราะมัวแต่ไปฟังสิ่งที่เป็นความขัดแย้ง 

และทิ้งท้ายว่า ตนนั้นไม่เคยหวังผลทางการเมืองและไม่ได้ต้องการสร้างความแตกแยก เพราะตนอยู่ในฐานะรัฐบาล จึงไม่สามารถบังคับให้ใครชอบพอได้ เป็นเรื่องของจิตใจมนุษย์ หลายคนที่ไม่ชอบตนก็ไม่สามารถไปโกรธเกลียดเขาได้ แต่ก็หวังว่าวันข้างหน้าจะเข้าใจกันมากขึ้น สำหรับคนที่เข้าใจกันอยู่แล้วก็ควรจะช่วยกันให้เกิดความเข้าใจและมั่นใจ เชื่อมั่นในโครงการที่ทำออกมา แต่แน่นอนว่าไม่มีอะไรที่ร้อยเปอร์เซ็นต์ มีทั้งคนได้และเสียประโยชน์


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

เอกชัย เรืองฉาย

ติดตามข่าวอื่นๆ