อัยการนัดฟ้องพ่อศิธาพท.ฟอกเงินกรุงไทย โอ๊คขอไปงานแต่งน้องรอกลับมารายงานตัว?!?

อัยการนัดฟ้องพ่อศิธาพท.ฟอกเงินกรุงไทย โอ๊คขอไปงานแต่งน้องรอกลับมารายงานตัว?!?

Publish 2019-01-10 15:22:18


จากกรณีนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด แถลงนัดส่งตัวฟ้องคดีสมคบฟอกเงินเกี่ยวกับการโอนและรับโอนเงินที่ได้จากการอนุมัติสินเชื่อระหว่าง ธนาคารกรุงไทยกับกลุ่มกฤษดามหานครโดยมิชอบ ในส่วนของ "นางกาญจนาภา หงษ์เหิน" เลขานุการส่วนตัว "คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร" อดีตภริยา "นายทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกรัฐมนตรี, "นายวันชัย หงษ์เหิน" สามีของนางกาญจนาภา และ "นายมานพ ทิวารี" บิดาของ "น.ต.ศิธา ทิวารี" อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ข้อหาร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงิน



 

 

ทั้งนี้ปรากฏว่า ผู้ต้องหาทั้ง 3 ไม่ได้เดินทางมาพบอัยการ โดยตัวแทนนายมานพได้แจ้งต่ออัยการว่า "นายมานพ" ติดธุระที่ประเทศเยอรมัน พร้อมส่งสำเนาตั๋วเครื่องบินไปเยอรมันเป็นหลักฐาน และหนังสือขอเลื่อนนัดมา ยืนยันว่าจะมาพบอัยการในวันที่ 29 พ.ย. อัยการพิจารณาแล้วอนุญาต โดยกำชับนายมานพให้มาพบตามวันดังกล่าวคือ 29 พ.ย.นี้ เวลา 10.00 น. ซึ่งอัยการแจ้งไปในหนังสือให้มาพบตามวันเวลาดังกล่าว จะไม่อนุญาตให้ผู้ต้องหาให้เลื่อนนัดอีก

 

 

 



 

ล่าสุดวันนี้(10ม.ค.)นายประยุทธ ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าการส่งตัวฟ้อง นายมานพ ว่า หลังจากที่คณะทำงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษก็มีความเห็นสั่งฟ้องนายมานพ พร้อมกับนางกาญจนาภา หงษ์เหิน (เลขานุการส่วนตัวคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร อดีตภริยานายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี) และนายวันชัย หงษ์เหิน (สามีของนางกาญจนาภา) ซึ่งในส่วนของนายมานพนั้นให้มาพบกับอัยการในวันที่ 29 พ.ย.61 เพื่อจะยื่นฟ้อง แต่ขณะเดียวกันนั้นนายมานพ ก็ได้ยื่นร้องขอความเป็นธรรมต่อผู้บริหารสำนักงานอัยการสูงสุด แต่คณะทำงานอัยการพิจารณาแล้วก็มีความเห็นยืนยันสั่งให้ฟ้อง โดยอัยการกำหนดนัดให้นายมานพ มาพบในวันที่ 30 ม.ค.62 นี้ เวลา 10.00 น.

 

 

“เพื่อจะนำตัวไปยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ซึ่งอัยการได้แจ้งด้วยว่าหากไม่มาพบตามเวลาที่นัดหมายก็จะพิจารณาให้พนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ดำเนินการตามขั้นตอนขอออกหมายจับที่จะติดตามตัวมาฟ้อง สำหรับนางกาญจนาภา และ นายวันชัย สามี (อัยการมีคำสั่งให้ฟ้องข้อหาร่วมฟอกเงินและสมคบฟอกเงินในการรับโอนเช็คจำนวน 26 ล้านบาท) ก่อนหน้านี้ทางคณะทำงานอัยการฯ ก็แจ้งให้ดีเอสไอติดตามตัวทั้งสองมาฟ้องแล้ว ซึ่งมีการให้ออกหมายจับทั้งสองแล้ว ก็ต้องรอการติดตามหาตัวผู้ต้องหาทั้งสองมาส่งฟ้องศาลภายในอายุความต่อไป”

 

 

อย่างไรก็ตามสำหรับคดีนี้ในสำนวนที่ 2 กลุ่มรับโอนเงิน ที่ยื่นฟ้อง นายพานทองแท้หรือโอ๊ค ชินวัตร (บุตรชายคนโตอายุ 38 ปีของอดีตนายกฯทักษิณ) ในความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 5 , 9 , 60ฐานสมคบฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงินรับโอนเช็ค 10 ล้านบาท เมื่อวันที่ 10 ต.ค.61 ซึ่งศาลประทับรับฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำ อท.245/2561 และได้นัดตรวจเอกสารหลักฐานต่อเนื่องในเดือน ม.ค.62 เม.ย.62 โดยจะนัดตรวจหลักฐานทั้งหมดให้เสร็จสิ้นในวันที่ 25 มิ.ย.นี้ ขณะที่ โอ๊ค-พานทองแท้ ได้ประกันตัวไปด้วยหลักทรัพย์เงินสด 1 ล้านบาท ซึ่งศาลกำหนดเงื่อนไขห้ามออกนอกประเทศเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล

 

ขณะที่มีรายงานข่าวด้วยว่า โดยบอกว่า นายพานทองแท้ เตรียมจะเดินทางไปร่วมการแต่งงานของน้องสาวคนเล็ก น.ส.แพทองธาร หรืออุ๊งอิ๊ง ที่ต่างประเทศ ในเดือน มี.ค.62 นี้นั้น ทางทีมทนายความก็ได้ยื่นคำร้องขออนุญาตต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ กลาง แล้วเมื่อปลายปี 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งศาลมีคำสั่งอนุญาตให้นายพานทองแท้ จำเลย เดินทางออกนอกประเทศ โดยนายพานทองแท้ มีกำหนดที่จะต้องเดินทางกลับมารายงานตัวต่อศาลภายในวันที่ 26 มี.ค.นี้หลังจากเดินทางไปร่วมงานแต่งงานดังกล่าว

 

 

 

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ศิริพงษ์ หนูแก้ว

ติดตามข่าวอื่นๆ