โฆษกคสช.ซัด คนอยากเลือกตั้ง วุฒิภาวะ ปชต. บกพร่อง!  ไร้ประโยชน์ต่อสังคม กางแผ่กฏหมายการใช้เสียงในการชุมนุมสาธารณะ

โฆษกคสช.ซัด "คนอยากเลือกตั้ง" วุฒิภาวะ ปชต. บกพร่อง! ไร้ประโยชน์ต่อสังคม กางแผ่กฏหมายการใช้เสียงในการชุมนุมสาธารณะ

Publish 2019-01-14 11:04:20


    
     ...  เรียกได้ว่าสถานการณ์ทางการเมืองไทยณ เวลานี้เริ่มคุกรุ่นและเหมือนจะเริ่มทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ที่ต้องจับตาดูกันอย่างใกล้ชิด เนื่องจากกรณีการรวมตัวของกลุ่มคน "อยากเลือกตั้ง" ภายหลังมีเหตุสุดวิสัยจำต้องเลื่อนการเลือกตั้งออกไปจากเดิมวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 ออกไปอย่างน้อยอีก 1 เดือน ทั้งหมดทั้งมวลนี้นำมาซึ่งการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ของกลุ่มคนดังกล่าวให้เห็นอย่างประปราย โดยเจตนามาจากการแสดงออกว่าไม่เห็นด้วยกับการเลื่อนการเลือกตั้งออกไป  ... 

 

 

จากกรณี "คนอยากเลือกตั้ง" จัดกิจกรรมแสดงพลังในจุดยืน "ไม่เลื่อน ไม่ล้ม ไม่ต่อเวลาการเลือกตั้ง" พร้อมกับศาลากลางจังหวัดทั่วประเทศ ที่มีการจัดกิจกรรมไปพร้อมกัน โดยการจัดกิจกรรมดังกล่าวได้จัดขึ้นบริเวณแยกราชประสงค์ โดยมีประชาชนแห่มาร่วมจำนวนมาก จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัว "น.ส.นัฎฐา มหัทธนา" หรือ "โบว์" หนึ่งในคณะบุคคลที่เดินหน้ารณรงค์เร่งการเลือกตั้ง นักเคลื่อนไหวทางการเมืองตัวยง และ "น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว" หรือ "ลูกเกด"  หนึ่งในนักศึกษาที่ถือร่วมอุดมการณ์เดียวกัน ในข้อหาทำผิด พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ ใช้เสียงปราศรัยเกินกำหนด ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

 


 



ทั้งนี้ ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 20 นาฬิกา 30 นาที ของวันที่ 13 มกราคม 62 ที่ สน.ลุมพินี  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า "เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ปทุมวัน จัดแถวกระชับพื้นที่เข้าใหล้กลุ่มผู้ชุมนุมเข้ามา เนื่องจากต้องการควบคุมตัวแกนนำ "โบว์ และ ลูกเกด" ในข้อหาทำผิด พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ ใช้เสียงปราศรัยเกินกำหนด โดยเจ้าหน้าที่เข้ามาชี้แจงพร้อมเชิญทั้งสองไปยัง สน.ลุมพินี โดยมีมวลชนจำนวนหนึ่งราว 50 คนตามไปให้กำลังใจด้วย ส่วนจ่านิว ยังคงปักหลักดูความเรียบร้อยเก็บของแยกราชประสงค์พร้อมมวลชนที่เหลือต่อไป "พ.ต.อ.อัครวุฒ ธานีรัตน์" ผกก.สน.ลุมพินี ได้เชิญตัว "โบว์-ณัฎฐา" มาพูดคุยเจรจาภายในห้องประชุมชั้น 2 ของโรงพัก หลังใช้เครื่องขยายเสียงในการชุมนุมบริเวณแยกราชประสงค์โดยไม่ได้รับอนุญาต เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา"

 

 

ต่อมาเวลา 22 นาฬิกา "นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์" หรือ "จ่านิว"  ได้นำเครื่องขยายเสียง ประกอบด้วยเครื่องขยายเสียงและลำโพง 2 ตัว และเครื่องปั่นไฟมาไว้ที่โรงพัก พร้อมมีประชาชนประมาณ 60 คน เดินทางติดตามมาให้กำลังใจเหตุการณ์ทั่วไปยังคงปกติ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ยึดเครื่องขยายเสียงไว้ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

 

จากนั้นเมื่อเวลา 23 นาฬิกา 20 นาที  "โบว์-ณัฎฐา" ได้ออกมาแจ้งให้กับประชาชนที่ติดตามมาให้กำลังใจได้ทราบว่า การที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเชิญตัวมาเนื่องจากในระหว่างที่มีการชุมนุมนั้นมีการเปิดใช้เครื่องขยายเสียงดังเกินกว่า 90 เดซิเบล ซึ่งตนก็ได้ชี้แจงว่า ในระหว่างที่มีการชุมนุมนั้นอาจจะมีเสียงจากแหล่งอื่นๆ ที่ใกล้เคียงแทรกเข้ามา จึงอาจทำให้เครื่องวัดผิดพลาดได้ ซึ่งในส่วนของตนได้มีการถ่ายคลิปไว้ตรวจสอบตลอดเวลา ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ได้ขอยึดเครื่องเสียงทั้งหมดไว้ตรวจสอบ และลงบันทึกประจำวัน ส่วนคดีและการแจ้งข้อหานั้น ต้องรอให้การตรวจสอบทั้งหมดเสร็จสิ้นก่อน จึงจะแจ้งให้เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาในภายหลังต่อไป ...

 

 
 



ล่าสุด "พ.อ.วินธัย สุวารี" โฆษกประจำคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)  เปิดเผยว่า "จากการที่สมาชิกพรรคการเมืองบางท่าน ได้ออกมากล่าวถึงการแสดงความคิดเห็นของ พล.อ.อภิรัตช์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ) ต่อการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ว่าขณะนี้ คนส่วนใหญรับข่าวสารเรื่องการเลือกตั้งด้วยวิจารณญาณ มีความเข้าใจในเหตุและผล และเฝ้าดูการทำหน้าที่ของหน่วยงานที่รับผิดชอบ มีความพร้อมที่จะร่วมสร้างบรรยากาศ “แจ่มใส” ให้ประเทศ เพื่อเตรียมสำหรับพระราชพิธี ที่เป็นมหามงคลยิ่ง และสามารถจัดการเลือกตั้งได้ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด หากสังคมไทย มองการตั้งใจเคลื่อนไหว อย่างมีนัยที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ ด้วยความรู้สึกกังขาและมองว่า ไม่เหมาะ ไม่ควร ก็คงไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะเป็นอารมณ์ประชาธิปไตย ที่ใครๆก็มีสิทธิจะเกิดความรู้สึกแบบนั้นได้

 

ถ้ามองอย่างพิจารณา อาจตั้งข้อสังเกตุได้ไหมว่าการเคลื่อนไหวบางอย่าง ได้กลายเป็นอาชีพ หนึ่งไปเสียแล้ว เป็นวิธีการเดิมๆ ที่บางกลุ่มนำมาใช้ โดยบางครั้งไม่ได้สนใจบริบทสังคมโดยรวม ทั้งนี้ การเคลื่อนไหวแบบมีนัยยะ วิจารณ์ด้วยทัศนคติเชิงลบ ไม่น่าเป็นการแสดงออกทางประชาธิปไตย ไม่เกิดประโยชน์ต่อสังคม กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ระยะหลังมีความกราดเกรี้ยวในถ้อยคำยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการชูประเด็นเป็นฝ่ายประชาธิปไตย แล้วผลักผู้อื่นให้ไปอยู่ตรงข้าม อาจมองได้ถึงวุฒิภาวะทางประชาธิปไตย ที่กำลังบกพร่อง"

 


 

 

อย่างไรก็ตาม ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กำหนดระดับเสียงของเครื่องขยายเสียงที่ใช้ในการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. ๒๕๕๘ โดยที่เป็นการสมควรกำหนดระดับเสียงของเครื่องขยายเสียงที่ใช้ในการชุมนุมสาธารณะ เพื่อไม่ให้เป็นอันตรายต่อสุขอนามัยของผู้ชุมนุมและไม่เป็นการรบกวนหรือก่อความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้อื่น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๕ (๗) แห่งพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. ๒๕๕๘ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติจึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

 

 

 

 

ข้อ ๑  ในประกาศนี้ “ระดับเสียงทั่วไป” หมายความว่า ระดับเสียงที่เกิดขึ้นจากการใช้เครื่องขยายเสียงในการชุมนุมสาธารณะ

“ค่าระดับเสียงสูงสุด” หมายความว่า ค่าระดับเสียงสูงสุดที่เกิดขึ้นในขณะหนึ่ง ระหว่างการตรวจวัดระดับเสียงของเครื่องขยายเสียงที่ใช้ในการชุมนุมสาธารณะ โดยมีหน่วยเป็นเดซิเบลเอ หรือ dB(A)

 

ข้อ ๒  ห้ามมิให้ใช้เครื่องขยายเสียงเกินกำหนดระดับเสียงทั่วไปไว้ ดังต่อไปนี้

(๑) ค่าระดับเสียงสูงสุด ไม่เกิน ๑๑๕ เดซิเบลเอ

(๒) ค่าระดับเสียงเฉลี่ย ๒๔ ชั่วโมง ไม่เกิน ๗๐ เดซิเบลเอ

ข้อ ๓  ห้ามมิให้ใช้เครื่องขยายเสียงในการชุมนุมสาธารณะอันเป็นการรบกวนผู้อื่น โดยให้กำหนดระดับเสียงรบกวนเท่ากับ ๑๐ เดซิเบลเอ

 

 

ข้อ ๔  วิธีการตรวจวัดระดับเสียงสูงสุด ระดับเสียงเฉลี่ย และระดับเสียงรบกวนที่เกิดจากการใช้เครื่องขยายเสียงในการชุมนุมสาธารณะ ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ

ข้อ ๕  ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ ๒๓ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๘ พลตำรวจเอก สมยศ  พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

 

 

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ธัญญา พัชรวงศ์ศักดา