สิ้นสุดกันที..มรดกบาปทักษิณ!!!กคช.ใช้เวลาถึง 16 ปีปิดมหากาพย์บ้านเอื้ออาทร ต้องรอยุคบิ๊กตู่ ฟ้องเอาผิดวัฒนากับพวกได้!??

สิ้นสุดกันที..มรดกบาปทักษิณ!!!"กคช."ใช้เวลาถึง 16 ปีปิดมหากาพย์"บ้านเอื้ออาทร" ต้องรอยุค"บิ๊กตู่" ฟ้องเอาผิด"วัฒนา"กับพวกได้!??

Publish 2019-01-28 23:18:47


ถือเป็นหนึ่งโครงการฉาวที่มีเรื่องเล่ายาวนานหลายยุคสมัย   แต่เพิ่งจะมีความชัดเจนในทางคดี  โดยการพิจารณาสั่งฟ้องบุคคลผู้เกี่ยวข้องกับ "โครงการบ้านเอื้ออาทร"  ในยุครัฐบาลไทยรักไทย  ซึ่งมี "ทักษิณ ชินวัตร" เป็นหัวเรือใหญ่ แล้วมอบหมายให้รัฐมนตรีใกล้ตัวอย่าง "วัฒนา เมืองสุข" ดูแลรับผิดชอบ  แต่อย่างที่รับรู้ว่าโครงการดังกล่าวเต็มไปด้วยปัญหาการทุจริต คอร์รัปชั่น  ทำให้ถึงแม้จะผ่านมาแล้วถึง 16 ปี โครงการบ้านเอื้ออาทรที่เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2546 ก็ยังไม่แล้วจบสิ้น แต่กลายเป็นภาระรับผิดชอบของการเคหะแห่งชาติมาถึงปัจจุบัน

 

ทักษิณ ชินวัตร - วัฒนา เมืองสุข

 




ล่าสุด  ดร.ธัชพล กาญจนกูล  ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ   เพิ่งเปิดเผยว่า การเคหะแห่งชาติที่เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี  2546  ใกล้จะดำเนินขายบ้านเอื้ออาทรได้ครบถ้วนตามเป้าหมาย 281,556 หน่วยแล้ว หลังจากคณะรัฐมนตรี   เมื่อวันที่ 30  มิ.ย. 2552  มีมติให้ปรับลดหน่วยก่อสร้าง   โดยปัจจุบันผลการก่อสร้างแล้วเสร็จจำนวน  280,790 หน่วยและมียอดขาย  269,973  หน่วย  หรือคิดเป็น 96.15%   ส่วนที่เหลืออีกจำนวน 10,817 หน่วย   ทางการเคหะแห่งชาติเตรีมปรับกลยุทธ์การขาย  ทั้งการนำบ้านเข้าร่วมโครงการบ้านล้านหลังที่มีผู้ให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก  และการจัดแคมเปญ ลด  แลก  แจก  แถม รวมถึงจ้างเอกชนบริหารการขาย และการเปิดเช่าเพื่อซื้อ (Rent to Buy) โดยการให้เอกชนเช่าเหมาอาคาร และขายในราคาพิเศษให้เป็นสวัสดิการหน่วยงานรัฐ เป็นต้น

 

ทั้งนี้ตามข้อมูลของการปรับลดจำนวนบ้านเอื้ออาทร  ในช่วงเดือน มิ.ย. 2552    นายวัชระ กรรณิการ์  รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในขณะนั้น   เป็นผู้ให้ข้อมูลว่า  ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม. )  มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงมหาดไทย  พร้อมเสนอปรับลดหน่วยก่อสร้างในโครงการบ้านเอื้ออาทรของการเคหะแห่งชาติ(กคช.)ลงจาก 300,504  หน่วย  เหลือ 281,556 หน่วย รวมทั้งอนุมัติงบประมาณให้แก่ กคช.เพื่อชดเชยภาระดอกเบี้ยเงินกู้อีก 3,587 ล้านบาท

 

ด้วยเหตุผลเพื่อที่ กคช.จะได้ไม่ลงทุนในหน่วยที่ไม่สามารถขายได้   และไม่ต้องรับภาระดอกเบี้ยหลังการก่อสร้างแล้วเสร็จในหน่วยที่ขายไม่ได้  ตลอดจนเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายในการบริหารชุมชนที่จะนำไปสู่การขาดสภาพคล่องทางการเงินของ กคช.

 

 

ประเด็นสำคัญคือ นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ  นายกรัฐมนตรี   ในขณะนั้นได้สั่งการให้การเคหะแห่งชาติไปพิจารณาว่า  บ้านเอื้ออาทรอีกราว 70,000 หน่วย   หากก่อสร้างต่อไปจะมีความคุ้มทุน หรือ ขาดทุนมากน้อยอย่างไร หรือหากจะยุติการก่อสร้างไปเลยจะทำให้ กคช.ขาดทุนจำนวนเท่าใด  แล้วให้นำมาเปรียบเทียบกับกรณีที่สร้างเสร็จทั้งโครงการ เพื่อจะได้ดำเนินการให้เหมาะสมต่อไป 

 

กระทั่งในยุครัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็นำโครงการในยุคพี่ชาย "ทักษิณ ชินวัตร" ดังกล่าวมาสานต่อ โดยการมีมติเห็นชอบ  แผนพลิกฟื้นองค์กรในส่วนของแผนการบริหารสินทรัพย์รอการพัฒนา (Sunk Cost) เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินระยะยาว และใช้ประโยชน์ในที่ดิน  ก่อนจะมาเป็นรูปธรรมของการแก้ปัญหาบ้านเอื้ออาทรที่ยืดเยื้อมาเป็นเวลานานจนสำเร็จได้ในช่วงรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา

 

ทั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของการทำให้โครงการบ้านเอื้ออาทรสุดฉาว  เดินมาสู่บทสรุปในแง่ของการปิดการขายและยุติปัญหาที่ค้างคามานานถึง 16 ปี  แต่ในยุครัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์  ทำให้ข้อกล่าวเรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่น  เริ่มต้นเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมสักที   โดยเมื่อกลางปี  2561 ทีผ่านมา  ทางด้าน นายเข็มชัย ชุติวงศ์ อัยการสูงสุดมีคำสั่งชี้ขาดให้ฟ้องผู้กระทำผิดในโครงการบ้านเอื้ออาทรแล้ว  

 

ตามรายละเอียดสืบเนื่องจากทำหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.)  ในการไต่สวนข้อกล่าวหานายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กับพวก  สืบเนื่องจากกระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือ กระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างเอกชนโดยการเคหะแห่งชาติในโครงการบ้านเอื้ออาทร เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ ตามหมายเลขดำที่ 07-3-079/2551

 

อ่านข่าวประกอบ
ภาพมันฟ้อง! สุสานบ้านเอื้ออาทรโก-ลก มรดกบาประบอบทักษิณ

 

 



จากนั้นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ส่งรายงานการไต่สวนเป็นคดีหมายเลขดำที่ 07-3-079/2551 คดีหมายเลขแดงที่ 346-3-3/2559  มายังสำนักงานอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินการ  ก่อนพิจารณาแล้วเห็นว่าคดีมีมูลพอฟ้องผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 19 รายในคดีนี้ จึงมีคำสั่งรับดำเนินคดี สั่งฟ้องบุคคลที่เกี่ยวข้องตามฐานความผิดดังนี้

 

กลุ่ม 1 นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  ฐานเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148, 157, 83, 91

 

กลุ่ม 2 นายมานะ วงศ์พิวัฒน์ อดีตกรรมการการเคหะแห่งชาติ (กคช.) และอดีตประธานอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองโครงการระหว่างวันที่ 9 ก.ย. 2548 – 19 ก.ย. 2549 ฐานเป็นพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อให้กระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือ มิชอบด้วยหน้าที่ เป็นพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตและเป็นผู้สนับสนุนนายวัฒนาฯ เจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่นตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 6, 11 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148, 83, 86, 91

 

และ กลุ่ม 3  ประกอบด้วย  นายพรพรหม วงศ์พิวัฒน์ อดีตผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจก่อสร้างที่พักอาศัย, นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง หรือกี้ร์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักไทย, นายอภิชาติ จันทร์สกุลพร หรือเสี่ยเปี๋ยง นักธุรกิจค้าข้าวรายใหญ่, น.ส.รัตนา แซ่เฮ้ง ลูกน้องคนสนิทเสี่ยเปี๋ยง, น.ส.กรองทอง วงศ์แก้ว พนักงาน บจก.เพรซิเด้นฯ, น.ส.รุ่งเรือง ขุนปัญญา พนักงาน บจก.เพรซิเด้นฯ, บริษัท เพรซิเด้น อะกริเทรดดิ้ง จำกัด ประกอบกิจการสีข้าวที่เสี่ยเปี๋ยงเป็นประธานกรรมการ, บริษัท พาสทิญ่า ไทย จำกัด ประกอบกิจการก่อสร้างที่พักอาศัย ผู้รับเหมาโครงการบ้านเอื้ออาทร, นายซาร์นน บินยาขอบ, นายโมฮ์ด ฮานาเปียร์ บิน อับดุล อาซิล, นายอาฮ์มัด บิน ฮารอน, นายศักดิ์สิทธิ์ หรือเดชวรกุล อลังการกุล, บริษัท นามแฟทท์คอนสตรัคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ประกอบกิจการก่อสร้างอาคารที่ไม่ใช่ที่พักอาศัย, นายลาว ซี ฮุง, บริษัท ไทย เฉนหยู อินเตอร์เนชั่นแนลคอนสตรัคชั่นดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด, บริษัท พรินซิพเทคไทย จำกัด ประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้าง และ น.ส.สุภาวิดา คงสุข กรรมการและผู้มีอำนาจทำการแทน บจก.ไทยเฉนหยู

 

นายอภิชาติ จันทร์สกุลพร หรือเสี่ยเปี๋ยง

 

อ่านข่าวประกอบ

"เสี่ยเปี๋ยง" เด็กใคร!! เส้นทางสามเส้าจากพ่อค้าข้าวพัวพัน 2อภิมหาทุจริต"บ้านเอื้ออาทรสู่จำนำข้าว" เกี่ยวข้องกันได้อย่างไร!!??


พลิกปูมฉาว “บ้านเอื้ออาทร” คตส.ชี้ผิดยกเซ็ต "วัฒนาและพวก" จะรอดหรือไม่?

 

โดยบุคคลทั้งหมดนี้มีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนนายวัฒนา  ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ  ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น และสนับสนุนนายมานะ  อดีตกรรมการการเคะแห่งชาติ  ซึ่งเป็นพนักงานเรียก  รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อให้กระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 148, 86, 91 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 6

 

นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง หรือกี้ร์

 

ทั้งนี้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง   พิจารณาคำฟ้องแล้วเห็นว่า คดีอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2560 จึงให้ประทับรับฟ้อง ข้อหากระทำผิดของนายวัฒนา  และ ข้อหาที่เกี่ยวข้องกับ  นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง หรือกี้ร์ อายุ 54 ปี อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักไทย, บริษัท พาสทิญ่าไทย จำกัด, บริษัท นามแฟทท์ คอนสตรัคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท พรินซิพเทค ไทย จำกัด และ น.ส.สุภาวิดา คงสุข กรรมการผู้มีอำนาจทำการแทน บริษัท ไทยเฉินหยูฯ  ไว้พิจารณาเพื่อมีคำพิพากษาต่อไป

 

อ่านข่าวประกอบ

เรียงหน้าชำระกรรม ศาลฎีกาฯประทับรับฟ้องคดีทุจริต"บ้านเอื้ออาทร"แล้ว "วัฒนา"นำทีม พ่วง"อริสมันต์"ด้วย

 

อภิมหาโปรเจคประชานิยม  "บ้านเอื้ออาทร" งัดหลักฐานชัดระบอบทักษิณรุมฟาดงบฯแผ่นดิน




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

วิลาสินี แววคุ้ม

;