ขวัญชัยตาซ้ายเห็นไม่ชัด ส่งเมียลงส.ส.อุดรฯ ลั่นแดงแกล้งตายแค้นทหารไล่ยิงเพราะเผาศาลากลาง

ขวัญชัยตาซ้ายเห็นไม่ชัด ส่งเมียลงส.ส.อุดรฯ ลั่นแดงแกล้งตายแค้นทหารไล่ยิงเพราะเผาศาลากลาง

Publish 2019-01-29 10:29:29


จากกรณีนายขวัญชัย ไพรพนา อดีตประธานชมรมคนรักอุดร ได้ออกมากล่าวถึงบทบาทหน้าที่ขณะนี้ ตนเองนั้นเข้าไปยุ่งเกี่ยวการเมืองไมได้ เป็นเพียงกองเชียร์ เชิญชวนให้ชาวบ้านเลือกผู้สมัครของพรรค การเลือกตั้งรอบนี้ พรรคมอบความกรุณาให้ นางอาภรณ์ สาราคำ ภรรยาเป็นผู้สมัครส.ส.เขต4 อุดรธานี พรรคเพื่อไทย แทนนายทองดี มนิสสาร อดีตส.ส.อุดรธานี ที่เสียชีวิตไป ช่วงที่ตนอยู่ในเรือนจำ ภรรยาทำหน้าที่ทั้งงานการเมือง งานมวลชนคนเสื้อแดงได้เป็นอย่างดี “แม้ที่ผ่านมาบางฝ่ายพยายามใช้อำนาจรัฐ อำนาจเงิน อย่างเต็มที่ ถ้าประเมินแล้วคงหมดไปเป็นสิบ เพื่อหวังจะทำให้ ชาวบ้านเปลี่ยนใจ แต่ดูแล้วคงทำไม่ได้ กระแสคนเสื้อแดงที่มีต่อพรรคเพื่อไทยในจังหวัดอุดรธานี ทุกอย่างยังเหมือนเดิม คนยังรักคิดถึงทักษิณ ชาวบ้าน คนเสื้อแดงเชื่อมั่นในพรรคเพื่อไทย อุดรธานีถือเป็นเมืองหลวงคนเสื้อแดง 8เขต เราชนะยกจังหวัดแน่นอน”



 

ทั้งนี้นายขวัญชัย ยังกล่าวอีกว่า หลังจากออกจากคุก ก็เก็บตัวอยู่ในบ้าน พยายามจะไม่พูด ไม่ทำอะไรที่ทำให้ผู้มีอำนาจหมั่นไส้ จากผลโดนยิงรอบนั้น ทำให้สายตาทางด้านซ้ายมีปัญหา ตอนอยู่เรือนจำ ใครเดินมาทางฝั่งซ้าย ตนเดินชนหมด เพราะเห็นไม่ค่อยชัดเท่าไหร่ แต่ก็ยังติดตามข่าวสาร การที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ กองเชียร์พรรครวมพลังประชาชาติไทย ลงพื้นที่อุดรธานี แล้วสื่อไปบอกว่า สุเทพเหยียบถิ่นเสื้อแดง ไร้การต่อต้าน ต้องบอกว่า คนเสื้อแดง ชาวอุดรธานี มีวุฒิภาวะ ยอมรับความเห็นเห็นต่างทางการเมือง จึงไม่มีการต่อต้านกลัวจะไปเข้าทางบางฝ่าย

 

“นายจตุพร ยังรู้สึกดีต่อกันเหมือนเดิม สมัยอยู่ในเรือนจำ ช่วงถูกคุมตัวไปศาลได้พบเจอนายจตุพร แม้วันนี้นายจตุพร จะไปช่วยงานพรรคเพื่อชาติ พี่น้องเสื้อแดงเขาเข้าใจ คิดว่าเหตุที่ไปเดินทางโน้น คงได้รับสัญญาณบางอย่าง เพราะหลังจากออกจากเรือนจำ นายจตุพร ไปยึดแนวทางปรองดอง เปลี่ยนแปลงท่าทีจากดุดัน เป็นอ่อนน้อมถ่อมตน ทำพรรคที่เป็นเกาะกลางการเมือง ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี พี่น้องเสื้อแดงเข้าใจ

 

จตุพรเปลี่ยนแค่จุดยืน แต่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอุดมการณ์ ทางการเมือง พรรคเพื่อชาติ พร้อมจะส่งผู้สมัครมาต่อสู้นั้น คงต้องบอกว่า คงจะเจาะพรรคเพื่อไทยไม่ได้ และรวมไปถึง พรรคพลังประชารัฐ พรรคภูมิใจไทยด้วย เพราะคำว่า ทหาร ชาวบ้าน พี่น้องเสื้อแดงไม่เอาเลย เขายังจำได้ ไปไล่ยิงพี่น้อง ช่วงเผาศาลากลางจังหวัด เขาโกรธมาก ทุกวันนี้คนเสื้อแดงแกล้งตาย เงียบ ไม่มีปฏิกิริยาอะไรออกมา ไม่ให้ถูกเล่นงาน เจอกันก็บอกกัน อดทนกันอีกนิด รอกันอีกหน่อย เอาไว้วันที่24มี.ค. ค่อยใช้ปากกาฆ่าเผด็จการทีเดียว ” นายขวัญชัย กล่าว

 

 



 

 

อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ นางอาภรณ์ ได้เปิดเผยว่า รู้สึกดีใจที่ชาวอุดรธานีไว้วางใจและให้เป็นตัวแทนเข้าไปทำหน้าที่ในสภาฯ เพื่อนำปัญหาชาวบ้านไปแก้ไข ซึ่งตนจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ซึ่งการที่เป็นภรรยานายขวัญชัย ก็ถูกเป็นเป้าโจมตีได้ง่าย แต่ตนก็รู้สึกดีใจที่มีโอกาสได้ชี้แจงความบริสุทธิ์ของตัวเอง โดยเฉพาะกรณีที่ถูกกล่าวหาว่าฉกเพชรในช่วงที่คนเสื้อแดงถูกสลายการชุมนุม ปี 2553 ที่ผ่านมา  ตนถูกรังแกมาตลอด ถึงเวลาแล้วที่จะแก้แผลในใจของผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่ถูกรังแกมาโดยตลอด การใส่ร้ายป้ายสีแบบไม่เห็นหัวอกลูกผู้หญิง ซึ่งตนจะทำหน้าที่เพื่อชาวอุดรให้ดีที่สุด

 

นอกจากนี้เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2558 นายขวัญชัย พร้อมด้วย นางอาภรณ์ และนายศุภวัส ทักษิณ ทนายความ เข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ท.รุ่งโรจน์ พุทธิยาวัฒน์ พงส.ผนพ.สน.ปทุมวัน เหตุมีคนโพสต์ข้อความลงบนโซเชียลเน็ตเวิร์กบนอินเทอร์เน็ตโดยกล่าวหาว่านางอาภรณ์ได้ขโมยเพชรจากห้างเซ็นทรัลเวิลด์ แขวงและเขตปทุมวัน กทม. ในช่วงที่มีการชุมนุมกันที่บริเวณห้างดังกล่าว พร้อมแสดงหลักฐานที่ถูกกล่าวหา เป็นภาพและข้อความที่โพสต์ลงบนโลกโซเชียลต่อหน้าเจ้าพนักงาน

 

 

ขณะที่ นายศุภวัส กล่าวว่า ได้เข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ว่ามีคนโพสต์ข้อความในโซเชียลเน็ตเวิร์กว่านางอาภรณ์ได้ขโมยเพชรในช่วงเวลาที่มีการชุมนุมในปี 2553 บริเวณหน้าห้างดังกล่าว และผลปรากฏว่าไม่มีผู้ใดเข้ามาแจ้งหรือร้องทุกข์เกี่ยวกับเพชรหายหรือถูกขโมย จึงลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานว่าหากมีผู้ใดยังกล่าวหาหรือนำชื่อของนางอาภรณ์ไปพูดใส่ร้ายป้ายสีเรื่องเพชรที่หายอีกจะถูกดำเนินตามกฎหมาย เพื่อป้องกันชื่อเสียง โดยที่ก่อนหน้านี้เมื่อปี 56 ทางนางอาภรณ์ได้เข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองอุดรธานี ในคดีความที่เกี่ยวกับการหมิ่นประมาทมาครั้งหนึ่งแล้ว

 

ด้านพ.ต.ท.รุ่งโรจน์ กล่าวด้วยว่า นางอาภรณ์ได้เข้ามาลงบันทึกประจำวันต่อเจ้าหน้าที่ พร้อมทั้งตรวจสอบบันทึกประจำวันย้อนกลับไปตั้งแต่วันที่ 19 พ.ค. 53 ปรากฏว่าไม่มีผู้เสียหายรายใดเข้าแจ้งความ โดยหลังจากนี้ถ้าหากว่านางอาภรณ์ถูกกล่าวหาอีก นางอาภรณ์จะเข้าแจ้งความกลับ สน.ท้องที่ที่เกิดเหตุ

 

 

 

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ศิริพงษ์ หนูแก้ว