มาเหนือ ไทยแลนด์ 4.0 ! สมคิด นำทีม จ่อยกระดับปฏิรูปการเกษตร สู่ตลาดออนไลน์ หนุน SMEs 30 ล้านราย

มาเหนือ ไทยแลนด์ 4.0 ! "สมคิด" นำทีม จ่อยกระดับปฏิรูปการเกษตร สู่ตลาดออนไลน์ หนุน SMEs 30 ล้านราย

Publish 2019-01-29 10:58:53


 

วันนี้ 29 ม.ค. 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ ในงาน"สานพลัง ปฏิรูปภาคเกษตรไทย" ในโอกาสครบรอบ 52 ปี ธ.ก.ส. โดยมีผู้แทนเกษตรกร เกษตรกรรุ่นใหม่ สหกรณ์การเกษตร ผู้ประกอบการเกษตรจากทั่วประเทศ มาร่วมงาน นำการปาฐกถาพิเศษโดย นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์  รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่าภาคเกษตรยุคนี้ต้องปฏิรูปให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ด้วยการนำสหกรณ์ที่มีความเข้มแข็ง และผู้ประกอบการภาคเกษตร (SMAEs) ช่วยกันยกระดับเกษตรกร เพื่อชักจูงประชาชนให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

เพราะะภาคเกษตรมีชาวบ้านถึง 30 ล้านคน แต่กลับมีสัดส่วนทางเศรษฐกิจ (GDP) เพียงร้อยละ 8 จึงต้องยกระดับเกษตรเพิ่มมูลค่าการผลิต  การพัฒนาตลาดออนไลน์ และต้องทำอย่างจริงจัง นอกจากนี้ต้องการให้กระทรวงเกษตรฯ ช่วยลดต้นทุนให้เกษตรกร  โดยเฉพาะปุ๋ย เป็นต้นทุนถึงร้อยละ 30 ของต้นทุนการผลิต จึงต้องหาทางลดภาระ และลดความเสี่ยง เพราะให้นโยบายเรื่องนี้ไปแล้ว 2 ปี ยังเงียบอยู่ไม่คืบหน้า

"การส่งเสริมเกษตรกรไปสู่ตลาดออนไลน์ จึงต้องอำนวยความสะดวกทั้งการขนส่งสินค้าผ่านการพัฒนาด้านคมนาคม  ไม่ให้กระจุกตัวเฉพาะส่วนกลาง เพื่อให้ส้นทางเข้าถึงชุมชน ทั้งสร้างถนน รถไฟทางคู่ ติดตั้งอินเตอร์เน็ตประชารัฐ ส่งเสริมการศึกษาในชุมชน ความเจิรญในชนบทจะสูงขึ้น จึงมอบหมายให้บีโอไอส่งเสริมโรงงานรับซื้อผลิตภัณฑ์จากท้องถิ่น รวมไปถึงการส่งเสริมท่องเที่ยวเมืองรอง สิ่งเหล่านี้จะทำให้เศรษฐกิจชุมชนเข้มแข็งมากขึ้น ภาระกิจดูแลเกษตรกรของหลายหน่วยงาน จึงต้องอยู่เหนือการเมือง เพราะเป็นกลุ่มที่ต้องดูแลทุกด้าน เนื่องจากไทยมีศักยภาพ แต่เกษตรกรกลับยากจน ยอมรับแม้แจกเงินผ่านบัตรสวัสดิการ แต่ได้นำมาฝึกอบรมพัฒนาอาชีพให้มีรายได้สูงขึ้น เพราะได้ช่วยเหลือควบคู่ไปพร้อมกับการปฏิรูปและเปลี่ยนแปลง" รองนายกฯ ระบุ



เพราะปัญหาเกษตรกรต้องดูแลให้ครอบคลุมทุกมิติอยู่ตลอดเวลา ทุกคนต้องเตรียมพร้อมในการช่วยเหลือภาคการเกษตร ทั้งปรับปรุงหนี้ ปรับปรุงการผลิต ดูแลการตลาดแบบครบวงจร แม้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ไม่ใช่เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ มันอยู่ที่ใจในการช่วยเหลือ

ขณะที่ทางด้านนายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่าดี๋ยวนี้เดินทางไปไหน พบแต่เกษตรกรปลูกทุเรียน จึงเริ่มมีความเป็นห่วง และอยากให้ปลูกพืชผสมผสาน เพื่อลดความเสี่ยง  ต้องปลูกและดูแลอย่างมีคุณภาพ โดยใช้การตลาดเป็นตัวนำ ทางกระทรวงเกษตรฯ จึงต้องการแนะนำเกษตรกรหาความรู้ ทั้งประกันความเสี่ยงจากการทำประกัน โดยที่รัฐบาลต้องส่งเสริมในทุกด้าน

พร้อมกันนั้น นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ระบุเพิ่มเติมว่า ประเทศไทยมีภูมิประเทศเหมาะแก่การปลูกพืชได้แทบทุกชนิด รวมถึงศักยภาพของเกษตรกร การริเริ่มตลาดตลาดออนไลน์ จึงเป็นการเป็นโอกาสใหม่ให้กับชาวบ้าน ขายให้กับตลาดโดยตรงไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง หากเป็นสวนที่มีคุณภาพหรือสมาร์ทฟาร์มเมอร์ เพราะผลิตด้วยคุณภาพ กระทรวงพาณิชย์ จึงต้องการชุมชนปรับตัวไปสู่ตลาดยุคใหม่ แปรรูปสินค้าเกษตรรองรับความต้องการของตลาด



ทางด้านนายอภิรมย์  สุขประเสริฐ  ผู้จัดการ ธ.ก.ส. เปิดเผยว่า  ธ.ก.ส. มุ่งการพัฒนาภาคการเกษตรใน 3 ด้าน คือ 

1. ปรับ การเกษตรแบบดั้งเดิมมาใช้เทคโนโลยีและวัตกรรมการเกษตรเพื่อลดต้นทุน เช่น การผสมปุ๋ยใช้เอง  การเกษตรแบบแปลงใหญ่ และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตโดยใช้เทคโนโลยี Agri-Tech เช่น การปลูกมันสำปะหลังระบบน้ำหยด  การใช้เครื่องจักรในการทำไร่อ้อย ใช้โดรนเพื่อการเกษตร เป็นต้น ซึ่งสามารถช่วยแก้ปัญหาการขาดแรงงานในภาคการเกษตร 
2. เปลี่ยน การผลิตให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ โดยปลูกพืชตามแผนที่เกษตรหรือ Agri  Map ในพื้นที่ที่เหมาะสม เช่น การปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา และผลิตสินค้าให้ตรงกับความต้องการของตลาด โดยใช้หลัก "ตลาดนำการผลิต" เช่น การแปรรูป การทำเกษตรปลอดภัยและอินทรีย์ ชึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรและช่วยลดปัญหาสินค้าล้นตลาด พร้อมเชื่อมโยงการตลาดหลากหลายรูปแบบ  เพื่อให้ผู้ผลิตสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้หลายช่องทาง เช่น จัดให้มี Branch Outlet การจัดตลาดของดีวิถีชุมชน ตลาดซื้อขายระบบ Online ผ่าน E-Commerce Platform ตลอดจนสร้างระบบเชื่อมโยงการให้บริการซื้อ-ขายสินค้าการเกษตร ปัจจัยการผลิต การจองที่พักแหล่งท่องเที่ยวชุมชน  
3. พัฒนา สหกรณ์การเกษตรและผู้ประกอบการ SMAEs เป็นหัวขบวนนำการเปลี่ยนแปลง โดยสนับสนุนให้มีการผลิตการบริหารจัดการตลอดห่วงโซ่มูลค่าสินค้าเกษตร เช่น  ธุรกิจรวบรวมและแปรรูปข้าวของสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. (สกต.) สุรินทร์  ผู้ประกอบการ SMAEs คิชฌกูฏออร์แกนิคฟาร์มที่ส่งเสริมรวบรวมและรับซื้อผักจากเกษตรกรรายย่อย ทำให้มีตลาดที่แน่นอนและมีรายได้มั่นคง

ทั้งนี้สำหรับมาตรการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะใช้กลไกสหกรณ์การเกษตรและผู้ประกอบการSMAEs จำนวนกว่า 9,000 ราย เป็นหัวขบวนช่วยเพิ่มรายได้ให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยจนถึงตอนนี้เพิ่มขึ้นแล้วกว่า300,000 รายในปีที่ผ่านมา ดังนั้นในปีบัญชี 2562 การนำ Model ความสำเร็จของเกษตรกรลูกค้า สหกรณ์การเกษตร และผู้ประกอบการSMAEs ที่จะเป็นหัวขบวนนำการเปลี่ยนแปลง มาเป็นผู้จุดประกายให้กับผู้ร่วมงานในครั้งนี้

พร้อมกับขยายผลการให้ความช่วยเหลือไปยังเกษตรกรรายย่อยให้สามารถยกระดับรายได้ของตนผ่านกลไกสหกรณ์และผู้ประกอบการ SMAEs อย่างยั่งยืน สำคัญที่สุดจะเป็นการบริหารจัดการด้านการตลาด สำหรับเป็นช่องทางในการจำหน่ายสินค้า ทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดออนไลน์ เช่น A-Farm Mart ซึ่งเป็น E-Commerce PlatForm ที่ ธ.ก.ส.ร่วมกับ บริษัทไทยธุรกิจเกษตรพัฒนาขึ้น โดยภายในงานมีการจัดกิจกรรมให้ความรู้และเตรียมความพร้อมให้สหกรณ์การเกษตรและผู้ประกอบการSMAEs ลงทะเบียนสินค้า เพื่อจำหน่ายแบบ Online บน PlatForm ตลาดออนไลน์



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน