“วีระ” ถลันเกาะกระแส “ฮาคิม” จวกรัฐบาลไทยเคยถีบส่งคนไทยติดคุกเขมร...จำได้ไหมใครเคยช่วยตนครั้งสูญสิ้นอิสรภาพ

“วีระ” ถลันเกาะกระแส “ฮาคิม” จวกรัฐบาลไทยเคยถีบส่งคนไทยติดคุกเขมร...จำได้ไหมใครเคยช่วยตนครั้งสูญสิ้นอิสรภาพ

Publish 2019-02-05 14:24:11


 

ลุกลามรวดเร็วดุจไฟลามทุ่ง...กับกระแสที่สังคมกำลังให้ความสนใจ อีกทั้งยังเป็นประเด็นที่ทั่วโลกกำลังจับตา ด้วยเพราะถือเป็นเรื่องอันละเอียดอ่อนที่คาบเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ สืบเนื่องจากกรณี นายฮาคีม อัล อาไรบี นักฟุตบอลชาวบาห์เรน ผู้มีสถานะผู้ลี้ภัยโดยรัฐบาลออสเตรเลีย ถูกทางการไทยจับกุมตัว เมื่อวันที่ 27 พ.ย. 2561 ที่ผ่านมา แต่ในขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาว่า ไทยจะส่งตัวนายฮาคีม กลับไปยังบาห์เรน ตามคำขอของรัฐบาลบาห์เรนหรือไม่

แน่นอนว่าในสังคมมีทั้งกลุ่มที่ยังคงวางตัวเป็นกลางสงวนท่าทีแสดงความคิดเห็นอย่างระมัดระวัง แต่ไม่ใช่กับอีกหลายคนที่รีบถลันผสมโรงปลุกกระแส ให้รัฐบาลไทยปล่อยตัวนายฮาคีมด้วยหมายมั่นปั่นมือหาเรื่องค่อนแคะโจมตีการใช้อำนาจของรัฐบาล คสช. อยู่เป็นนิจ โดยเฉพาะกับขั้วการเมืองตรงข้าม เมื่อมีความเคลื่อนไหวโดย นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต่อต้านการคอร์รัปชัน โพสต์ข้อความบนบัญชีเฟสบุ๊ก ระบุ ว่า "ความระยำของผู้นำเผด็จการไทยไม่ใช่มีเพียงแค่นี้จำได้ไหมปลายปี 2553 รองนายกฯคนหนึ่งของเผด็จการทหารชุดนี้ เคยถีบส่ง 2 คนไทยไปติดคุกเขมร โดยที่คนไทยทั้งสองยังอยู่บนแผ่นดินไทย ไม่ได้ทำผิดกฎหมายไทย แล้วจะผิดกฎหมายเขมรได้อย่างไร? แต่ก็เคยเกิดขึ้นมาแล้ว มันระยำไหมล่ะ!"

 

อย่างไรก็ตามโพสต์ของนายวีระ นั้นเป็นการต่อความยาวสาวความยืดหลังจากที่แชร์โพสต์ ของผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Sirote Klampaiboon ที่โพสต์ระบุว่า "นอกจากการจับตัวและเตรียมส่งกลับ"นักบอลบาห์เรน" จะทำให้ไทยฉาวคล้ายกรณี "ส่งหญิงซาอุไปตาย" ภาพฮาคีมในชุดนักโทษเดินเท้าเปล่าตีตรวนยังทำให้ไทยฉาวจากกระบวนการยุติธรรมที่ดูป่าเถื่อนอีก เพราะโลกเห็นว่าไทยจับฮาคีมทั้งที่ไม่ได้ทำผิดอะไร และไม่มีประเทศอารยะไหนใช้โซ่ล่ามนักโทษยิ่งกว่าวัวควาย



สรุปเรื่องฮาคีมแบบสั้นๆ คือเขาเป็นคนในประเทศเผด็จการ ญาติพี่น้องเขาเป็นหนึ่งในประชาชนที่ต่อต้่านเผด็จการของราชสำนักบาห์เรนในตอนนั้น เผด็จการยัดข้อหาว่าฮาคีมทำลายทรัพย์สิน ทั้งที่ตอนนั้นเขาแข่งบอลอยู่นอกประเทศ จากนั้นฮาคีมถูกจับเข้าคุกสามเดือน ก่อนประกันตัวออกมาสู้คดี

ฮาคีมไม่กลับประเทศทันทีที่รู้ว่าศาลบาห์เรนตัดสินจำคุก10 ปี เขาทำเรื่องขอลี้ภัยการเมืองจนสหประชาชาติยอมรับและออสเตรเลียในปี 2560 ให้สิทธิพำนักถาวร ทว้าปีที่แล้วฮาคีมพาเมียมาฮันนีมูนในไทย แต่กลับถูกตำรวจไทยจับขังคุกหลายเดือนเพื่อส่งกลับตามที่รัฐบาลเผด็จการบาห์เรนร้องขอ ถึงแม้นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียและเลขาฟีฟ่าจะทำจดหมายค้านและขอพบพลเอกประยุทธ์แล้วก็ตาม

วันนี้ฮาคีมประกาศต่อหน้าศาลไทยว่าการส่งเขากลับบาห์เรนคือการส่งไปตาย เขาตะโกนหน้าศาลให้สื่อทั้งโลกได้ยินว่า "อย่าส่งผมกลับบาห์เรน" โดยมีเจ้าหน้าที่สถานฑูตและองค์กรสิทธิได้ยินทั้งหมดครับ จากนี้คงต้องดูว่าศาลไทยจะฟังฮาคีมและกระแสโลกหรือไม่ การพิจารณาคดีครั้งถัดไปคืออีกสามเดือน นั่นเท่ากับฮาคีมต้องติดคุกต่อไปอีกฟรีๆ ส่วนท่าทีรัฐบาลเผด็จการไทยโดยอัยการนั้นชัดเจนแล้วเรื่ิองส่งเขาไปตาย

ห้าปีนี้ประเทศไทยอื้อฉาวจากการที่เผด็จการไทยสนองงานเผด็จการทั่วโลกในการจับผู้ลี้ภัยส่งประเทศบ้านเกิดหลายกรณี การจับฮาคีมล่ามโซ่ขึ้นศาลทำให้ประเทศไทยถูกมองว่าป่าเถื่อนเหมือนตอนจับ "หญิงซาอุ" และ "อุยกูร์" จนภาพลักษณ์ประเทศเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายเผด็จการโลกแบบเดียวกับรัฐบาลนายพลโง่่ๆ ที่เหลือไม่กี่ประเทศในปัจจุบัน ประเทศไทยไม่ควรเสื่อมเสียเพราะอำนาจรัฐอย่างที่เป็นมาแล้วห้าปี"



น่าสนใจที่ว่าบุคคลนิรนามทั้ง 2 ที่นายวีระอ้างว่ารัฐบาลไทยถีบส่งไปยังคุกเขมรจนถูกจองจำอยู่หลายปี นั้นคือใคร ซึ่งก็ไม่ใช่ใครอื่นหากหนึ่งในนั้น เป็นการกล่าวถึงอดีตของตนที่ก้าวพลาดครั้งใหญ่ โดยที่ไม่อาจโทษใครได้ ต้นสายปลายเหตุทั้งหมด มาจากการเคลื่อนไหวเพื่อทวงคืนดินแดนไทยรอบปราสาทพระวิหาร ซึ่งในตอนนั้นนายวีระได้เดินทางไปร่วมงานที่ชุมชน "บ้านสันปันน้ำ" ชายแดนพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งก่อตั้งโดยอธิวัฒน์ บุญชาติ เป็นเวทีสุดท้ายการถ่ายทอดสด ทาง FM.TV. ของเครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติ เป็นการออกรายการทางสื่อครั้งสุดท้ายก่อนจะถูกจับกุมตัวเมื่อวันที่ 29 ธ.ค. 2553

พร้อมกับนางสาวราตรี พิพัฒนาไพบูลย์ อีกหนึ่งบุคคลที่นายวีระกล่าวถึง ทั้งคู่ถูกตัดสินจำคุกในกัมพูชาเป็นเวลา 8 ปี และ 6 ปี ข้อหาจารกรรมข้อมูล เข้าประเทศโดยผิดกฎหมาย และรุกล้ำดินแดนทางการทหารในจังหวัดบันเตียเมียนเจย โดยนางสาวราตรีได้รับการอภัยโทษไปเมื่อเดือน ก.พ. 2556

ในขณะที่นายวีระถูกริดรอนอิสระภาพ แทบไม่เห็นเดือนตะวันอยู่ในเรือนจำ เป็นเวลาทั้งสิ้น 3 ปี 6 เดือน 2 วัน หรือรวมแล้ว 1,281 วันนั้น เป็นเวลาช่วงคาบเกี่ยวระหว่างรัฐบาลของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดยทั้งสองรัฐบาลพยายามที่จะช่วยเหลือนายวีระให้กลับไทย แต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ กระทั่งปี 2557 นายวีระได้รับการปล่อยตัวในที่สุด

ทั้งหมดนี้เป็นอานิสงส์จากที่นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ปฏิบัติหน้าที่รมว.ต่างประเทศ  (ขณะนั้น) ได้เข้าเยี่ยมคารวะสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา หารือร่วมกัน โดยมีตัวแปรสำคัญนำมาซึ่งการปล่อยตัวนั้นมาจากการประสานงานของพล.อ.ประยุทธ์ที่ได้มีการติดต่อประสานกันระหว่างกองทัพบกไทยและกองทัพบกประเทศกัมพูชา โดยอาศัยความสัมพันธ์ของกองทัพทั้งสองประเทศ ซึ่งผ่านไปทางผบ.ทบ.ประเทศกัมพูชา ให้ช่วยเดินเรื่องขอให้รัฐบาลประเทศกัมพูชาปล่อยตัวนายวีระ

โดยในวันเดียวกันนั้น นายสีหศักดิ์ ได้กล่าวขณะให้สัมกาษณ์ว่า "ในการหารือกับสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้มีการหยิบยกกรณีนายวีระ สมความคิด ซึ่งรับโทษอยู่ที่เรือนจำในกรุงพนมเปญ มาเป็นเวลากว่า 3 ปีแล้วนั้นขึ้นมาหารือ ซึ่งตามกฎหมายของกัมพูชาจะต้องรับโทษ 5 ปี จึงจะมีสิทธิขออภัยโทษได้ อย่างไรก็ตามตนได้หารือตามแนวทางจากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคสช. ที่ขอให้ฝ่ายกัมพูชาพิจารณาปล่อยตัวนายวีระ โดยคำนึงถึงข้อเท็จจริง และด้านมนุษยธรรม รวมทั้งความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ โดยฝ่ายไทยไม่ประสงค์จะแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมของกัมพูชา

ภายหลังจากที่สมเด็จฮุนเซน ได้รับฟังคำอธิบาย ก็ได้หยิบกระดาษขึ้นมาหนึ่งแผ่น คือ พระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ ให้กับนายวีระ โดยลงวันที่ 1 ก.ค.2557 พร้อมกับถามว่าจะรับตัวนายวีระวันใด คือ วันนี้หรือพรุ่งนี้ ตนจึงเรียนว่าพ.ร.ฎ.ลงวันที่วันนี้ จึงขอให้เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตไทย เดินทางไปรับตัวนายวีระในวันนี้ทันที โดยนายวีระ จะเดินทางกลับพร้อมคณะของทางการไทยถึงประเทศไทยในวันที่ 2 ก.ค. " เหนืออื่นใดยังปรากฏพบว่านายวีระได้กล่าวขอบคุณนายสีหศักดิ์  และพล.อ.ประยุทธ์ ขณะที่ให้สัมภาษณ์ที่ประเทศกัมพูชา

วันเดือนคล้อยเคลื่อนเลื่อนผ่าน อาจด้วยเพราะไฟยังสุมขอนเมื่อในเวลาต่อมา นายวีระแสดงเจตนาผ่านเฟสบุ๊กว่าจะไปประท้วงการเดินทางมาเยือนไทยของสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ระหว่างวันที่ 18-19 ธ.ค. 2558 แต่ยังไม่ทันกระไรนายวีระออกมาตีโพยตีพายว่า มีทหารเข้ามาบุกล้อมบ้านพัก แต่ไม่ปรากฏมีข้อเท็จจริงประจักษ์แก่สาธารณะ แต่ก็ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ ถึงกับเปิดเผยต่อสื่อว่ารู้สึกผิดหวังที่ดำเนินการให้มีการปล่อยตัวเขาออกที่คุมขัง

แน่นอนว่านายวีระ ออกมาโต้ต่อกรณีดังกล่าวทันควัน ว่าเรื่องที่ตนได้รับการปล่อยตัว พล.อ.ประยุทธ์ไม่มีความเกี่ยวข้องแต่อย่างใด โดยบางช่วงระบุว่า เนื่องในโอกาสครบรอบ 2 ปี หลังได้รับอิสรภาพจากเรือนจำเปรย์ซอว์ ประเทศกัมพูชา ในข้อหาจารกรรมข้อมูล โดยระบุว่าหลังผ่านเวลาไป 2 ปี ตนจะขอเปิดเผยความจริงบางประการในเรื่องดังกล่าว ตั้งแต่สาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้ตนและ นางสาวราตรี พิพัฒนาไพบูลย์ ต้องตกเป็นผู้ต้องหา จำคุกในประเทศกัมพูชา รวมถึงการพ้นออกจากเรือนจำ ว่าไม่ใช่ผลงานของรัฐบาล คสช. อย่างที่หลายคนคิด

โดย นายวีระ ระบุว่า สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เป็นผู้ใช้อำนาจปล่อยตนออกจากเรือนจำ โดยการให้อภัยโทษ ซึ่งตนไม่ต้องรับเงื่อนไขแลกเปลี่ยนใด ๆ จากทางกัมพูชา เนื่องจากเห็นว่ายิ่งคุมขังตนนานเท่าไร คนไทยก็จะเกลียดชังและต่อต้านเขามากขึ้น ที่สำคัญคือ คสช. ได้ทำการรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาลทักษิณ ทำให้ไม่มีความจำเป็นต้องขังตนเพื่อเอาใจทักษิณอีกแล้ว และชิงปล่อยตัวตนตั้งแต่ก่อน คสช. จะเข้ามาเจรจาอีก เป็นการให้ผลงาน คสช. แบบส้มหล่นไป

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

โดน! ด่วน ศาลพิพากษาคุก2ปี"วีระ สมความคิด" หมิ่น"ศรีวราห์" พร้อมปรับเงินอีก1ล้านบาท

สำ-นึก สะกดไม่เป็น...!!!วีระ สมความคิด พ่นต่อ หลังโดน พระพุทธอิสระ จวกแรง อ้าง ฮุนเซน เป็นคนสั่งปล่อย(รายละเอียด)

วีระ สมความคิด” รู้จักคำว่า..บุญคุณหรือไม่? ย้อนเหตุนอนคุกเขมรจนวันรับอิสรภาพ หลัง"หลวงปู่"ล่อนจ้อนหมดเปลือก!!!

คงจักไม่รู้เพราะนอนอยู่ในคุกเขมร!!!พระพุทธะอิสระ สวนกลับ วีระ สมความคิด หลัง ฟาดงวงฟาดงาทวงความรับผิดชอบจากคนไทย(รายละเอียด)


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

เอกชัย เรืองฉาย