สุดยอดงานเบี้ย!! เรืองไกรปรี๊ดไอเดีย ร้องกกต.บิ๊กตู่ขาดคุณสมบัติชิงนายกฯ

สุดยอดงานเบี้ย!! "เรืองไกร"ปรี๊ดไอเดีย ร้องกกต."บิ๊กตู่"ขาดคุณสมบัติชิงนายกฯ

Publish 2019-02-10 15:41:05


จากกรณี ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ พร้อมแกนนำได้เดินทางเข้ายื่นบัญชีรายชื่อผู้เสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี ในนามของพรรคต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดย ร.ท.ปรีชาพล กล่าวว่า พรรคได้เสนอชื่อ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เป็นบัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรีของพรรคเพียงรายชื่อเดียวเนื่องจากพรรคได้พิจารณาบุคคลที่มีความเหมาะสม และพรรคเห็นว่าทูลกระหม่อมหญิงฯ เป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ และมีความเหมาะสมที่สุด ทรงช่วยเหลือประชาชน ทรงเห็นความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งพระองค์ทรงงานเพื่อสังคมมาโดยตลอด พระองค์ทรงมีพระเมตตาให้เสนอชื่อและให้เกียรติตอบรับเป็นนายกรัฐมนตรีในนามของพรรค


 

 

 



ต่อมาสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย (ทรท.) ได้เผยแพร่พระราชโองการ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ให้ประกาศว่า สถาบันพระมหากษัตริย์ไทยเป็นศูนย์รวมและเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของประชาชนชาวไทย พระมหากษัตริย์และพระบรมราชวงศ์ทุกพระองค์ทรงดำรงสถานะอยู่เหนือการเมือง และทรงประกอบพระราชกรณียกิจเพื่อประเทศชาติและประชาชนมาโดยตลอด ดังเป็นที่ประจักษ์ชัดแจ้งว่าตลอดระยะเวลา ๗๐ ปี แห่งการครองสิริราชสมบัติของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อความผาสุกและความอยู่ดีกินดีของประชาชนทรงปกครองประเทศด้วยทศพิธราชธรรม และนำพาประเทศให้ผ่านพ้นวิกฤตต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภัยก่อการร้าย ภัยพิบัติ และภัยที่เกิดจากวิกฤตการณ์ทางการเมืองในประเทศ ทรงบำบัดทุกข์บำรุงสุขและดูแลปกป้องประชาชนด้วยน้ำพระราชหฤทัยที่เปี่ยมด้วยพระมหากรุณาอย่างมิอาจประมาณได้ ประชาชนทุกหมู่เหล่าเคารพรัก และเทิดทูนพระองค์เสมือนด้วยบิดา จึงทรงเป็น“พ่อแห่งแผ่นดิน” โดยแท้จริง

 

 “การนำสมาชิกชั้นสูงในพระบรมราชวงศ์มาเกี่ยวข้องกับระบบการเมือง ไม่ว่าหน้า ๑ เล่ม ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๓๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ จะโดยทางใดก็ตาม จึงเป็นการกระทำที่ขัดต่อโบราณราชประเพณี ขนบธรรมเนียม และวัฒนธรรมของชาติ ถือเป็นการกระทำที่มิบังควรไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง”

 

 



ล่าสุดนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ เปิดเผยว่า ในวันพรุ่งนี้เวลา13.00น.จะไปยื่นให้กกต. พิจารณาไม่ประกาศรายชื่อพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นผู้ได้รับการเสนอชื่อจากพรรคพลังประชารัฐให้เป็นนายกรัฐมนตรี เนื่องจากขาดคุณสมบัติ ที่จะเป็นผู้ได้รับการเสนอชื่อ นายเรืองไกร กล่าวว่า ในการเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ของพรรคพลังประชารัฐ ต้องยื่นเอกสารตามที่ กกต. กำหนด 2 แบบ คือ

 


       
แบบ ส.ส. 4/29 ที่หัวหน้าพรรคต้องลงนามรับรองว่า การคัดเลือกได้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดไว้ในพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองและข้อบังคับของพรรคการเมือง และแบบ ส.ส. 4/30 ที่พล.อ.ประยุทธ์ฯ ต้องลงนามรับรองว่า เป็นผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ
       ซึ่งจากที่ตนตรวจสอบข้อบังคับพรรคพลังประชารัฐ ข้อ 91 (1) พบว่า การเสนอชื่อบุคคลคือพล.อ.ประยุทธ์ฯ นั้น จะต้องให้พล.อ.ประยุทธ์ฯ มีหนังสือยินยอมก่อน และข้อ 91 วรรคสอง ระบุไว้ว่า การเสนอชื่อบุคคลใดที่มิได้เป็นไปตามวรรคหนึ่งให้ถือว่าไม่มีการเสนอชื่อบุคคลนั้น จึงเห็นได้ว่า พรรคพลังประชารัฐ พิจารณาคัดเลือกพล.อ.ประยุทธ์ฯ ไปก่อนที่จะมีหนังสือยินยอมจากพล.อ.ประยุทธ์
       
"ที่ประชุมพรรคพลังประชารัฐเห็นชอบเสนอชื่อพล.อ.ประยุทธ์ วันที่ 30 ม.ค. 2562 ต่อมาพลเอกประยุทธ์ฯ ได้ยินยอมและตอบรับการเสนอชื่อวันที่ 8 ก.พ. 2562 จึง เป็นการที่พล.อ.ประยุทธ์มีหนังสือ ยินยอม หลังที่ประชุมพรรคพลังประชารัฐมีมติ เห็นชอบให้เสนอชื่อ กรณีจึงไม่เป็นไปตามข้อบังคับพรรคพลังประชารัฐ ข้อ 91 วรรคสองนอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ฯ ยังอาจเป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (6) ประกอบมาตรา 98 (3) (12) และ (15) อีกด้วย

 

 

เนื่องจากมาตรา 98 (3) ห้ามเป็นเจ้าของสื่อมวลชนใด ๆ แต่พลเอกประยุทธ์ฯ ถูกร้องว่า เป็นเจ้าของสื่อออนไลน์หลายชนิด และพลเอกประยุทธ์ฯ ยังมีฐานะเป็นหัวหน้า คสช. ที่มีอำนาจตามมาตรา 44 และได้รับเงินตอบแทนอีกเดือนละ 125,590 บาท จึงอาจเข้าลักษณะเป็นข้าราชการหรือเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐตามความในมาตรา 98 (12) และ (15) จึง จำเป็นต้องไปร้องต่อ กกต. เพื่อให้พิจารณาไม่ประกาศรายชื่อพลเอกประยุทธ์ฯ ตามแบบ ส.ส. 4/31 เนื่องจากพลเอกประยุทธ์ฯ เป็นบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อจากพรรคพลังประชารัฐ โดยไม่เป็นไปตามข้อบังคับพรรค และเป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (6) ประกอบมาตรา 98 (3) (12) และ (15) ซึ่งโดยบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา 89 วรรคสอง ให้ถือว่าไม่มีการเสนอชื่อบุคคลนั้น


อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง    
"บิ๊กตู่" ยืนกราน "ไม่ลาออก" แย๊บ "อภิสิทธิ์" มีอำนาจยังแพ้ "ยิ่งลักษณ์" คาเก้าอี้มาแล้ว!   
พร้อมลงสนาม !! "บิ๊กตู่" เดินหน้าตามครรลองของกฎหมายเลือกตั้ง - อารมณ์ดี๊..ดี เก๊กหล่อก่อนกลับบ้าน!!   
ผู้นำที่เหมาะสมที่สุด! 11 เหตุผล ที่ต้องเลือก "บิ๊กตู่" เป็นนายกฯคนต่อไป


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

มนันยา ไตรแก้ว