เรืองไกร-เสรีพิศุทธ์ ยื่นยุบพปชร.พบหากเท็จโทษ2เท่าเจอคุกหนัก-ยุบพรรค?

Publish 2019-02-20 14:40:08


เป็นผลพวงที่สะเทือนในทุกองคาพยพ กับการเปิดบิ๊กเซอร์ไพรส์ของพรรคไทยรักษาชาติ ว่าด้วยการเสนอรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ส่งผลให้ต้องตกที่นั่งลำบากนำคอไปพาดเขียง เมื่อต้องโดนวินิจฉัยโดยศาลรัฐธรรมนูญว่าเป็นการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองฯหรือไม่ ซึ่งหากเข้าข่ายความผิดในข้อกล่าวหาของกกต.จริง ก็เรียบร้อยต้องยุบพรรค พร้อมๆกับกรรมการบริหารพรรคอีกนับ10ที่ต้องถูกประหารชีวิตทางการเมือง เช่นนั้นหรือไม่ที่ทำให้ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ และผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่คล้ายว่าเป็นการเอาคืน รวมทั้งการขยับของพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ด้วย ซึ่งมีเป้าประสงค์เดียวกันนั่นคือ ยื่นกกต.ให้พิจารณายุบพรรคพลังประชารัฐด้วย กระนั้นหารู้ไม่ว่า ในการยื่นเรื่องให้ยุบพรรคอื่นนั้น หากพบว่าเป็นเรื่องเท็จ ดาบนั้นก็อาจย้อนคืนสนองด้วยความผิดที่หนักไม่น้อยเลยทีเดียว!?!



 

ลองมาค่อยๆพิจารณา โดยเริ่มที่นายเรืองไกร กันก่อนที่ได้ยื่นหนังสือคำร้องต่อประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ขอให้ กกต. ส่งคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้มีคำสั่งยุบพรรคพลังประชารัฐในความผิด 3 กรณี คือ

 

1.กรณีนายอุตตม สาวนายน เป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ก่อนที่จะเป็นสมาชิกพรรค อาจเข้าข่ายการให้บุคคลอื่น ซึ่งไม่ใช่สมาชิกพรรค กระทำการควบคุม ครอบงำ หรือชี้นำพรรค

 

2.กรณีพรรคพลังประชารัฐ จัดงานระดมทุนขายโต๊ะจีน ราคาโต๊ะละ 3 ล้านบาท เป็นการแสวงหากำไรเกินควรหรือไม่

 

3.กรณีพรรคพลังประชารัฐเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขณะที่ยังเป็นหัวหน้า คสช. อาจเข้าข่ายการเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

 

 

ทั้งนี้นายเรืองไกร ยังย้ำไม่ต้องการให้ กกต. ดำเนินการยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อมีคำสั่งยุบพรรคพลังประชารัฐโดยใช้เวลาอันรวดเร็ว เหมือนกับกรณีพรรคไทยรักษาชาติ โดยก่อนที่จะมีการประชุมเพื่อให้คณะกรรมการมีมติ กกต.ต้องให้นายทะเบียนดำเนินการให้ถูกต้องตามขั้นตอน ที่ระบุไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองปี 2560 มาตรา 93 วรรคหนึ่งก่อน

 

 



 

 

ขณะที่พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวช หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ก็เป็นอีกหนึ่งคนเข้ายื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ให้ยุบพรรคพลังประชารัฐ โดยอ้างจากกรณีค้ามนุษย์ ฟอกเงิน และผิด พ.ร.บ.การเลือกตั้ง โดยกล่าวว่า หากพูดถึงข้อหาเป็นปรปักษ์กับระบอบประชาธิปไตย บุคคลที่เข้าข่ายความผิดน่าจะเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐ เนื่องจากการเข้ามาบริหารประเทศของ พล.อ.ประยุทธ์ หัวหน้า คสช. เป็นการยึดอำนาจจากบุคคลอื่น อีกทั้งยังมีการยกเลิกรัฐธรรมนูญปี 50 และได้เขียนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้นมา เป็นการกระทำที่เหมาะสมหรือไม่ ฉะนั้น พรรคพลังประชารัฐเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี จึงเป็นการสนับสนุนการเป็นปรปักษ์กับระบอบประชาธิปไตย จึงเข้าข่ายที่จะถูกยุบพรรคการเมือง

 

 

อย่างไรก็ตามในกรณีของพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ และนายเรืองไกร ที่เดินทางไปยื่นร้องให้กกต.ยุบพรรคพลังประชารัฐนั้น พบว่ามีข้อกฎหมายที่น่าพิจารณาที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง นั่นเพราะหากการยื่นเรื่องไม่เป็นความจริง มีมูลความเท็จ ก็อาจมีความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมืองปี2560  ซึ่งระบุไว้ใน  หมวด 10 ของบทกําหนดโทษ

 

มาตรา 101 ผู้ใดแจ้งหรือกล่าวหาพรรคการเมืองหรือบุคคลใดว่ากระทําความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ต่อคณะกรรมการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐโดยรู้อยู่ว่าเป็นความเท็จ ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้นั้น

 

ถ้าผู้กระทําความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นพรรคการเมือง ต้องระวางโทษเป็นสองเท่าของโทษ ที่กําหนดไว้ตามวรรคหนึ่ง และให้คณะกรรมการส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคการเมืองนั้นและเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของหัวหน้าพรรคการเมืองและคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองนั้น

 

 

กระนั้นสำหรับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ปัจจุบันเป็นหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ที่เป็นแนวร่วมของพรรคตระกูลเพื่อ ไม่ว่าจะเป็น พรรคเพื่อไทย เพื่อชาติ ไทยรักษาชาติ ด้วยความเคลื่อนไหวตลอดเวลาที่ผ่านมามักตำหนิ โจมตีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา คณะรักษาความสงบแห่งชาติ กระทั่งกองทัพ หรือผู้บัญชาการทหารบก ด้วยลักษณะการเดินทางการเมืองที่ว่ามา จึงทำให้ภาพของพลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ อยู่ตรงข้ามกับขั้วอำนาจฝั่งคสช. และก็ถูกมองให้ไปอยู่ฟากเดียวกับคนแดนไกล อีกทั้งก่อนหน้านี้ชื่อของพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยังถูกปล่อยออกมาถึงการที่จะเข้าไปรับตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทยอีกด้วย แต่ท้ายที่สุดก็ออกมาตั้งพรรคเอง ด้วยนโยบายที่ดูเหมือนว่าจะดุเดือดทะลุทะลวงเป็นอย่างยิ่ง

 

พรรคเสรีรวมไทย ได้จดทะเบียนตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2550 เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2556 โดยมีนายไพบูลย์ พึ่งทองหล่อ เป็นหัวหน้าพรรคคนแรก ต่อมาในวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2556 คณะกรรมการบริหารพรรคชุดแรกได้ขอลาออกจากตำแหน่งทั้งคณะทางพรรคจึงเตรียมการเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการบริหารพรรคโดยได้เชิญ พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส อดีต ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เข้ามาเป็นว่าที่หัวหน้าพรรค

 

โดยทางพรรคเสรีรวมไทยได้มีกำหนดจัดประชุมใหญ่ของพรรคครั้งแรก ในวันพุธที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2561 ณ เวสต์เกต ฮอลล์ เซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต จังหวัดนนทบุรี เพื่อเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่

 

1.พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส  หัวหน้าพรรค

2.สุวัตร สิทธิหล่อ  รองหัวหน้าพรรค

3.เรวัต วิศรุตเวช    รองหัวหน้าพรรค

4.วิรัตน์ วรศสิริน   รองหัวหน้าพรรค

5.วัชรา ณ วังขนาย เลขาธิการพรรค

6.นภาพร เพ็ชร์จินดา  รองเลขาธิการพรรค

7.วิศณุ ม่วงแพรสี   นายทะเบียน

8.ชัชวาลย์ วาณิชย์ศรีรัตนา   เหรัญญิกพรรค

9.ปิติพงศ์ เต็มเจริญ                  โฆษกพรรค

10.จริน ศิริ  กรรมการบริหารพรรค

11.อนุกูล แพรไพศาล  กรรมการบริหารพรรค

12.ธีรวิทย์ จารุวัฒน์  กรรมการบริหารพรรค

 

การเคลื่อนไหวของทั้งจากนายเรืองไกร และพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ไม่ว่าทางกกต.จะดำเนินอย่างไรกับพรรคพลังประชารัฐ ด้านหนึ่งก็ถูกมองว่า เป็นแค่การแก้เกี้ยว เอาคืนฝ่ายตรงข้าม ในขณะที่ส่วนหนึ่งก็มองถึงความเท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติ ไม่สองมาตราฐานของกกต. ฉะนั้นเรื่องนี้ทางกกต.จึงจำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบคอบถี่ถ้วนอยู่บนบรรทัดฐาน ที่ไม่ทำให้ถูกครหาได้ เช่นเดียวกันหากการร้องของทั้งสองคนเข้าข่ายแจ้งข้อมูลเท็จ ก็ต้องถูกตรวจสอบเพราะความผิดมีทั้งจำคุกและยุบพรรคด้วย ถ้าพบว่าเป็นความผิดของพรรค  ดังนั้นจึงต้องจับตาดูว่านับจากนี้ก่อนถึงวันเลือกตั้ง การเมืองไทยจะร้อนระอุอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนหรือไม่???? ต้องติดตามชม

 

 


อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง    
-สุดยอดงานเบี้ย!! "เรืองไกร"ปรี๊ดไอเดีย ร้องกกต."บิ๊กตู่"ขาดคุณสมบัติชิงนายกฯ
-"สุรพร" ยัน อุตตม ไม่ผิด ตอกกลับ "เรืองไกร" รู้กฎหมายรธน.ดี อย่าพูดมั่ว
-จนได้-รับใช้"หนูปู"โดนจนได้! "หมอวรงค์" ลั่นยื่นศาลฯ บั่นคอ"เรืองไกร"แน่ เหตุฟอกผิดคดีโกงข้าว-แบบเหยียบย่ำคำพิพากษา

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ศิริพงษ์ หนูแก้ว
ข่าววันนี้ โดยสำนักข่าวทีนิวส์