ลูกพรรคไม่เห็นหัวแล้ว? อนาคตใหม่ ดับเครื่องชน กร้าว จะเดินหน้าต่อ ไม่หวั่นหาก ธนาธร ติดคุก!

ลูกพรรคไม่เห็นหัวแล้ว? "อนาคตใหม่" ดับเครื่องชน กร้าว จะเดินหน้าต่อ ไม่หวั่นหาก "ธนาธร" ติดคุก!

Publish 2019-02-23 11:17:46


ธนาธร

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ที่พรรคอนาคตใหม่ น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ แถลงข่าวถึงกรณีความคืบหน้าคดีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่, นายไกลก้อง ไวทยการ นายทะเบียนพรรค, และ น.ส.จารุวรรณ ศรัณย์เกตุ กรรมการบริหารพรรค  ถูก พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ ในฐานะตัวแทนของ คสช.แจ้งข้อหาความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14(2) กรณีจัดรายการ “คืนวันศุกร์ให้ประชาชน” ผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ เพจอนาคตใหม่ The Future We Want และเพจ Thanathorn Juangroongruangkit วิจารณ์กระแสข่าวกรณีพลังดูดของ คสช. เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.61

โดยประเด็นดังกล่าว คือการที่นายธนาธร พาดพิงโดยตรงและวิพากษ์พฤติกรรมของ คสช.ว่า มีการดูด ส.ส  ในรายการ "คืนความสุขให้ประชาชน" ที่จัดด้วยตัวเอง โดยระบุว่า

"เรื่องของการดูด ส.ส.เข้าไปพรรคใหม่ ที่มีชื่อคล้ายคลึงกับนโยบายรัฐ ต้องบอกว่าจากหลายข่าวที่ออกมา มีการใช้คดีเก่าๆ ของกลุ่ม ส.ส.ต่างๆ ที่เข้าร่วม โดยขู่ว่าถ้าไม่เข้าร่วม จะดำเนินคดีต่างๆ ที่ดำรงอยู่ เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่า กระบวนการยุติธรรมของประเทศไทย ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองได้"

และ "ผมคิดว่าประเด็นนี้สำคัญมาก แต่ไม่มีการนำมากล่าวถึง หาก คสช. ไปบอกว่า ถ้าคุณไม่มาเข้า เราจะเล่นงานคดีที่ค้างอยู่ของคุณ นั่นหมายถึงว่า กระบวนการยุติธรรมไทย มันพังไปหมดแล้วถูกเอามาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง และนี่คือสิ่งที่พรรคอนาคตใหม่อยากทำลาย"




ไม่เพียงเท่านี้เพราะยังปรากฏว่านายธนาธร ยังเคยให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนต่อกรณีดังกล่าวหวังขยายผลเพิ่มเติมออกสู่สาธารณะชน เป็นต้นว่า "ผมว่าเป็นเรื่องดีที่ ส.ส. จะแสดงความชัดเจนออกมาว่า จะเลือกอยู่ฝ่ายประชาธิปไตย หรือเลือกอยู่ฝ่ายเผด็จการ นักการเมืองคนไหนต้องการที่จะมีส่วนสืบทอดอำนาจของ คสช. บอกมาเลยครับ ประชาชนจะได้เห็น ประชาชนจะได้ตัดสินใจได้ถูกต้อง ซึ่งการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง เป็นการเลือกตั้งที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย ประชาชนไทยจะเป็นคนกำหนดอนาคตเองว่าจะอยู่กับระบอบรัฐประหาร และอยู่กับการสืบทอดอำนาจของ คสช. อีกต่อไปหรือไม่"

ทางด้าน น.ส.พรรณิการ์ กล่าวว่า ในคดีดังกล่าว นายธนาธร พร้อมกรรมการบริหารพรรค 2 คน ที่ตกเป็นผู้ต้องหา ได้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาต่อพนักงานสอบสวนไปแล้วเมื่อวันที่ 17 ก.ย.61 หลังจากนั้นได้ทยอยส่งคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมนำพยานเข้าให้การแล้ว 1 รายจากจำนวนทั้งสิ้น 2 ราย  ต่อมาเมื่อวันที่ 18 ก.พ. ที่ผ่านมา ทนายความผู้รับมอบอำนาจฯ ได้รับแจ้งจากพนักงานสอบสวน ว่ามีเหตุจำเป็นอันไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ให้ต้องส่งสำนวนคดีให้แก่พนักงานอัยการภายในวันที่ 22 ก.พ.นี้ และนัดนายธนาธรพร้อมด้วยกรรมการบริหารพรรคอีก 2 คน ให้ไปพบพนักงานอัยการ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนคดีต่อไป ในวันที่ 27 ก.พ.62 ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.รัชดาภิเษก

“สิ่งที่นายธนาธรและกรรมการบริหารพรรคอีก 2 คน วิพากษ์วิจารณ์ หยิบยกมาจากหน้าสื่อในการนำเสนอข่าว เป็นที่รับรู้กันโดยทั่วไปในสังคม เราจึงยืนยันได้ว่าการวิจารณ์ของเราไม่ใช่การนำความเท็จเข้าสู่ระบบอย่างที่ถูกกล่าวหา  และเราได้คาดการณ์ไว้ก่อนบ้างแล้ว ว่าในช่วง 1 เดือนก่อนถึงการเลือกตั้ง จะเกิดการเร่งรัดคดีนี้ขึ้นมาอีกครั้ง ซึ่งเราเองก็จะต้องจับตาดูว่าในวันที่จะมีการส่งตัวทั้ง 3 คนให้อัยการนั้น จะมีการขอฝากขังนายธนาธร และกรรมการบริหารพรรคอีก 2 คนด้วยหรือไม่ แต่ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร ทางพรรคพร้อมที่จะสู้คดีอย่างเต็มที่ และพร้อมเดินหน้าทำงานต่อไปในทั้ง 77 จังหวัด และ 350 เขต” น.ส.พรรณิการ์ กล่าว

น.ส.พรรณิการ์ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาตั้งแต่มีการส่งฟ้องเกิดขึ้น นายธนาธรและคณะกรรมการบริหารพรรคไม่ได้มีความกังวลแต่อย่างไร เนื่องจากพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งประกาศตัวตั้งแต่ต้นว่าพร้อมชนกับต้นตอของปัญหาในประเทศนี้ ได้เตรียมใจไว้ก่อนแล้วว่าสิ่งเหล่านี้อาจจะเกิดขึ้น  และพรรคก็พร้อมที่จะสู้คดีอย่างเต็มที่ เพื่อยืนยันในหลักการสิทธิเสรีภาพการแสดงออกของประชาชน และเพื่อชี้ให้เห็นว่ากฎหมายดังกล่าวนำไปสู่การริดรอนสิทธิเสรีภาพอย่างไรบ้าง และจำเป็นที่จะต้องไดรับการยกเลิกหรือแก้ไขต่อไป



น.ส.พรรณิการ์ วานิช

ล่าสุดผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ลานอเนกประสงค์ ข้างห้างสรรพสินค้าโลตัส รังสิต จ.ปทุมธานี พรรค อนาคตใหม่ จัดเวทีปราศรัยเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ปทุมธานี ทั้ง 6 เขต นำโดยนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายสุนทร บุญยอด กรรมการบริหารพรรค นายณัทพัช อัคฮาด และนายรังสิมันต์ โรม ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ

โดยมีน.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ เปิดเผยว่า ถ้า 27 ก.พ. นายธนาธร และสมาชิกพรรค ต้องถูกฝากขังเพราะไลฟ์เฟซบุ๊ก พรรคอนาคตใหม่จะรอดหรือไม่ อยู่ที่คะแนนเสียงของประชาชน เพราะอนาคตใหม่ไม่ใช่ธนาธร ไม่ใช่ปิยบุตร ไม่ใช่ แต่พรรคอนาคตใหม่คือจุดที่คนทุกคน ตื่นลืมตาขึ้นมาแล้วรู้แล้วว่าพวกเราถูกหลอก ที่เชื่อว่าระบบเผด็จการนั้นน่ากลัว

และกล่าวทิ้งท้ายว่า "พรรคอนาคตใหม่คือคนธรรมดา ที่มายืนร่วมกันเปลี่ยนแปลงอนาคต คือสิ่งที่ทำการระบบเผด็จการกลัว แม้พรรคอนาคตใหม่จะไม่มีนายธนาธร แต่พรรคอนาคตใหม่ยังมีประชาชนนับแสน นับล้าน ที่จะเข้าคูหาเลือกตั้ง แม้นายธนาธรติดคุก แต่ผู้สมัคร ส.ส. ทุกเขตเลือกตั้งทั่วประเทศจะเดินหน้าทำงาน กันอย่างเต็มที่เพื่อโค้งสุดท้ายในการเลือกตั้ง"


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

เอกชัย เรืองฉาย
ข่าวด่วน โดยสำนักข่าวทีนิวส์