ธุรกรรมหุ้น “วี-ลัค มีเดีย” ช่างบังเอิญรวบรัด หลัง 19 มี.ค.62 ศาลฎีกาฯ ตัดสิทธิ์ผู้สมัครส.ส.อนาคตใหม่ เกี่ยวข้องธุรกิจสื่อ..เหมือนกันเด๊ะๆ!

ธุรกรรมหุ้น “วี-ลัค มีเดีย” ช่างบังเอิญรวบรัด หลัง 19 มี.ค.62 ศาลฎีกาฯ ตัดสิทธิ์ผู้สมัครส.ส.อนาคตใหม่ เกี่ยวข้องธุรกิจสื่อ..เหมือนกันเด๊ะๆ!

Publish 2019-04-11 09:46:30


ถึงตรงนี้ต้องยอมรับว่า  ไฮไลต์ประเด็นการโอนหุ้น “บริษัทวี-ลัค มีเดีย” ซึ่งเป็นบริษัทเอกชน จดทะเบียนประกอบธุรกิจสื่อ สิ่งพิมพ์   ของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ  หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และถูกยื่นคำร้องต่อกกต.ให้ตรวจสอบ ว่าเข้าข่ายการกระทำความผิด  ต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 98  และ  พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 42  หรือไม่  อย่างไร 

 

 

ก็คือ  ความลุกลี้ลุกลนที่เกิดขึ้นจากกระบวนการชี้แจงข้อสงสัยต่าง ๆ  นั่นเอง  เพราะกรณีถ้าครอบครัว “จึงรุ่งเรืองกิจ”  โดยเฉพาะตัวนายธนาธร  สามารถตอบคำถามได้อย่างชัดเจนแต่แรกเริ่ม  และหลักฐานแสดงก็ไม่ย้อนไปมา มีรายละเอียดครบถ้วนสมบูรณ์  ถูกต้อง  รับรองว่าเรื่องนี้ใครก็สืบสาวเอาผิดไม่ได้ 

 

ทั้งกรณีการอ้างวันขาย-โอนหุ้นเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2562   แต่เอกสารราชการ ปรากฏวันที่ 21 มีนาคม 2562  จนมาถึงจำนวนผู้ถือหุ้นเข้าร่วมประชุมที่ผิดจากข้อเท็จจริง เนื่องจากมีผู้ลาออก 2 ราย  แต่กลายเป็นว่ามีผู้ถือหุ้นวิสามัญ ครั้งที่ 1/2562 ในวันที่ 19 มีนาคม 2562  ถึง  10 คน  ตามการจดแจ้งนายทะเบียน  แยกเป็นผู้ถือหุ้นจริง  4 คน และ ผู้รับมอบฉันทะอีก 6 คน  แทนจะเหลือ 8 คนตามสัดส่วนผู้ถือหุ้นที่ลาออกไป

 


 



โดยรายชื่อผู้ถือหุ้น  “บริษัทวี-ลัค มีเดีย” จำนวน 10 ราย  ก่อนจะมีการแก้ไข เปลี่ยนแปลง ด้วยเหตุผลเรื่องการลาออกของนายธนาธรและ ภรรยา  แล้วตามสำทับด้วยข้ออ้าง  เรื่องข้ออ้างหลาน 2 คน  ที่นางสมพร โอนหุ้นให้กลับไปมา  ก็ประกอบด้วย

 

1.นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ

2.น.ส.ชนาพรรณ  จึงรุ่งเรืองกิจ

3.นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

4.น.ส.รุจิพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ

 

 

5.นายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ

6.นายบดินทร์ธร  จึงรุ่งเรืองกิจ

7.นายณรงค์ โอปิลันธน์

8.นางรวิพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ

9.นายอรัญ วงศ์งามนิจ

10.นางกมลฉัตร จึงรุ่งเรืองกิจ

 

 

เหล่านี้จึงกลายเป็นหลายข้อคาใจจากสื่อใหญ่อย่าง “ฐานเศรษฐกิจ” ที่แยกเป็นประเด็นหัวข้อคำถามไว้บางส่วนดังนี้


 



1.ทำไมนายธนาธร  ไม่นำแสดงตราสารการโอนหุ้น  พร้อมหลักฐานการชำระเงินค่าหุ้นของนางสมพร กับภรรยาตนเอง  ในกรณีที่มีอ้างว่ามีการขาย-โอนหุ้นในวันเดียวกัน คือวันที่ 8 มกราคม 2562   หรือ อาจมองว่าไม่เกี่ยวข้องกับข้อสงสัย  ที่มีมาแต่ต้นกับสถานะการลงสมัครรับเลือกตั้งส.ส.

 

2.ทำไมนายธนาธร ไม่แสดงรายละเอียดเอกสารอย่างชัดเจน เกี่ยวกับธุรกรรมการโอนหุ้น  ทั้งเอกสารการโอนหุ้น  เอกสารการชำระค่าหุ้น   ระหว่างนางสมพร  และ หลาน เอ-บี  ถ้ากรณีนี้กระทำการอย่างถูกต้อง   หรือกระทั่งแม้หนังสือยินยอมให้ทำนิติกรรม  ในกรณีหลานทั้ง 2 เป็นผู้เยาว์จึงไม่สามารถนำรายชื่อเปิดเผยได้

 

 

3.ทำไมนายธนาธรไม่แสดง  เอกสารที่เกี่ยวเนื่องกับการประชุมผู้ถือหุ้น  เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2562   ให้หายสิ้นสงสัย  โดยเฉพาะผู้รับมอบฉันทะทั้ง 4 ราย   ตลอดจนการแสดงคำอธิบายอย่างชัดเจนเรื่องการโอนหุ้นระหว่างนางสมพรกับหลาน ด้วยหลักการข้อเท็จจริงว่าการโอนหุ้นจะต้องมีการบันทึกในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นทุกครั้ง  ตามคำกล่าวอ้างว่า  ในวันที่ 14 มีนาคม 2562  มีการโอนหุ้นจากนางสมพร ไปยัง “เอและบี”   ก่อนในวันที่ 21 มีนาคม 2562  หลานทั้งสองจะโอนคืนกลับมาให้นางสมพร

 

จุดตรงนี้สำคัญ ก็เพราะมีการตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมในภายหลังว่า  ธุรกรรมทั้งหมดเป็นการดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นแล้วใช่หรือไม่  เพราะเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2562  ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ได้มีคำพิพากษา สั่งให้ถอนชื่อ  นายภูเบศวร์    ผู้สมัคร ส.ส. พรรคอนาคตใหม่ สกลนคร เขต 2  ออกจากผู้สมัครรับเลือกตั้ง เพราะขาดคุณสมบัติลงสมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจาก เป็นเจ้าของสื่อ

 

ขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 98  กฎหมายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และ พ.ร.ป.ว่าด้วยว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. 2561  มาตรา 42  หลังจากตรวจพบว่านายภูเบศวร์ เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ หจก.มาร์ส เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ เซอร์วิส  ซึ่งจดทะเบียนบริษัทไว้เมื่อเดือนสิงหาคม  2561  และระบุประเภทการประกอบกิจการ   ข้อหนึ่งไว้ว่า  ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง  และโทรทัศน์ รับจัดทำสื่อโฆษณา สปอตโฆษณา  เผยแพร่ข้อมูล

 

หลังจากนั้นจึงเกิดกระบวนการจดแจ้งต่อนายทะเบียน กระทรวงพาณิชย์  เรื่องการประชุมผู้ถือหุ้น  บริษัท วี-ลัค มีเดีย  รวมถึงคำชี้แจงเรื่องการโอนหุ้นไปมาระหว่างนางสมพรกับหลาน  ,  การลาออกจากกรรมการบริษัท ของ นางรวิพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ  ภรรยานายธนาธร  

ซึ่งทั้งหมดทำให้ถูกมองว่าเป็นขั้นตอนไม่ใช่แค่เพื่อตอบข้อสงสัย  แต่เป็นการเร่งรัดกระบวนการทางธุรกรรม  เพื่อทำให้ถือครองหุ้น   บริษัท วี-ลัค มีเดีย   ที่นายธนาธรอ้างว่ามีการขาย-โอนตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2562  มีความชอบธรรม   แต่จะถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่...เป็นเรื่องที่ต้องพิสูจน์กันในอนาคตอันใกล้นี้

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

-ธนาธร ถูกทักษิณหลอกใช้ ระวังจบไม่สวย ไม่มีแผ่นดินจะอยู่เหมือนกัน
-ศรีวราห์ชี้ธนาธร ยื่นขอศาลทหารโอนคดีมาศาลพลเรือนได้ เหมือนคดีเสือดำ
-ตำรวจส่งธนาธรขึ้นศาลทหาร โดนแจ้งข้อหาเพิ่ม! เจ้าตัวยอมรับอยู่ในพื้นที่จริง

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ธัญญา พัชรวงศ์ศักดา
ข่าวล่าสุด โดยสำนักข่าวทีนิวส์