ผศ.ดร.ปฐมพงษ์ วิเคราะห์ เมืองไทยนี้ดีทุกอย่าง ..เสียอย่างเดียว นักการเมืองไทยดราม่ากันเกินเหตุ!

ผศ.ดร.ปฐมพงษ์ วิเคราะห์ เมืองไทยนี้ดีทุกอย่าง ..เสียอย่างเดียว นักการเมืองไทยดราม่ากันเกินเหตุ!

Publish 2019-04-14 15:49:22


 ผศ.ดร.ปฐมพงษ์ โพธิ์ประสิทธินันท์ เป็นนักวิชาการทางบูรพคดีศึกษา สังกัดมหาวิทยาลัยมหิดล โพสต์ข้อความผ่าน เฟสบุ๊ค "ปฐมพงษ์ โพธิ์ประสิทธินันท์"แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองประเทศไทยทั้งประเด็น ที่มีกระแสการวิพากษ์วิจารณ์ รัฐธรรมนูญฉนับปัจจุบัน

 

และประเด็นตัวแทนจากสถานทูต กว่า 10 ประเทศ อาทิเยอรมัน ฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา รวมทั้งเจ้าหน้าที่องค์การสหประชาชาติ หรือ UN มาสังเกตการณ์ กรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาตามความผิดมาตรา 116 ยุยงปลุกปั่นเป็นภัยกับความมั่นคงของประเทศ และมาตรา 189 ให้ที่พักพิงผู้ต้องหา จากพฤติการณ์เมื่อปี 2558 

 

ในหัวข้อ " เมืองไทยนี้ดีทุกอย่าง ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว: 'เสียอย่างเดียว นักการเมืองไทยดราม่ากันเกินเหตุไปหน่อย':"



มีคนให้วิจารณ์การเมืองกันหลายสิบคน แต่ผมไม่ค่อยมีเวลา จึงอยากจะโฟกัสข่าวต่างประเทศซึ่งเป็นจุดอ่อนของวงการสื่อมวลชนบ้านเรามากกว่า เย็นวันนี้ว่างหน่อย จึงอยากแสดงความคิดเห็นส่วนตัวโดยภาพรวมเล็กน้อย

 

ผมอยากบอกทุกๆ ท่านว่าเมืองไทยเราไม่ได้ถอยหลังลงคลอง ไม่ได้หยุดชะงัก ไม่ได้ถูกชาติไหนๆ ทิ้งให้ล้าหลัง ไม่ได้ถูกด่าประณามอะไรจากใครที่ไหนมากมาย ขอเพียงคนไทยรู้จักปรับทรรศนคติ หันมามองโลกในแง่ดี ก็จะเห็นว่าบ้านเราเมืองเราน่าอยู่ กว่าหลายประเทศอีกมาก

 

๑.ปัญหารัฐธรรมนูญไทย หลายคนโดยเฉพาะพวกคลั่งประชาธิปไตยออกมาบอกว่ารัฐธรรมนูญล้าหลัง เป็นรัฐธรรมนูญมุ่งต่ออายุคสช. เป็นรัฐธรรมนูญที่ประชาชนไม่ค่อยมีส่วนร่วม

 

ถ้าคนวิจารณ์ไม่ใช่เพิ่งออกจากกระบอกไม้ไผ่เมื่อวานก็จะรู้ว่ารัฐธรรมนูญในปัจจุบันนั้นได้รับการร่างขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหานักการเมืองทุจริตฉ้อราษฏร์บังหลวง นับแต่สมัยคุณทักษิณ ชินวัตรเป็นต้นมา คุณทักษิณคดโกงมาก เจ้าหน้าที่รัฐเอาผิดไม่ได้เพราะรัฐบาลเข้มแข็ง เจ้าหน้าที่ใส่เกียร์ว่าง จึงเกิดการชุมนุมเสื้อเหลืองไล่รัฐบาลขึ้นมา

 

พอเสื้อเหลืองจัดชุมนุม ฝ่ายทักษิณก็สร้างกลุ่มเสื้อแดงมาหาเรื่องกับฝ่ายเสื้อเหลือง จนกระทั่งมีกองกำลังไม่ทราบฝ่ายติดอาวุธโผล่ขึ้นมาในกลุ่มเสื้อแดง ฆ่าประชาชนฝ่ายเสื้อเหลืองและมีการชุมนุมเผาบ้านเผาเมือง ซึ่งผมไม่เคยได้อ่านในตำราประวัติศาสตร์ไทยครั้งไหนนอกจากสมัยอยุธยา รวมทั้งที่พากันบุกรุกโรงพยาบาลจุฬาฯ รู้สึกว่ากลุ่มผู้ชุมนุมจะ มีนิสัยถ่อยดิบกันมาก

 

ทหารกลัวสถานการณ์บานปลาย จึงทำรัฐประหารและร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาเพื่อสกัดนักการเมืองโกงโดยเฉพาะ ผมไม่ได้เดือดร้อนอะไรเลยกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผมไม่สนใจรัฐธรรมนูญประเทศอื่นไหนที่บอกว่าเป็นประชาธิปไตยกว่าหรือดีกว่า ผมสนใจอยากได้รัฐธรรมนูญที่สามารถเอาผิดนักการเมืองโกงในประเทศไทยได้เท่านั้น รัฐธรรมนูญอังกฤษไม่เหมือนรัฐธรรมนูญฝรั่งเศส รัฐธรรมนูญอังกฤษและฝรั่งเศสไม่เหมือนรัฐธรรมนูญอเมริกา ของอเมริกา อังกฤษและฝรั่งเศส ไม่เหมือนประเทศสเปน สวีเดน เดนมาร์ก ฯลฯ ขึ้นกับว่าแต่ละประเทศมีประเด็นไหนที่ต้องเน้น ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน

 

นักการเมืองไทยและนักกิจกรรมทางการเมืองที่วิจารณ์รัรฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ อยู่นี้ ควรจะใส่ใจว่าตนเองขณะนี้กำลังพากันสนับสนุนอดีตนักการเมืองโกงอยู่หรือต้องการจะสนับสนุนรัฐธรรมนูญที่ต้องการกำจัดนักการเมืองโกงกันแน่?

 

ส่วนประเด็นที่บอกว่าคสช.ต้องการต่ออายุตนเอง อันนี้ก็ไม่ผิด เพราะคสช.ก็ต้องการให้เกิดความแน่ใจว่ากลุ่มเสื้อแดงเก่าที่เคยเผาบ้านเผาเมืองจะไม่กลับมาเผาบ้านเผาเมืองกันอีก ก็ต้องคุมเชิงจนกว่าสถานการณ์จะอยู่ดีมีสุข ถึงค่อยๆ ถอนตัวออกไป



ปัญหาแท้จริงคือนักการเมืองที่อ้างว่าเป็นนักประชาธิปไตยไม่มีปัญญาสกัดการฉ้อราษฏร์บังหลวงใหญ่ๆ ในกลุ่มนักการเมืองกันเองได้ แถมยังพัฒนาวาทะว่า *รับได้ถ้าหากโกงกินแล้วพัฒนาบ้านเมืองไปด้วย* จึงนำไปสู่การทำรัฐประหาร ถ้าจะโทษที่มีรัฐประหารก็ต้องโทษนักการเมืองเลือกตั้งที่ตะกละตะกลามมูมมามจนนำไปสู่การรัฐประหาร รวมทั้งนักการเมืองที่ไม่มีปัญญาสกัดมิให้เกิดการคดโกงได้

 

รัฐธรรมนูญปี ๒๕๖๐ คือรัฐธรรมนูญที่ต้องการสกัดนักการเมืองโกง เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ ถ้าไม่อยากให้เกิดรัฐประหาร นักเลือกตั้งทั้งหลายก็ต้องคิดหาทางสร้างกลไกที่สามารถจัดการนักการเมืองโกงได้อย่างถาวร

 

สรุปว่าผมไม่มีปัญหากับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ รัฐธรรมนูญแต่ละประเทศย่อมร่างขึ้นบนพื้นฐานบริบทที่แตกต่างกัน เราไม่จำเป็นต้องร่างรัฐธรรมนูญให้เหมือนใครหรือชาติไหนเพราะปัญหาในบ้านเราไม่เหมือนที่อื่น และไม่ควรใช้คำว่า *เผด็จการ* กันอย่างพร่ำเพรื่อ

 

ในความเป็นจริง รัฐบาลอเมริกาและนาโต้ที่นักประชาธิปไตยไทยพากันอ้างว่าเป็นรัฐบาลประชาธิปไตยตัวอย่าง ที่แท้แล้ว ชั่วช้าเลวทรามและเป็นเผด็จการ ไม่เคารพกฎหมายระหว่างประเทศ ไม่เคารพศาลอาญาระหว่างประเทศ ไม่เคารพสิทธิมนุษยชน ไม่เคารพ เสรีภาพของประชาชน ไม่เคารพเสรีภาพในการนำเสนอข่าว รุกรานและสังหารประชาชนในประเทศต่างๆ เพื่อปล้นทรัพยากรธรรมชาติเขามามากมาย ชั่วช้ากว่ารัฐบาลไทยหรือรัฐบาลประเทศไหนๆ อีกมากมายหลายเท่านัก แถมประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาก็ไม่ได้ทำตามสัญญาประชาคมที่ให้ไว้ตอนหาเสียง ตกเป็นขี้ข้ายิวไซออนิสต์จนถอนตัวไม่ขึ้น ปล่อยให้กลุ่มยิวไซออนิสต์ที่ไม่ได้ผ่านการเลือกตั้งมาบงการนโยบายต่างประเทศอย่างไร้ความละอายแก่ใจ

 

อย่างไรก็ดี ถ้าเกรงกลัวว่ารัฐบาลคสช.จะคดโกงทุจริตฉ้อราษฏร์บังหลวง ผมขอแนะนำให้ทำวิจัยครับ ศึกษาเส้นทางการโกงทุกแง่ทุกมุมแล้วตีแผ่ รวมทั้งประเด็นเรื่องการตรวจสอบไม่ได้และการใช้มาตรา ๔๔ ว่าทำไปเพื่อประชาชนหรือเพื่อนายทุน ดีหรือไม่ดีอย่างไร ผมก็อยากอ่านถ้าเป็นงานวิชาการ ผมเชื่อว่าถ้าใครสามารถศึกษากลโกงของคสช.ได้ละเอียดแล้วตีแผ่ จะมีปัญญาชนจำนวนมากรุมประณามคสช.ที่คดโกงเช่นกัน

 

๒.นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจเป็นคนเชิญทูตานุทูตไปเยี่ยมตนที่สถานีตำรวจสน.ปทุมวัน ในวันเข้ามอบตัวเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา แสดงให้เห็นว่าต้องการมาร์เก็ตติ้งตัวเองไปสู่ระดับนานาชาติ

 

 

ข้อสังเกตก็คือทูตเหล่านี้มาจากชาติที่ก่อนหน้านี้พากันรุมรุกรานประเทศอย่างอิรัค ลิเบีย ซีเรีย เยเมน อาฟกานิสถาน อิหร่าน เพื่อแย่งทรัพยากรธรรมชาติจนป่นปี้มาแล้วทั้งนั้น

 

 

ข้อสำคัญคือเสียมารยาททางการทูต (ดูรายละเอียดจากคำอธิบายของดร.ปณิธาน วัฒนายากร http://www.nationtv.tv/main/program/378704311/…) ต้องมีหนังสือมาถึงกระทรวงการต่างประเทศอย่างเป็นทางการก่อน ข้อสำคัญก็คือสหรัฐอเมริกาและอียูไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญาเวียนนา

 

กระทวงต่างประเทศต้อง *สอนมารยาท* พวกนี้หน่อยครับเดี๋ยวจะเคยตัว

 

๑๒ เมษายน ๒๕๖๒

 

 

 

 

ขอบคุณ เพจ “ปฐมพงษ์ โพธิ์ประสิทธินันท์”   อ่านต้นฉบับ คลิก 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

วิลาสินี แววคุ้ม
ข่าววันนี้ โดยสำนักข่าวทีนิวส์