เพนกวิน แท็กทีมจ่านิว ก้าวล่วง พล.อ.เปรม หลังถึงอสัญกรรม

"เพนกวิน" แท็กทีม"จ่านิว" ก้าวล่วง พล.อ.เปรม หลังถึงอสัญกรรม

Publish 2019-05-26 20:01:45


นับเป็นอีกหนึ่งเรื่องน่าเศร้าของพี่น้องชาวไทย ของการจากไปของ “ป๋าเปรม” พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ 2 แผ่นดิน ถึง อสัญกรรมอย่างสงบ เมื่อเช้าของวันที่ 26 พค.2562 นับเป็นการสูญเสียผู้มีคุณูปการอย่างยิ่งประเทศชาติ ในความเป็นผู้นำและมีความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ พร้อมทั้งการถวายความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์มาโดยตลอด

 




สำหรับคนส่วนใหญ่แล้วไม่ว่าจะเป็น บุคคลที่มีชื่อเสียง ทั้งนักการเมือง ข้าราชการ  องค์กร  หน่วยงานต่างๆ รวมไปถึงที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยนายชัย ชิดชอบ ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมชั่วคราว ได้ขอให้สมาชิกยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 1 นาทีเพื่อแสดงความไว้อาลัยต่อการอสัญกรรมของพล.อ.เปรม  จากนั้นจึงมีการประชุมเพื่อเข้าสู่ระเบียบวาระต่อไป ร่วมไปถึงนานาชาติ ต่างพากันแสดงความเสียใจต่อการสูญเสียในครั้งนี้

 

แต่ทว่าทางด้านของ นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ”เพนกวิน”  แนวร่วมพรรคอานคตใหม่ กลับมีพฤติกรรมสวนทาง โดยได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Parit Chiwarak ระบุว่า..

 

การอสัญกรรมของ พล.อ.เปรม เชื่อว่าจะส่งผลให้การเมืองของชนชั้นนำ (elite) ระส่ำขึ้นไม่มากก็น้อย ที่ผ่านมา พล.อ.เปรมมีบทบาทในฐานะ "มือประสานสิบทิศ" ในสมัยประชาธิปไตยครึ่งใบ พล.อ.เปรมเป็นผู้มากบารมีที่คอยประสานประโยชน์ระหว่างมุ้ง (faction) ต่าง ๆ จึงเป็นนายกรัฐมนตรีได้เกือบ 10 ปี ต่อมาเมื่อได้เป็นประธานองคมนตรีก็เชื่อว่ายังคงมีบทบาทด้านการประสานงานระหว่างมุ้งอยู่หลังม่าน เมื่อ พล.อ.เปรมสิ้นไปแล้ว คงยากที่จะหาใครคอยประสานผลประโยชน์ระหว่างมุ้งได้ลงตัว ดังนั้น การเมืองระหว่างมุ้งของชนชั้นนำน่าจะเดือดขึ้นไม่มากก็น้อย รอดูกันต่อไปครับ  ว่าแต่ บ้านหลวงว่างแล้ว จะมีใครได้ไปอยู่ฟรีต่อไหมครับ

 

 

ในเวลาต่อมา นายแพนกวิน ได้โพสต์ต่อด้วยว่า ..ระบอบเปรมคือความฝันอันสูงสุดของระบอบประยุทธ์ ..การเมืองยุค พล.อ. เปรม (ประชาธิปไตยครึ่งใบ) เป็นนายกคือความฝันสูงสุดของนายทหาร ข้าราชการ และกลุ่มทุนใหญ่ เพราะเป็นการเมืองที่ผลประโยชน์ถูกต่อรองอยู่แค่ในระหว่าง 3 กลุ่มนี้ โดยไม่มีนักการเมืองที่เป็นตัวแทนประชาชนมาเกี่ยวข้อง การเมืองยุคนั้นเป็นยุคที่ทหารเป็นรัฐมนตรี ข้าราชการเป็นคนคิดและขับเคลื่อนนโยบาย กลุ่มทุนเป็นผู้รับผลประโยชน์ ส่วนนักการเมืองเป็นไม้ประดับ ทหารอยากมีอำนาจเหมือนสมัยเปรม ข้าราชการอยากมีบทบาทและทำงานได้โดยไม่ต้องฟังนักการเมือง ส่วนนักธุรกิจก็อยากกินรวบแบบไม่ต้องสนใจประชาชน

 

ความฝันนี้ถูกสะท้อนออกมาได้ชัดผ่านการตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งประกอบด้วยทหาร-ข้าราชการ-นายทุน และมีอำนาจควบคุมนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งจนแทบจะทำให้นักการเมืองเป็นไม้ประดับ ขัดคณะกรรมการนี้ไม่ได้เลย อีกทั้งในสมัยประยุทธ์ยังมีการรวมศูนย์อำนาจเข้าส่วนกลางผ่านระบบราชการ ดังนั้น 5 ปีที่ผ่านมา ประยุทธ์ได้ #ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง แล้ว แต่เป็นการปฏิรูปเพื่อหมุนเข็มนาฬิกากลับไปยุค พล.อ.เปรม ซึ่งบอกเลยว่าไม่ง่ายเพราะในปัจจุบัน กลุ่มผลประโยชน์มีความซับซ้อนมากขึ้น พล.อ.ประยุทธ์จะต้องประสานประโยชน์เก่งกว่า พล.อ.เปรมหลายเท่าจึงจะประคองระบอบนี้ให้รอดไปได้

 

มือประสานยี่ห้อตู่จะสู้มือประสานยี่ห้อเปรมได้หรือไม่ มาดูกัน

 



เช่นเดียวกับนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว  นักเคลื่อนไหวทางการเมืองก็ได้โพสต์ข้อความผ่าน เฟสบุ๊ค "Sirawith Seritiwat" ในลักษณะเดียวกันด้วยถ้อยคำ รุนแรง บางช่วงบางตอนระบุว่า.. จากบ้านหลวงพระธำมรงค์สู่บ้านสี่เสาเทเวศ ชีวิตคนๆนี้เขาโชคดีนะครับ บ้านฟรี น้ำฟรี ตั้งแต่เกิดจนตาย

 

 

 

จนนำไปมาสู่การตั้งคำถามจากสังคมถึงความเหมาะสมกับพฤติกรรมดังกล่าวของกลุ่มนักเคลื่อนไหวทางการเมืองกลุ่มนี้ที่เรียกขานตัวเองว่า "นักประชาธิปไตย"  นี่หรือคือพฤิตกรรมของ "ปัญญาชน" เชิดชูศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ที่สำคัญ ไม่ละเมิดผู้อื่น  อีกทั้งพฤติกรรมครั้งนี้ว่าสะท้อนตนตัวที่แท้จริง

 

อย่างไรก็ตาม ในบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐ ระบุว่า...

พระมหากษัตริย์ทรงเลือกและทรงแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเป็นประธานองคมนตรีคนหนึ่งและองคมนตรีอื่นอีกไม่เกินสิบแปดคนประกอบเป็นคณะองคมนตรี

คณะองคมนตรีมีหน้าที่ถวายความเห็นต่อพระมหากษัตริย์ในพระราชกรณียกิจทั้งปวงที่พระมหากษัตริย์ทรงปรึกษา และมีหน้าที่อื่นตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

วิลาสินี แววคุ้ม
ข่าวด่วน โดยสำนักข่าวทีนิวส์

;