นักวิชาการ ชี้ปรากฏการณ์ก้าวล่วง “พล.อ.เปรม” แค่จุดเริ่มต้น  หากผู้ใหญ่ในบ้านเมืองยังไม่เข้าใจสถานการณ์

นักวิชาการ ชี้ปรากฏการณ์ก้าวล่วง “พล.อ.เปรม” แค่จุดเริ่มต้น หากผู้ใหญ่ในบ้านเมืองยังไม่เข้าใจสถานการณ์

Publish 2019-05-27 12:36:36


นับเป็นอีกหนึ่งเรื่องน่าเศร้าของพี่น้องชาวไทย ของการจากไปของ “ป๋าเปรม” พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ 2 แผ่นดิน ถึง อสัญกรรมอย่างสงบ เมื่อเช้าของวันที่ 26 พค.2562 นับเป็นการสูญเสียผู้มีคุณูปการอย่างยิ่งประเทศชาติ แม้คนส่วนใหญ่ของประเทศ ร่วมไปถึงนานาชาติ ต่างพากันแสดงความเสียใจต่อการสูญเสียในครั้งนี้ แต่ทว่ากลับมีกลุ่มคนบางกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์อย่างคึกคะนอง ด้วยถ้อยคำที่รุนแรง

 

อ่านข่าวประกอบ นี่หรือ นักประชาธิปไตย!!"เพนกวิน" แท็กทีม"จ่านิว" ก้าวล่วง พล.อ.เปรม หลังถึงอสัญกรรม

 



 

 

ขณะเดียวกันใน เฟซบุ๊ก Kittitouch Chaiprasith ซึ่งเป็นของ 'ดร.กิตติธัช ชัยประสิทธิ์' นักวิชาการอิสระ และอาจารย์ด้านสถาปัตยกรรม สอนพิเศษด้านปรัชญาการเมือง  โพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็น

 

วันนี้เราคงได้เห็นภาพกันชัดเจนแล้วว่า สังคมไทยก้าวมาถึง "จุดไหน" ชัดเจนขึ้น จากกรณีการเสียชีวิตของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์

-------------------------

 

- หลายคนไม่พอใจที่เห็นความเห็น เยาะเย้ย ดีใจ หรือชื่นชมยินดี ต่อการตายของ พล.อ.เปรม จากคนกลุ่มที่ที่เรียกตัวเองว่า "ฝ่ายประชาธิปไตย"

 

- หลายคนออกมาตอบโต้ต่อกรณีที่เห็นเด็กหรือคนรุ่นใหม่ เยาะเย้ย หัวเราะ ยินดีที่ พล.อ.เปรม เสียชีวิต รวมถึงสาปแช่งต่างๆ นานา

 

แต่ซึ่งที่ผมอยากจะบอกคือ...

 

- มันไม่มีประโยชน์หรอกครับกับที่พวกท่านจะไปด่าทอเด็กหรือคนรุ่นใหม่ ว่า "ไร้มารยาท ไม่รู้จักกาละเทศะ" เพราะพวกเขาไม่ได้ไม่รู้จักมารยาทหรือกาลเทศะ หรือแค่คึกคะนองทั่วไป

 

-------------------------

- พวกเขาที่มาแสดงความคิดเห็นเหล่านั้น ล้วนแต่ได้รับการปลุกฝังชุดความเชื่อผ่านสื่อมาเป็นสิบปีว่า... "สถาบันกษัตริย์คือต้นตอของปัญหาทุกอย่างในประเทศนี้"

 

- พวกเขาเชื่อว่าปัญหาทุกอย่างของประเทศอยู่ที่สถาบันกษัตริย์ของไทย และ พล.อ.เปรมในฐานะประธานองค์มนตรี คือ อำมาตย์ใหญ่ที่คอยรับงานมาอีกที

 

- ดังนั้นจึงเสียเวลาที่จะไปด่าทำนองเหมือนว่าคนเหล่านั้นแค่คึกคะนองปากเท่านั้น เพราะพวกเขาไม่สนใจหรอครับ

 

- พล.อ.เปรม สำหรับพวกเขาแล้วก็คือ อำมาตย์ศักดินา กดขี่ชนชั้น ที่เป็นเสี้ยนหนามต่อประชาธิปไตยเท่านั้นแหละ ดังนั้นอย่าไปพูดเรื่องมารยาทหรือกาละเทศะเลย เสียเวลาครับ

 

-------------------------

- คนพวกนี้พวกเขาถูกปลูกฝังชุดความเชื่อนี้ มาจากพวกซ้ายเก่ายุค 6 ตุลา ที่เคียดแค้นสถาบันกษัตริย์ แม้ว่าจะกลับออกมาจากป่า และเข้าไปมีการมีงานทำแล้ว พวกเขาก็ไม่เคยลืมความแค้นนี้

 

- โดยเฉพาะพวกที่อยู่ในมหาวิทยาลัย คอยปลูกฝังเยาวชนรุ่นใหม่ให้มารับชุดความคิดที่ว่า "สถาบันกษัตริย์คือต้นตอของปัญหาทุกอย่างในประเทศนี้" ต่อไปเรื่อยๆ

 

- ผลผลิตก็คือ คนรุ่นที่ออกมาเคลื่อนไหวตอนนี้ อายุก็ราว 35+ ไปจนถึง 40 ปลายๆ มีทั้งที่เป็นนักวิชาการรุ่นใหม่ เคลื่อนไหวเชื่อมโยงกับองค์กรต่างชาติ บ้างก็เข้าไปทำสื่อมวลชน

 

- บ้างก็เป็นนายทุนหนังสือโจมตีสถาบัน และปัจจุบันเข้าไปเป็นนักการเมืองที่ประสบความสำเร็จ ได้ ส.ส.มากมายในสภาฯ ได้ฐานมวลชนหลายล้านคน (และก็จะได้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยในอีก 5-10 ปีข้างหน้า)

 

- ซึ่งนักการเมืองคนนี้ก็ให้สัมภาษณ์ชัดเจนในหนังสือเปลือยความคิดตนเองว่า "ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไม่ใช่เป้าหมายสูงสุด เป้าหมายสูงสุดคือ มีมวลชนไว้ต่อรองกับ XXX "



- มาวันนี้พวกรุ่นสองที่ได้รับความคิดมาจากรุ่นแรก เข้ายึดครองพื้นที่สื่อต่างๆ มากมาย และพื้นที่การเมือง รวมถึงแวดวงการศึกษาในมหาวิทยาลัย

 

- ในขณะที่รุ่นที่สามที่ถูกผลิตมา ก่อนหน้านี้ยังเป็นได้แค่นักประท้วงรายวัน คอยเปลี่ยนชื่อกลุ่มทุกปีถึงสองปี (แต่ยังไงกลุ่มเหล่านี้ต้องมีคำว่า "ประชาธิปไตย" ติดอยู๋เสมอ)

 

- เดิมพวกเขาเคลื่อนไหวโดยมีนายทุนการเมืองคนเก่า ที่ปัจจุบันเริ่มเสื่อมความนิยมลง และ โดนพวกนักเคลื่อนไหวเหล่านี้ด่า ว่า "สู้ไปกราบไป" และไม่จริงใจต่อการต่อสู้

 

- มาวันนี้เขาได้นายทุนใหม่ ที่ไม่สนใจแม้แตำแหน่งในสภาฯ หรือผลประโยชน์สักบาท แต่มีเป้าหมายสูงสุดคือ การปฏิวัติสังคมไทยแบบพลิกฟ้าคว่ำแแผ่นดิน (ถ้าทำได้ ก็ทำเลย แต่ถ้าทำไม่ได้เลย ก็ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป สะสมฐานมวลชนให้เยอะขึ้น จนมีอำนาจกดดัน XXX ตามที่เขาให้สัมภาษณ์ไว้)

 

-------------------------

 

- วันนี้สังคมไทยเดินมาสู่จุดที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว เรามาถึงจุดที่เป็น #สงครามวัฒนธรรมและชุดความคิด

 

- ซึ่งต่างจากแค่การตั้งหมู่บ้านเสื้อแดง หรือ การตั้งกองกำลังติดอาวุธ หรือจัดวิทยุชุมชนปลุกระดมเช่นในอดีต (นปช.หมดบทบาทไปตลอดกาลแล้ว)

 

- มันไม่ใช่สถานการณ์แบบเดิมที่ฝ่ายความมั่นคงจะจัดการได้เหมือนกับพวกกองกำลังที่ใช้ความรุนแรงเข้าห่ำหั่นกัน อีกต่อไป

 

- แต่มันคือ สงครามวัฒนธรรมและชุดความเชื่อ ที่ปลูกฝังผ่านสื่อสมัยใหม่ แบบอ้อมๆ ผ่านการปั่นข่าว การกระจายต่อ ล้อเลียน แซะแซว เสียดสีของเพจใน FB ต่างๆ

 

- รวมถึงการจัดตั้งมวลชน หรือใช้ไอดีปลอมและบอท โดยมีระบบ AI คอยทำงานอย่างอัตโนมัติ เพื่อให้เข้าไปรุมคอมเมนต์ด่าทอ หรือปั่นกระแสให้ไปในทิศทางที่ต้องการ ซึ่งทำให้พวกเขาควบคุมสื่อออนไลน์ได้แทบจะเบ็ดเสร็จในเวลานี้

 

-------------------------

 

- ในขณะที่ผู้ใหญ่หลายคนในบ้านเมืองยังไม่เข้าใจสถานการณเหล่านี้รวมถึงการที่เยาวชนคนรุ่นใหม่ก็เริ่มตั้งคำถามต่อการดำรงอยู่ของสถาบันมากขึ้นเรื่อยๆ (ยิ่งพวกที่โหนสถาบันฯ เอาสถาบันมาเป็นข้ออ้างและถ่อยใส่ไอดอลของพวกเขาเท่าไร สถานการณก็ยิ่งเลวร้ายลง)

 

- จริงๆ ที่สังคมไทยมาสู่จุดนี้ได้ มันก็ถูกตามที่คนกลุ่มนั้นด่าเลย คือ "ความคิดแบบไดโนเสาร์" คือยังใช้วิธีการเดิมๆ ในการดำเนินยุทธศาสตร์ทางการเมือง

 

- จนนำไปสู่ความพ่ายแพ้สงครามวัฒนธรรม สงครามมวลชน และสงครามสื่อเป็นที่เรียบร้อยแล้ว....

 

- แต่ทั้งนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ มันยังเป็นแค่ #จุดเริ่มต้นครับ เท่านั้นครับคอยดูต่อไปว่าจะเกิดอะไรขึ้น หากพวกคุณยังไม่เข้าใจและรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ถูกวิธี  เพราะวันนี้สถานการณ์โลก  มันเปลี่ยนไปหมดแล้วครับ...

 

#รูปแรก:

บทความโจมตี พล.อ.เปรม จากธนาพล อิ๋วสกุล บก.นิตยสารฟ้าเดียวกัน ที่มีนาย ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจเป็นนายทุน ซึ่งลงในเพจ the101.world และมีเพจหนึ่งนำมาแชร์ให้ดู

 

 

#รูปสอง:

เพนกวิน - พริษฐ์ ชิวารักษ์ แนวร่วมพรรคอานคตใหม่ ที่แสดงความเห็นว่า การเยาะเย้ย ล้อเลียน การตายของ พล.อ.เปรม เป็นสิ่งที่ควรทำ เพราะ พล.อ.เปรม เป็นชนชั้นที่กดขี่

 

 

#รูปสาม

ก้าวหน้า ส.เขตตลิ่งชัน /เทอดเกียรติ ศิษย์เทพพิทักษ์ อดีตนักมวยศึกวันทรงชัย ที่ออกมาโพสท์เช้านี้ว่ารู้สึก "มีความสุข" และเห็นเพื่อนๆ ของพวกเขาไชโยยินดีปรีดา

 

#รูปสี่

ตัวอย่างความเห็นเล็กๆ น้อยๆ จากเพจข่าว เช่น ข่าวสด มติชน BBC Thai ที่มีคนส่งมาให้หลังไมค์

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

วิลาสินี แววคุ้ม
ข่าวด่วน โดยสำนักข่าวทีนิวส์