ประชาธิปัตย์สร้างภาพร่วม-ไม่ร่วมพปชร. ??? New Dem รู้ ทำไมไม่ลาออกมา ???

ประชาธิปัตย์สร้างภาพร่วม-ไม่ร่วมพปชร. ??? New Dem รู้ ทำไมไม่ลาออกมา ???

Publish 2019-05-28 15:22:14


ยังคุกรุ่นสำหรับบรรยากาศภายในพรรคประชาธิปัตย์ กับประเด็นที่ว่าหากร่วมรัฐบาลกับพลังประชารัฐแล้วมีการหนุนบิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีรอบสอง ฉับพลัน!!!ความเคลื่อนไหวตั้งแง่ก็ทะลักออกมาเต็มอุดมการณ์ ไม่ว่าไอติม เดอะแจ๊ค วัชระ ไฮโซลูกนัท ที่ดาหน้าออกพร่ำหาจุดยืนในขณะที่ผู้ใหญ่แกนนำพรรคก็เจรจาพูดคุยต่อรองกันไปซึ่งคำถามก็คือ บรรดาคนที่ออกมาส่งเสียงโหวกเหวกเหล่านี้ไม่รู้ความเป็นไปในพรรคเลยหรือ??? และถ้ายึดมั่นถือมั่นในหลักการถึงเพียงนี้ ทำไมไม่ลาออกมาเสียให้รู้แล้วรู้รอด เพราะการพูดคุยมีมาแล้วตลอดหลายวัน หรือพรรคนี้จะมีพฤติกรรมอย่างที่ถูกนินทาอยู่บ่อยคือ ถนัดกับการสร้างภาพ???



 

จากการที่เมื่อวันที่ 27 พ.ค.2562 นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้นำคณะผู้บริหารพรรคฯเดินทางไปเทียบเชิญพรรคประชาธิปัตย์ เข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลเพื่อเดินหน้าประเทศไทยและประโยชน์ของประชาชนตามที่ให้คำมั่นสัญญาไว้ ซึ่งเป็นการดำเนินการตามธรรมเนียมประเพณีทางการเมือง ส่วนมีข้อตกลงหรือไม่ว่า จะต้องสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ระบุว่าคาดหวังจะได้รับการสนับสนุนจากพรรคร่วมทั้งหมดด้วย และคงเข้าใจกันดีถ้าร่วมงานด้วยกัน จะสนับสนุนกันและกันอย่างไร

 

 

 



 

ทั้งนี้ภายหลังการหารือดังกล่าวประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาที นายอุตตม พร้อมด้วยนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน โดยนายเฉลิมชัย กล่าวว่า คุยกันแค่ในแง่ของหลักการการทำงานร่วมกัน ว่ามีประเด็นใดบ้างที่สามารถทำงานด้วยกันได้ ซึ่งทางพรรคประชาธิปัตย์ได้นำเสนอเรื่องนโยบายและการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยในเบื้องต้นได้เห็นพ้องต้องกันว่าสิ่งที่เป็นปัญหาจะถูกนำมาพิจารณาร่วมกันในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเพราะหากจะแก้ไขก็ต้องทำในพรรคร่วมรัฐบาล หากมีโอกาสร่วมรัฐบาลกัน ส่วนประเด็นอื่น ๆ เราก็จะนำไปพิจารณากันต่อไปในวันข้างหน้า ขอยืนยันว่าแนวโน้มการพูดคุยเป็นไปได้ด้วยดี และคงจะมีการพูดคุยกันอีกครั้ง เพราะวันนี้คุยกันเฉพาะเรื่องหลักการอย่างเดียว ส่วนที่พรรคประชาธิปัตย์จะให้คำตอบอย่างเป็นทางการกับพรรคพลังประชารัฐนั้นก็มีขั้นตอนที่ต้องทำ จะไม่รวบรัดทันที แต่จะไม่ช้า

 

 

“ขอยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์มีเอกภาพ การจะตัดสินใจเรื่องนี้ต้องตอบสมาชิกและทุก ๆ คนได้ว่าถ้าพรรคประชาธิปัตย์จะร่วมรัฐบาลเป็นเพราะอะไร หรือถ้าไม่ไปร่วมเป็นเพราะอะไร จึงขอให้ทุกคนอดใจรอ ต้องทำด้วยความรอบคอบ แต่ยืนยันว่ามีการเริ่มต้นที่ดีและทั้งสองฝ่ายสามารถพูดคุยกันจากจุดเริ่มต้นนี้ได้ ปัญหาของประเทศในวันนี้ถ้าคิดว่าจะมาช่วยแก้ไขก็ต้องมาคุยกันอะไรที่สามารถแก้ไขร่วมกันได้ และได้ทำคิดว่าตรงนี้เป็นจุดที่สำคัญกว่าใครช่วยใคร” นายเฉลิมชัย กล่าว

 

เมื่อถามว่าพรรคประชาธิปัตย์ ยังกังวลใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในการเลือกประธานสภาฯเมื่อวันที่ 25 พ.ค.นายเฉลิมชัย กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่มีข้อกังวลใจ ขณะที่นายอุตตม กล่าวเสริมว่า ของพรรคเราก็ไม่มีเช่นเดียวกัน การเลือกประธานสภาฯจบลงด้วยดี ฝ่ายเราแสดงให้เห็นแล้วว่าสนับสนุนคนของพรรคประชาธิปัตย์คือนายชวน หลีกภัย ให้เป็นประธานสภาฯ ทุกอย่างเรียบร้อย

 

 

กระนั้นในวันเดียวกันนี้คล้อยหลังจากที่พรรคพลังประชารัฐกลับไป นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก็ออกมาเคลื่อนไหวทันที ด้วยการชูกระดาษที่มีข้อความ “ไม่เอาประยุทธ์ เป็นนายกฯ” ซึ่งนายวัชระ กล่าวว่า ตนเองเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ที่ไม่เห็นด้วย แต่เมื่อถามว่า ไม่เห็นด้วยเฉพาะไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี หรือไม่ร่วมรัฐบาลพรรคพลังประชารัฐ นายวัชระ กลับปฏิเสธที่จะแสดงความเห็น ก่อนจะบอกว่าเห็นด้วยกับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ประกาศระหว่างหาเสียงเลือกตั้ง และขณะนี้พรรคยังไม่มีมติออกมาถือว่ายังมีความเป็นประชาธิปไตยที่ทุกคนสามารถแสดงความคิดเห็นได้ แต่หากมีมติออกมาว่า จะร่วมรัฐบาลและสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ก็จะพิจารณาท่าทีของตนเองอีกครั้ง

 

ต่อมาตกช่วงเย็นของวันเดียวกัน นายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือ ไอติม อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ย้ำจุดยืนเดิมในฐานะสมาชิกพรรค ก่อนที่คำพูดจะไม่มีประโยชน์ นั่นคือทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับประเทศในความคิดเห็นของตน  คือการที่พรรคทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านอิสระ และไม่ร่วมกับพรรคพลังประชารัฐ เพื่อสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี โดยระบุถึงคำว่า “อย่า” ไว้ 5 ข้อไว้ด้วยว่า

 

1. อย่าบอกว่า “ฝ่ายค้านอิสระไม่มีจริง” เพราะการที่พรรคฝ่ายค้านมีหลายพรรคและไม่ได้เห็นด้วยกันหมดทุกเรื่อง เป็นเรื่องปกติในระบบรัฐสภา ซึ่งก็มีอยู่จริง ณ ปัจจุบัน ในกว่า 20 ประเทศทั่วโลก ที่มีรัฐบาลเสียงข้างน้อย ที่ต้องพึ่งเสียงสนับสนุนจากบางพรรคฝ่ายค้านเป็นกรณีๆ ไป

 

2. อย่าผูกขาดกับคำว่า “ทำเพื่อชาติ” เป็นเรื่องปกติที่คนเรามีความคิดเห็นต่างกันว่าอะไรดีที่สุดสำหรับประเทศ เพราะฉะนั้นอย่ามองว่าถ้าจะทำเพื่อชาติ ต้องเลือกไปด้านใดด้านหนึ่งเท่านั้น

 

3. อย่ามองว่า “ฝ่ายค้านทำประโยชน์ให้กับชาติไม่ได้” การเป็นฝ่ายค้านอิสระที่ต่อรองนโยบายกับรัฐบาลที่อาจต้องพึ่งเสียงเราในสภาฯ ทุกครั้งที่ผ่านกฎหมาย ยังมีโอกาสต่อรองนโยบายได้ดีกว่าการเข้าร่วมรัฐบาล

 

4. อย่าให้คุณค่ามากจนเกินไปกับคำว่า “เสถียรภาพ” ประเทศไม่ได้ขาด “เสถียรภาพ” แต่ขาดการ “ตรวจสอบถ่วงดุล” ในระบบรัฐสภาที่เข้มข้น ที่คอยช่วยเตือนสติรัฐบาลเวลาการกระทำไม่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน (ยิ่งไปกว่านั้น การร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐก็ยังไม่ได้นำมาแม้กระทั่งเสถียรภาพ เพราะจะมีเสียงแค่ปริ่มน้ำ)

 

5. อย่าปล่อยให้สภาฯ เป็นเพียงเครื่องมือของฝ่ายบริหารอย่างเบ็ดเสร็จ

 

 

และต่อมาก็เป็น นายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย หรือ ไฮโซลูกนัท ทายาทนักธุรกิจเครือโนเบิล บริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของประเทศไทย และอดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กลุ่ม New Dem ซึ่งก็ได้แสดงออกโดยการโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า  "อาจจะเป็นโพสต์สุดท้ายของผม ถ้าพรรคมีมติสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯต่อ ผมจะต้องขอยุติบทบาททางการเมือง จนกว่าจะมีเหตุผลที่ดีพอที่จะกลับมาอีก

 

“ถ้าสุดแล้วมติพรรคจะเป็นอย่างไรผมจะเคารพการตัดสินใจของ ส.ส. ปชป. ทุกท่าน สุดท้ายนี้ผมขอใช้พื้นที่นี้เรียกร้องให้ พิจารณาจุดยืนของเราอีกครั้ง  ไม่สนับสนุนประยุทธ์และเครือข่าย ไม่สนับสนุนระบอบทักษิณและเครือข่าย  ฝ่ายค้านอิสระ ประชาชนเป็นใหญ่ประชาธิปไตยสุจริต”

 

 

นี่ยังไม่กล่าวถึงกรณีที่ลือกันสะพัดอีกระลอกว่านายอภิสิทธิ์ ได้ร่างหนังสือเตรียมลาออกจากส.ส.หากว่าพรรคประชาธิปัตย์สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งทั้งหลายทั้งมวลนี้กำลังถูกตั้งคำถามว่า เป็นการสร้างภาพหรือไม่ เพราะคนในย่อมรู้มาตลอดใช่หรือไม่ว่า ตั้งแต่วันก่อนเลือกประธานสภาฯ มีการเจรจาต่อรองตำแหน่งในการร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐนับเนื่องมาตั้งแต่วันที่ 21 พ.ค.กระทั่งที่ประชุมสภาฯเลือกนายชวน เป็นประธานสภาฯโดยมีเสียงของส.ส.พลังประชารัฐลงคะแนนโหวตให้ นี่คือสัญญาณหนึ่งในการเข้าร่วมรัฐบาลแล้ว ซึ่งเชื่อว่าทุกคนในพรรคต่างก็รู้กันอยู่เต็มอก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไอติม วัชระ หรือ ไฮโซลูกนัท กลุ่มนิวเดมที่ถือเป็นคนรุ่นใหม่ ที่ต้องเรียนรู้ว่า เป็นธรรมดาหรือไม่ที่ในช่วงเวลาแบบนี้ เป็นธรรมชาติของนักการเมืองในการจับขั้วเพื่อจัดตั้งรัฐบาล

 

ฉะนั้นจึงต้องส่งคำถามดังๆไปถึงบรรดาผู้ที่ออกมาโวยวายนั่งกอดหลักการเพื่ออะไรก็ยังไม่ทราบชัด เพราะหากจะอ้างความประโยชน์ชาติบ้านเมือง ก็ย่อมรู้และตระหนักว่าอย่างไหนคือ สิ่งที่ควรคิดและทำในขณะนี้ก่อน ไม่เช่นนั้นพรรคประชาธิปัตย์ก็จะถูกตราหน้าอยู่เรื่อยว่าถนัดแต่สร้างภาพ จอมหลักการ อย่าลืมว่าประชาชนปัจจุบันมีความตื่นตัวทางการเมืองมากขึ้น ย่อมรู้และคิดได้ โดยเล่นการเมืองต้องไม่ใช้เล่ห์เหลี่ยมที่เยอะเสียจน ประเทศจะเดินหน้าต่อไปไม่ได้ สุดท้ายนี้จะเห็นด้วยอย่างยิ่งหากกลุ่มนิวเดมคนรุ่นใหม่ภายในพรรคจะเดินออกมา เพราะไม่รู้จะอยู่ไปทำไม??? หาที่ใหม่ที่ตรงกับหลักการตัวเองไม่ดีกว่าหรือ!?!

 

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

กกต.ประกาศรับรองส.ส.ใหม่ "มาดามเดียร์-ตั๊น" พร้อมร่วมโหวตนายกฯได้หลังการปฏิญาณตน

"ภูมิธรรม" เพ้อหวังดัน "ธนาธร" เป็นนายกฯ ลั่น ไม่น่ามีปัญหา ด้าน "เสรีพิสุทธิ์" ยิ้มเก้อ ชวดฝันเหตุเก้าอี้ไม่ถึง!!

“หม่อมกร”คารวะ “ป๋าเปรม” ผลักพลังงานนำไทยสู่ความโชติช่วงชัชวาล - ขณะที่ธนาธร เสียดคุณ ขวางรัฐสวัสดิการ

โฆษกประชาธิปัตย์ ยันไร้ข้อผูกมัดพลังประชารัฐ ไม่มีเหตุผลจะต้องตาม เลขาฯพรรค

 

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

กองบรรณาธิการข่าวการเมือง
ข่าวด่วน โดยสำนักข่าวทีนิวส์