ไม้แข็งรบ.เสียงข้างน้อย-ยุบสภา!?! กำราบนักเลือกตั้งอยู่หมัด???

Publish 2019-05-31 15:10:35


ทำท่าจะบานปลายจนเอาไม่อยู่ หวั่นจะพากันกอดคอลงคลอง ตกเหว จนต้องมีการงัดไม้แข็งออกมาด้วยการปล่อยของ เป็นรายงานถึงการตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยแล้วยุบสภาไปเลือกตั้งวัดดวงกันใหม่!!! เรื่องของเรื่องก็น่าจะมาจากการต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรีที่ยังไม่จบไม่สิ้น เจรจากันไปขู่กันไป

 

 



โดยเฉพาะที่สมศักดิ์แห่งสามิตรที่ยื้อแย่งกระทรวงเกษตรฯจากประชาธิปัตย์ นำมาซึ่งข่าวสารที่ทำเอาสะเทือนไปด้วยกัน เมื่อว่ากันว่าเป็นการปล่อยข่าวออกมาเองในกลุ่มก๊วนสามมิตรถึงประเด็นขน30ส.ส.ออกจากพลังประชารัฐกลับไปซบลงบนตักเพื่อไทย ก่อนที่หนึ่งในแกนนำคนสำคัญต้องออกมานกางโต๊ะแถลง เคลียร์กันให้ชัดเจนไม่อย่างนั้นมีหวังต้องไปเข้าคูหาให้ประชาชนตัดสินกันใหม่ สุดท้ายก็ต้องยอมใส่เกียร์ถอยอะไรก็ได้แล้วแต่นายกฯเป็นคนตัดสินใจ?!?

 

ทั้งนี้จากที่เป็นรายงานถึงความเคลื่อนไหวในการจัดตั้งรัฐบาล ที่นำโดยพรรคพลังประชารัฐว่า ล่าสุดมีการส่งสัญญาณจากผู้ใหญ่ในรัฐบาล ให้ฝ่ายการเมืองเป็นผู้ดำเนินการกันเองอย่างเต็มที่โดยมีนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคฯ เป็นผู้ดำเนินการ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้ให้สัมภาษณ์ว่าจะเป็นผู้พิจารณารายชื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ด้วยตัวเอง ทำให้พรรคร่วมโดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ และ พรรคภูมิใจไทย ไม่สบายใจ

 

 

โดยในการเทียบเชิญพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทยเข้าร่วมรัฐบาลก่อนหน้านี้ มีหลายประเด็นที่ต้องพิจารณา ซึ่งอาจมีการเกลี่ยกระทรวงกันใหม่ ด้วยการพิจารณาที่ด้านนโยบายของแต่ละพรรค จะต้องจัดลำดับความสำคัญเพื่อวางตำแหน่งในกระทรวงต่างๆ และคำนึงถึงเสถียรภาพของรัฐบาล ขณะพรรคพลังประชารัฐตั้งเป้าจะตกลงกันให้ได้ก่อนวันลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี แต่ในขั้นสุดท้าย พล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นคนตัดสินใจรายชื่อบุคคลต่างๆว่า เหมาะกับตำแหน่งรัฐมนตรีในกระทรวงที่ได้รับหรือไม่

 

อย่างไรก็ตามจากรายงานข่าวที่ปล่อยออกมานั้น ยังระบุอ้างถึงแกนนำ พลังประชารัฐมองว่า หากกระทรวงเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงคมนาคม ฯลฯ ไม่ได้เป็นของพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ก็จะกระทบกับคนชนบทซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ เนื่องจากพรรคจะไม่สามารถทำตามนโยบายที่หาเสียงไว้ ซึ่งที่สุดจะส่งผลต่อการเลือกตั้งครั้งต่อไป ดังนั้น จึงต้องมาร่วมกันพิจารณาอย่างรอบคอบ

 



นอกจากนี้ รายงานยังเปิดเผยอีกว่า พรรคพลังประชารัฐไม่ได้กังวลการรวมเสียงโหวตนายกรัฐมนตรี แม้ยังตกลงกับพรรคร่วมไม่ได้ แต่กลไกตามรัฐธรรมนูญยังเปิดช่องให้ ส.ว.สามารถร่วมโหวตนายกรัฐมนตรีได้ ซึ่งเมื่อรวมเสียงพรรคพลังประชารัฐกับพรรคที่ประกาศตัวแล้วว่าจะร่วมรัฐบาลกับพลังประชารัฐ จะเกินกึ่งหนึ่งของที่ประชุมรัฐสภา แต่พรรคจะใช้แนวทางเลือกนี้ก็ต่อเมื่อไม่สามารถปิดดีลกับพรรคประชาธิปัตย์และภูมิใจไทยได้ โดยจะโหวตนายกรัฐมนตรีไปก่อนแล้วค่อยคุยกับ 2 พรรคต่อในภายหลัง

 

 

ในห้วงเวลานี้เองก็เกิดกระแสในโซเชียลเป็นอย่างมาก เมื่อมีการปล่อยข่าวลือถึงการย้ายขั้วของกลุ่มสามมิตร โดยมีการอ้างนำภาพกราฟฟิคของ THE PUBLIC โดยด้านหน้าทำเป็นรูปของ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำพรรคพลังประชารัฐ มีข้อความพาดบนปกว่า สมศักดิ์เตรียมขน 30 ส.ส.ซบเพื่อไทย หากไม่ได้คุมเกษตร” ส่วนภาพด้านหลังสีขาวดำเป็นรูปของนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กำลังชูมืออยู่กับนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค

 

เรียกว่างานนี้เล่นเอานั่งไม่ติดนายสมศักดิ์ ต้องออกมานั่งแถลงถึงกรณีกระแสข่าวลือในโซเชียลมีเดียว่า ตนเองจะนำส.ส.กลุ่มสามมิตรที่อยู่ในพรรคพลังประชารัฐย้ายไปสนับสนุนพรรคเพื่อไทย หากตนไม่ได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่าตนทำการเมืองมามีปัญหาน้อยที่สุด ถึงแม้จะมีเปรี้ยว หวาน มัน เค็มอย่างไร แต่ยืนยันว่ายังคงปักหลักอยู่ที่พรรคพลังประชารัฐตลอดไป ดังนั้นกระเเสข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง

 

ส่วนช่วงนี้มีการแข่งขันกันสิ่งที่เกิดขึ้นอาจจะเป็นคนภายในพรรคที่แตะตัดขาหรือไม่นั้นตนก็ไม่ทราบ แต่ยืนยันส่วนตัวทำอะไรตรงไปตรงมา ทั้งนี้เมื่อถามว่าหากมีการดีลกันลงตัวแล้วพรรคประชาธิปัตย์ได้กระทรวงเกษตรไปนั้นส่วนตัวก็ไม่มีปัญหา แต่พยายามทำหน้าที่ให้ถึงที่สุด เพราะเท่าที่ได้ลงพื้นที่มาพยายามทำให้ขาวชนบทได้เจริญก้าวหน้าขึ้น แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับกรรมการบริการพรรคที่จะต้องไปดำเนินการ อย่างไรก็ตามอยากฝากไปถึงสื่อมวลชนว่า ตนไม่ปัญหาอะไร เพียงแต่พยายามทำตามสิ่งที่ได้ไปรับฟังประชาชนมากว่า 1 ปี

 

 

กระนั้นนายสมศักดิ์ ยังกล่าวไปถึงกรณีคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย ที่ออกมาไล่ส่งกรวดน้ำให้ไม่ต้องกลับไปเพื่อไทย ซึ่งประเด็นนี้นายสมศักดิ์ ได้ขอยกสุภาษิตโบราณ ว่า มะนาวหวาน องุ่นเปรี้ยว ส่วนจะเป็นไปได้หรือไม่ที่นายกรัฐมนตรีคนใหม่ จะเป็นผู้เคาะรายชื่อคณะรัฐมนตรีเองนั้นตนก็ไม่ทราบแต่พร้อมยอมรับ ทั้งนี้ตนไม่เชื่อว่าพรรคพลังประชารัฐจะเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย เพราะเชื่อว่า เวลาจะเป็นเครื่องรักษาใจ และมั่นใจว่าพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีต่อแน่นอน ส่วนที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า การจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้มีความล่าช้า เนื่องจากจัดสรรผลประโยชน์กันไม่ลงตัวนั้นส่วนตัวมองว่า การคิดแบบนี้เป็นสิ่งชั่วร้าย

 

และที่ต้องขีดเส้นใต้ไว้ตัวหนาๆนั่นคือ นายสมศักดิ์ได้ฝากสื่อมวลชนว่าไม่ได้ยึดติดกับตำแหน่ง แต่พยายามทวงถามในสิ่งที่พบปะกับประชาชนมาตลอดเวลา 1 ปีเศษ และยืนยัน พรรคการเมืองถึงแม้จะคัดเลือกตัวบุคคลดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีแล้ว สุดท้ายตามประเพณีปฏิบัติคนเป็นนายกรัฐมนตรีต้องดูว่าเหมาะสมหรือไม่ ก็ต้องยอมรับเงื่อนไขแบบนี้มาโดยตลอด

 

 

เมื่อถามว่าพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทย ยอมเจรจาในข้อตกลงให้นายกรัฐมนตรีคนต่อไปเป็นผู้เคาะตำแหน่งรัฐมนตรีหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ส่วนตัวไม่ทราบว่าแต่ละพรรคจะยินยอมหรือไม่ แต่ประเพณีปฏิบัติเป็นแบบนั้นในการตั้งรัฐบาลที่ผ่านมาหลายครั้ง ก็ต้องให้เกียรติคนที่เป็นนายกรัฐมนตรี ส่วนตัวเองถ้ามีการเปลี่ยนแปลงจากนายกรัฐมนตรี ก็ถือเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ ไม่มีปัญหา

 

ฉะนั้นจากคำแถลงของนายสมศักดิ์ ฟังจากถ้อยความก็พอจะจับได้ว่า ยังคงมีความอยากได้กระทรวงเกษตรฯอยู่ แต่หากไม่ได้ก็ไม่ยึดติด แม้กระทั่งยังยอมรับประเพณีปฏิบัติที่ให้ตัวนายกรัฐมนตรีเป็นผู้คัดเลือกรัฐมนตรีอีกครั้งหลังจากที่แต่ละพรรคส่งมาชื่อมาแล้ว ซึ่งมาถึงตรงนี้ก็พอจะคาดเดาอารมณ์นักเลือกตั้ง-นักการเมืองอาชีพกันได้บ้างแล้วล่ะว่า ไม่อยากจะกลับไปวัดดวงใหม่ เพราะเพิ่งเลือกตั้งกันไปเมื่อไม่กี่วัน เพราะนอกจากจะเหนื่อยแสนเหนื่อยแล้ว ยังต้องลุ้นกันอีกว่า หลังปิดหีบจะได้ส.ส.กลับมากี่มากน้อย???

 

 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

กองบรรณาธิการข่าวการเมือง
ข่าวล่าสุด โดยสำนักข่าวทีนิวส์