กำหนดวันเลือกนายกฯแล้ว

กำหนดวันเลือกนายกฯแล้ว

Publish 2019-05-31 16:53:55


 ณ ห้องประชุมริมแม่น้ำเจ้าพระยา อาคารรัฐสภา เกียกกาย นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็น ประธานสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย นายสุชาติ ตันเจริญ ส.ส.ฉะเชิงเทรา จากพรรคพลังประชารัฐ เป็น รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 และนายศุภชัย โพธิ์สุ ส.ส.นครพนม พรรคภูมิใจไทย เป็น รองประธานสภาฯคนที่ 2

 



จากนั้น ในเวลาประมาณ 16.30 น. ณ ห้องโถง อาคารสุขประพฤติ นายพรเพชร วิชิตชลชัย รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็น ประธานวุฒิสภา พร้อมด้วย พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร เป็นรองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 และนายศุภชัย สมเจริญ เป็นรองประธานวุฒิสภา คนที่ 2

ทั้งนี้ นายชวน ในฐานะประธานรัฐสภา แจ้งว่าจะมีการประชุมร่วมรัฐสภาในวันที่ 5 มิ.ย. โดยช่วงเช้าจะมีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ก่อน เพื่อให้ ส.ส.ใหม่ทั้ง 3 คน ได้ปฏิญญาณตน เพื่อทำหน้าที่ หลังจากนั้นจะมีการประชุมเพื่อโหวตนายกฯ ซึ่งเป็นวาระสำคัญ



 

สำหรับแคนดิเดตนายกฯ ตอนนี้น่าจะชัดเจนแล้วว่า คนแรกคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จากขั้วพลังประชารัฐ ส่วนขั้ว 7 พรรคการเมืองฝั่งเพื่อไทย ชื่อล่าสุดที่ขั้วนี้จะส่งมาชิง คือ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ หลังจากนั้น คือขั้นตอนการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งตามรัฐธรรมนูญก็ไม่ได้มีขั้นตอนกำหนดไว้ว่าจะต้องเลือกนายกฯและจัด ครม.ให้เสร็จภายในกี่วัน แต่หลังจากจัด ครม.เสร็จแล้ว นายกฯและคณะรัฐมนตรีจะเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณ จากนั้นจะสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ซึ่งหมายถึงว่า คสช. และคณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบันจะพ้นจากตำแหน่ง

 

 

 

สำหรับขั้นตอนการลงคะแนนเลือกตัวนายกรัฐมนตรี ตามที่ปรากฎในข้อบังคับ การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พ.ศ. 2560 กำหนดไว้ว่า

1.ผู้ที่จะได้รับการเสนอชื่อให้ ส.ส.โหวตลงคะแนนเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีจะต้องมาจากพรรคการเมืองที่มี ส.ส.ไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของสมาชิกที่มีอยู่ นั่นคือมี ส.ส.เต็มสภาฯ 500 คน พรรคที่เสนอชื่อนั้นต้องมี ส.ส.อย่างน้อย 25 คน

2.การเสนอชื่อผู้ใดเข้าสู่การโหวตจะต้องมีเสียง ส.ส.รับรองไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของ ส.ส.ที่มีอยู่ (50 คน จาก 500 คน)

3.การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี กระทำโดยเปิดเผย โดยเลขาธิการรัฐสภา จะขานชื่อ ส.ส.-ส.ว.เรียงตามลำดับอักษร เพื่อให้ออกเสียง เห็นชอบ ไม่เห็นชอบ หรือ งดออกเสียง

4.มติเห็นชอบ ต้องมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมด((ส.ส.+ส.ว.)ซึ่งเท่ากับ 750 คน มากกว่าครึ่งหนึ่งจึงเท่ากับ 376 เสียง หากคะแนนเห็นชอบไม่ถึงครึ่งหนึ่ง ให้ออกเสียงลงคะแนนให้กับชื่อถัดไป

5.หากยังไม่สามารถหาผู้ที่ได้คะแนนเกินครึ่งหนึ่งได้ ก็จะวนโหวตต่อ จนกว่าจะมีผู้ได้คะแนนมากกว่าครึ่งหนึ่ง

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นายลัทธภพ แก้วโย
ข่าวด่วน โดยสำนักข่าวทีนิวส์