เพื่อนช่อ โดดป้อง ปมภาพมิบังควร โยนบาป”ล่าแม่มด” งงโยงโซเชียลเป็นเครื่องมือทหาร

เพื่อนช่อ โดดป้อง ปมภาพมิบังควร โยนบาป”ล่าแม่มด” งงโยงโซเชียลเป็นเครื่องมือทหาร

Publish 2019-06-11 11:47:29


จากกรณีที่โลกออนไลน์ ได้มีการแชร์ภาพในอดีตของ "ช่อ" พรรณิการ์ วานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคอนาคตใหม่ ตอนรับปริญญา รัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (International Relations) เมื่อปี 2553 และเพื่อนร่วม6คน โดยได้ทำทำท่าลบหลู่ขำขัน ถือเป็นกิริยาที่มิบังควร พร้อมใส่แคปชันว่า "ภาพนี้ไม่ควรมีคำบรรยาย =__="

 

 

 

 

ในเวลาต่อมา ข่อพรรณิการ์ ได้ออกมาเคลื่อนไหว กล่าวโทษ "เพจเฟซบุ๊กที่ทำงานปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารทางจิตวิทยา (หรือที่เรียกกันว่า เพจ IO) ให้แก่ คสช. กับสื่อมวลชนจำนวนหนึ่ง นำภาพที่ช่อถ่ายเล่นๆ กับเพื่อนในช่วงรับปริญญาที่จุฬาเมื่อปี 2553 มาโจมตีช่ออย่างรุนแรงโดยพยายามเชื่อมโยงกับเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์" 

 

พร้อมทั้ง เปิดเผย ที่มาของภาพมิบังควรดังกล่าวในทำนองเป็นการล้อเลียนการเมืองในช่วงการรัฐประหาร 2549   ว่าผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหาร จะถูกกล่าวว่าไม่จงรักภักดี โดยช่อ พรรณิการ์ยังได้กล่าวยอมรับว่าภาพดังกล่าวนั้นดูไม่เหมาะสม และขออภัยอย่างสูงต่อประชาชนที่เห็นภาพนี้แล้วเกิดความไม่สบายใจ    

 

อ่านเพิ่มเติม : ฟังไม่ขึ้น?..เหตุผลภาพมิบังควร "ช่อ พรรณิการ์" ล้อเลียนการเมือง ใช้ภาพพระบรมฉายลักษณ์ ไม่มีใครทำกัน!

 

ขณะที่ในเวลาต่อมา โลกออนไลน์ได้ทำการขุดคุ้ยพฤติกรรมและทัศนคติพฤติกรรมที่หลายคนแคลงใจ ของ ช่อ พรรณิการ์ ที่ผ่านมาในอดีตต่างอีกเป็นจำนวนมาก หลังจากถูกชาวเน็ตเข้าไปวิพากษ์วิจารณ์หนักนั้นได้ตั้งค่าความเป็นส่วนตัวเรียบร้อยแล้ว จำกัดการเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ บุคคลที่ไม่ได้เป็นเพื่อนไม่สามารถเข้าถึงอัลบั้มรูปภาพและคอมเมนต์ได้

 

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องช่อต้องเคารพความคิดตัวเอง ถ้ากล้าคิดต้องกล้าเปิดเผย อย่าเป็นอีแอบ???

 



ล่าสุดเพื่อนของ ช่อ พรรณิการ์ ที่ใช้ชื่อเฟสบุ๊คว่า "May Fonghame"  หนึ่งในหกบุคคลที่ปรากฎภาพมิบังควร  โดยได้โพสต์ข้อความระบุว่า...  หลายคนอาจจะงงว่า มีโปรไฟล์เฟรมอะไรแปะที่รูป?

 

พวกเราทำเฟรมนี้ขึ้นมาเพื่อให้กำลังใจช่อ พรรณิการ์ สส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคอนาคตใหม่ รวมถึงเพื่อนคนอื่นๆ ที่เผชิญกับสถานการณ์การถูกล่าแม่มด

 

การถูกล่าแม่มดที่เคยคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว เคยแต่ได้ยินว่าคนนั้นคนนี้ถูกยัดข้อหา เป็นการฟังแบบที่คิดในใจว่า

"มันง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ"

 

เราได้แต่เอาใจช่วยคนอื่นและครอบครัวของผู้เสียหายที่ไม่สามารถทำอะไรได้เลยแม้แต่น้อย หวังให้พวกเค้ารอดพ้นเกมการเมืองเก่าอันสกปรก หวังว่าประเทศจะไม่เป็นแบบนี้ไปอีกนาน เรื่องพวกนี้กลับเป็นเรื่องใกล้ตัวแบบกระชั้นชิด เรียกว่าแบบ งงๆ ด้วยซ้ำ

 

 

การถูกล่าแม่มด คืออะไร?

ถ้าจากประสบการณ์ที่ได้สัมผัสเมื่อช่วงไม่กี่วันมานี้ ได้เจออะไรที่ไม่คาดคิดว่าชีวิตนี้ต้องเจอ เริ่มตั้งแต่...มีแมสเสจขู่ทำร้าย ขู่ฆ่า สาปแช่งพ่อแม่บรรพบุรุษคนรอบข้าง แมสเสจหลอกล่อให้คุยหรือตอบกลับ เพื่อที่จะใช้ไปเป็นหลักฐานบิดเบือนคำพูดและความจริงเพื่อใช้แจ้งข้อหา (วิธีเดิมที่เคยใช้กับคนอื่นๆ หลายคนอาจจะไ่ม่ทราบ) คำหยาบคายที่สุดที่ไม่เคยคิดว่าจะได้รับในชีวิต แต่กลับอ่านเจอตามรูปส่วนตัวของตัวเองแบบงงๆว่า "นี่ใครเนี่ย?" แต่ก็ก้มหน้าทำงานงกๆต่อไป โดยความสงสัยว่าที่นั่นกำลังเกิดอะไรขึ้น

 

ถ้าเราจะบอกว่า เราไม่โกรธ เชื่อมั๊ย?

เราไม่ใช่ผู้ถือศีลดีงามอะไร แต่มันเป็นความไม่โกรธบนพื้นฐานของการเติบโตมากับการเข้าใจและเคารพในความเชื่อความเห็นต่างของคนอื่น (ในทางการเมืองอ่ะนะ อย่าแปลงสารเราเป็นอื่น)

 

ความเข้าใจที่ว่า...

เราเปลี่ยนความเข้าใจผิดหรือการตัดสินของใครคนอื่นไม่ได้ 
เปลี่ยนการตีความส่วนบุคคลหรือเฉพาะกลุ่มไม่ได้ 
เปลี่ยนความโกรธเคืองที่สามารถทำลายชีวิตคนอื่นไม่ได้ 
เปลี่ยนคำพูดที่ว่า "ถ้ากฎหมายอนุญาตให้ฆ่าคนได้ จะฆ่ามันให้หมด" ให้หายไปจากความคิดของใครหลายคนไม่ได้



แต่เราเปลี่ยนความจริงที่ร้ายๆพวกนี้ให้เป็นความเข้าใจส่วนตัวได้

เราว่า นี่คือสิ่งที่หลายคนที่เรียกร้องประชาธิปไตยที่สร้างสรรค์และก้าวหน้าจริงๆอยากจะเห็น

ในช่วงชีวิต 30 กว่าปีที่โตมา ยุุคนี้คือยุคที่เราเข้าใจการเมืองไทยดีมากที่สุด ตอนเรียนรัฐศาสตร์ยังไม่เข้าใจขนาดนี้เลย มันคือช่วงที่เราไม่ได้อยู่ที่เมืองไทยอีกต่อไป ได้มองกลับเข้ามาในฐานะคนนอก

 

ได้ดูประเทศบ้านเกิดตัวเองอย่างห่างๆ จนบางครั้งก็ลืมไปด้วยซ้ำว่า ตอนนี้เป็นยังไงแล้ว 
ได้ถอดความสนใจเฉพาะออกจากทุกกลุ่มการเคลื่อนไหวทางการเมือง รัฐบาล และพรรคการเมืองทุกพรรค มาอยู่ในจุดที่มองทุกฝ่ายสะเปะสะปะไปมา 
ได้มีโอกาสเห็นการเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยของหลายประเทศ รวมถึงประเทศกำลังเติบโตอย่างช้าๆหลังการปฏิวัตินองเลือดถึง 2 ครั้งอย่างประเทศคีร์กีซสถาน 
เห็นความกระตือรือร้นทางการเมืองการปกครองของคนคีร์กีซรุ่นใหม่ 
เห็นการร่วมมือกันของฝ่ายประชาธิปไตยสายใหม่กับฝ่ายหัวเก่าที่มาจากสมัยคอมมิวนิสต์ที่ทุกฝ่ายล้วนหลีกเลี่ยงความขัดแย้งที่จะทำให้ประชาชนแม้แต่คนเดียวต้องเสียเลือดเสียชีวิตอีกครั้ง

มันทำให้เราย้อนกลับมามองประเทศตัวเองมากขึ้นนะ

 

ถ้าถามว่าคิดอะไรอยู่ ณ ตอนนี้

กำลังคิดว่าพวกเรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร... 
จุดที่คนคิดฆ่าคนอื่นได้อย่างเปิดเผยและก็ได้เสียงเฮเสียงสนับสนุนจากคนอื่นๆอีกหลายคน...
จุดที่การข่มขู่ทำร้ายหรือขู่ฆ่าเป็นเครื่องมือที่ผู้ปกครองประเทศยินยอมให้เกิดขึ้นต่อไปและต่อไปเพื่อกำจัดประชาชนและ/หรือแม้แต่คู่แข่งทางการเมืองเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา...
จุดที่ความผิดหวังกับประเทศที่พวกเราอยากเห็นแสงสว่างประชาธิปไตยกลับเป็นเหมือนหนังฉายซ้ำที่ มันเป็นความผิดหวังซ้อนทับความผิดหวังอีกเป็นทบๆไป...
จุดที่ทุกคนสามารถตกอยู่ในสถานะการเป็นผู้ถูกล่าไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนบนโลกนี้...
จุดที่หลายคนหวาดกลัวกับทุกสิ่งรอบตัวและบนโลกโซเชียลที่สามารถกลายเป็นเหตุผลหรือเครื่องมืออันโอชะให้กับทหาร นักการเมืองและคนที่ส่งเสริมนักการเมืองหรือพรรคการเมืองคนละฝ่าย...
จุดที่การไม่เห็นด้วยกับการมีทหารปกครองประเทศเป็นเรื่องที่หลายคนหลีกเลี่ยงจะพูดถึง... 
จุดที่กระบอกปืนกำลังจ่ออยู่ตรงหน้าและเราต่างบอกกันและกันให้ทำใจ

 

ในฐานะคนไกลบ้าน ขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วง และส่งสารความเป็นห่วงมาให้แบบไม่ทันตั้งตัว กว่าจะเช็คข้อความ กว่าจะมีเวลาส่งสารความเห็นส่วนทางเราขอเป็นกำลังใจกลับให้ทุกคน

เราไม่อยากเห็นคำว่า RIP Thailand แต่เรายังอยากให้ทุกคนทำลายความผิดหวังลงไปเรื่อยๆ และเปลี่ยนให้มันเป็นพลังเพื่อรักษาและเรียกร้องสิทธิ เสียง อำนาจการตรวจสอบที่ชอบธรรมของประชาชนอย่างพวกเราต่อไป

 

ขออย่าลืมว่าเรามาถึงจุดนี้ได้ อาจเพราะเราต่างก็เคยคิดเหมือนกันว่า การเมืองเป็นเรื่องไกลตัว จนปล่อยให้อำนาจ สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของประชาชนอย่างพวกเรา ถูกลิดรอนไปด้วยรถถังและกระบอกปืน โดยที่พวกเราหลายคนอาจจะไม่ได้คาดคิดว่า นั่นไม่ใช่ตอนจบของมหากาพย์หนังเรื่องเก่า หากแต่เป็นจุดเริ่มต้นของการฉายซ้ำของความวิปโยคทางการเมือง

 

ไม่ต้องส่งกำลังใจให้เรา กว่าจะส่งมาถึงอาจจะหล่นอยู่แถวเทือกเขาเทียนชาน

ขอให้ช่วยส่งทั้งกำลังใจและความเข้าใจไปให้กับ พรรคอนาคตใหม่ ช่อ และเพื่อนคนอื่นๆ เหมือนที่พวกเราทำอยู่ตลอดนี้

 

และมาร่วมกันใช้ frame ที่ชื่อว่า "I'M WITH FWP" 
ไม่ใช้ไม่ว่ากันนะจ๊ะ เป็นตัวเลือกส่วนตัว ทุกเสียงที่แตกต่าง คือสัญญาณความเบ่งบานของประชาธิปไตย

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

วิลาสินี แววคุ้ม
ข่าวด่วน โดยสำนักข่าวทีนิวส์