บิ๊กตู่ลั่นจากญี่ปุ่น ผมเป็นนายกฯไม่สนรมต.โควตาใคร ไม่ดีก็เปลี่ยน

บิ๊กตู่ลั่นจากญี่ปุ่น ผมเป็นนายกฯไม่สนรมต.โควตาใคร ไม่ดีก็เปลี่ยน

Publish 2019-06-29 10:07:16


จากกรณีมีความเคลื่อนไหวภายในพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายอนุชา นาคาศัย ส.ส.ชัยนาท และแกนนำกลุ่มสามิตร จะหลุดจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ทำให้มีความเคลื่อนไหวของกลุ่มสามมิตร ตั้งแต่ช่วงเย็นของเมื่อวันที่ 27 มิ.ย. ต่อมานายอนุชา ได้ออกมาเปิดเผยว่า ตนยังไม่เชื่อว่าทั้งหมดนั้นเป็นความจริงตามข่าวที่เกิดขึ้น เพราะที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้รับปากกับ นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ



 

 

“โผ ครม.ที่ตกลงกันในส่วนของโควต้าพรรคพลังประชารัฐ ที่ตนได้รมช.คลัง นายสุริยะ เป็น รมว.พลังงาน และบุคคลในพรรคพลังประชารัฐที่จัดโควต้าไว้ให้เป็นไปตามนั้น ขออย่าเปลี่ยนแปลงอีก ผมคิดว่าท่านนายกฯเป็นชายชาติทหารและเป็นคนรักษาคำพูด จะไม่ผิดคำพูดแน่นอน และยึดเอามาตรฐานเมื่อวันที่ 11 มิ.ย.เป็นหลัก เพราะทุกคนที่ได้รับแจ้งในวันนั้นก็ยังมั่นใจในคำพูดของนายกฯเช่นกัน” นายอนุชากล่าว

 

 

 



 

ล่าสุดวันนี้(29มิ.ย.) พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งอยู่ระหว่างไปประชุมผู้นำกลุ่มประเทศจี20 ที่ประเทศญี่ปุ่นได้กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ว่า อยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ที่จะมาเป็นรัฐมนตรี ทุกอย่างเป็นไปตามแบบที่ทุกรัฐบาลได้ดำเนินการมา ในเรื่องของกรอบการตรวจสอบ เพื่อให้มีการตรวจสอบได้ หลังจากตรวจสอบคุณสมบัติรายชื่อก็จะนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ และรอให้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ และหลังจากนั้นจะอยู่ในช่วง 15 วัน ที่จะต้องมีการแถลงนโยบาย  

 

ทั้งนี้ การเป็นรัฐมนตรีไม่อยากให้มองว่ากระทรวงใหญ่ หรือ กระทรวงเล็ก กระทรวงเอ กระทรวงบี  เพราะว่าไม่ใช่บริษัท  ทุกกระทรวงมีความสำคัญเท่ากันหมด  เพราะถูกเลือกมาด้วยปวงชนชาวไทย ไม่ใช่ประชาชนชาวไทย ดังนั้นการเป็นรัฐมนตรี อยากให้ดูความเหมาะสม ถึงแม้ว่าจะเป็นโควต้าของแต่ละพรรคการเมือง แต่ถ้าทำไม่ดีก็สามารถปรับเปลี่ยนได้ ไม่ต้องกังวล แต่วันนี้อย่างให้ทุกอย่างเดินหน้าแล้ว การปฏิรูปการเมืองนายกรัฐมนตรีปฏิรูปคนเดียวไม่ได้  นักการเมืองทุกคน ทุกพรรค ต้องมุ่งหวังที่จะทำหน้าที่ให้กับประชาชนอย่างแท้จริง  เพราะคณะรัฐมนตรี เป็นของคนทั้งประเทศ ไม่ใช่ของจังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง แต่ทั้งหมดต้องสามารถตอบความต้องการของประชาชนได้ และต้องเป็นรัฐบาลของคนทั้งประเทศให้ได้ 

 

 

“จึงขอให้หยุดการเคลื่อนไหว โดยเฉพาะทางโซเชียล เพราะตนเองที่มีหน้าที่รับผิดชอบได้ตัดสินใจแล้วไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆรายชื่อที่เสนอมาเป็นรัฐมนตรีส่วนตัวรู้จักทุกคน จึงขออย่าให้เกิดความวุ่นวายมาก ขณะนี้ในต่างประเทศให้การยอมรับว่าไทยมีรัฐบาลแล้ว ถ้าหากต่อไปไม่ดีสามารถแก้ไขได้ โดย ยืนยันได้ทำความเข้าใจกับทุกคนแล้ว และทุกคนเข้าใจกันดีไม่มีปัญหา เพราะต่างคนต่างให้เกียรติซึ่งกันและกัน ไม่ว่าจะใครก็ตาม ต้องเข้าใจผมเพราะผมเป็นนายกรัฐมนตรี” 

 

นอกจากนี้นายกรัฐมนตรี ยังขอให้พรรคร่วมรัฐบาลอยู่ร่วมกันไปก่อน เพราะมาถึงขนาดนี้แล้ว จะถอยกลับไม่ได้ ทุกเรื่องแม้กระทั่งการประชุมในสภา ที่เห็นแล้วรู้สึกไม่สบายใจ เพราะไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากเดิม ขออย่าจ้องแต่จะล้มรัฐบาล หากเรื่องไหนทำให้เกิดความยั่งยืนของประเทศก็ควรจะยกมือพร้อมกันทั้งสภา ทั่งนี้ พรรคร่วมรัฐบาลอยู่ในระหว่างการรวบรวมนโยบายโดยให้เกียรติด้วยการจะนำนโยบายของฝ่ายค้านที่ตรงกับของรัฐบาลมารวมกัน เพราะเป็นความต้องการของคนทั้งประเทศ

 

 

 

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

กองบรรณาธิการข่าวการเมือง
ข่าวล่าสุด โดยสำนักข่าวทีนิวส์