ภาพชัดมาก  คำแถลงสหภาพยุโรป  เชื่อมั่นไทยหลังเลือกตั้ง  อีกหนึ่งเคสเมินคำชี้ชวน #ชังชาติ  ธนาธร อย่างสิ้นเชิง?

ภาพชัดมาก คำแถลงสหภาพยุโรป เชื่อมั่นไทยหลังเลือกตั้ง อีกหนึ่งเคสเมินคำชี้ชวน #ชังชาติ ธนาธร อย่างสิ้นเชิง?

Publish 2019-10-16 10:11:42


@หนึ่งเรื่องใหญ่ที่ควรได้มีการขยายความ สำหรับท่าทีล่าสุดของสหภาพยุโรป   เพราะเป็นปฏิกริยาทางการต่างประเทศ  ภายหลังโฆษกสถานทูตจีนประจำประเทศไทย  ออกมาแถลงเตือนนักการเมืองไทยบางคน  ให้ระมัดระวังพฤติกรรมการแสดงออกถึงการสนับสนุนแนวคิดแบ่งแยกฮ่องกงออกจากประเทศจีน  ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ผิดอย่างร้ายแรงและไร้ความรับผิดชอบ เพราะอาจกระทบต่อมิตรภาพไทย-จีน  



ทั้งนี้สาระใจความสำคัญที่สหภาพยุโรปนำเสนอ ระบุว่า  "คณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรปได้รับทราบรายงานจากผู้แทนระดับสูงเกี่ยวกับพัฒนาการทางการเมืองภายในประเทศไทย  หลังจากมีการเลือกตั้งขึ้นในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

 

 

ภายใต้บริบทนี้ และเมื่อพิจารณาถึงมติเดิมที่คณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรปได้ให้ความเห็นชอบไว้ในวันที่ 11 ธันวาคม  2560 

 

 

คณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรปจึงพิจารณาว่า ขณะนี้เป็นเวลาที่เหมาะสมแล้วสำหรับสหภาพยุโรปที่จะกระชับความสัมพันธ์กับประเทศไทยให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น    ทั้งนี้รวมถึงความสัมพันธ์ในประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน  เสรีภาพขั้นพื้นฐาน และประชาธิปไตยแบบพหุนิยม   โดยการเตรียมพร้อมสำหรับการลงนามกรอบความตกลงว่า    ด้วยการเป็นหุ้นส่วนและความร่วมมือกับประเทศไทยให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้   นอกจากนี้คณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรปยังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญในการเดินหน้ารื้อฟื้น  การเจรจาความตกลงการค้าเสรีระหว่างสหภาพยุโรปและประเทศไทยอีกด้วย"

 


ถือเป็นการต่อยอดความสัมพันธ์ระหว่างสหภาพยุโรปกับไทย หลังจากเมื่อวันที่ 11  ธันวาคม  2560   สหภาพยุโรปได้แสดงความชื่นชมต่อความคืบหน้า  สู่การจัดการเลือกตั้งทั่วไปในต้นปี 2562 และได้ย้ำถึงความสำคัญของการจัดการเลือกตั้งอย่างน่าเชื่อถือ  โปร่งใส  และมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน เพื่อกลับคืนสู่ระบอบประชาธิปไตย

 

 

 และเน้นความสำคัญในการยกเลิกข้อจำกัดของพรรคการเมืองและเสรีภาพ  ในการแสดงความคิดเห็นและการชุมนุมอย่างเร่งด่วน สหภาพยุโรปพร้อมสนับสนุนไทยในด้านดังกล่าว โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องว่าการประชุมดังกล่าว   เป็นก้าวสำคัญของการเสริมสร้างความร่วมมือที่ใกล้ชิดระหว่างไทยกับสหภาพยุโรปต่อไป



@ย้ำให้ชัดเจนก็คือสหภาพยุโรปมีแนวทางที่ชัดเจน   ต่อการเป็นพันธมิตรที่ดีกับประเทศไทย     ตั้งแต่ก่อนมีการเลือกตั้งแล้ว    และยิ่งมั่นใจประเทศไทยมากขึ้นหลังการเลือกตั้ง  มีรัฐบาลเกิดขึ้นตามรัฐธรรนูญ  2560   เพียงแต่ที่ผ่านมามีนักการเมืองบางคน  บางฝ่าย   พยายามทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศถูกบิดเบือนไปในทางลบ  

 


ยกตัวอย่างชัดเจนและถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ก็คือเคสของ ธนาธร  จึงรุ่งเรืองกิจ  ด้วยเหตุสืบเนื่องจากการเผยแพร่เอกสารการว่าจ้าง   ระหว่างนายธนาธร กับ  บริษัท แอพโก เวิลด์ไวด์ (APCO Worldwide LLC)  ซึ่งมีสถานะเป็นบริษัทล็อบบี้ยิสต์ สัญชาติอเมริกัน  และมีพันธะสัญญาผูกพัน  ในช่วงระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม  ถึง 31 ธันวาคม  2562 

 

 

พร้อมรายละเอียดกำหนดว่า แอพโกฯมีการคิดค่าบริการ  1 หมื่นเหรียญสหรัฐ ต่อเดือน  เบ็ดเสร็จช่วงระยะเวลา  รวม 6 เดือน  มีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 6 หมื่นเหรียญสหรัฐ  หรือ ประมาณ    1,837,000 บาท   สำคัญเลยในเอกสารมีลายมือการลงนามร่วมกันระหว่างนายอีวาน เคราส์ (Evan Kraus) ประธานและกรรมการผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ กับ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ  อย่างเป็นกิจลักษณะ

 


ประเด็นน่าสนใจก็คือ  สัญญาที่ทำกับล็อบบี้ยิสต์ต่างชาติรายนี้   มีเป้าหมายเรื่องการเคลื่อนไหวทางการเมืองของนายธนาธร ในฐานะหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่  อย่างชัดเจน  และกำหนดช่วงระยะเวลาดำเนินการ  ล้วนเกิดขึ้นภายหลังจากกกต.ประกาศผลการเลือกตั้ง ส.ส. 2562   หรือ   ในวันที่ 7 พฤษภาคม   2562    ซึ่งคาบเกี่ยวกับการช่วงจังหวะการจัดตั้งรัฐบาลไม่นานนัก   ก่อนที่พรรคอนาคตใหม่กับอีก 6 พรรคการเมืองในเครือข่ายทักษิณ  จะอยู่ในสถานะของการเป็นพรรคร่วมฝ่ายค้าน  

 


@ส่วนรายละเอียดที่ปรากฎและตรวจสอบได้จากการที่มีชื่อธนาธร  ในสัญญาว่าจ้างล็อบบี้ยิสต์ให้ทำหน้าที่ประสานงานการเข้าพบกับบุคคลต่าง ๆ   "สนข.ทีนิวส์" เคยนำเสนอไปก่อนหน้า มีรายละเอียดคร่าว ๆ ประกอบด้วย

 

 


กรณีเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม  2562    ธนาธร    โพสต์รูปแสดงเหตุการณ์เดินทางไปให้สัมภาษณ์กับ  นางแอนเดรีย มิตเชลล์  ผู้ดำเนินรายการของสถานีโทรทัศน์ NBC ส่วนหัวข้อที่มีการให้ข้อมูลกับสื่อต่างประเทศ คือ  การวิพากษ์วิจารณ์การเมืองไทย  ทำนองว่าจมปรักอยู่กับเหตุการณ์รัฐประหาร   ที่เป็นเหตุผลทำให้พรรคอนาคตใหม่ต้องเดินหน้าหยุดยั้งวงจรดังกล่าว    

 


รวมถึงยังอ้างถึงสิทธิเสรีภาพ ตามระบอบประชาธิปไตยของประเทศไทย  ที่ตัวเขาและพรรคอนาคตใหม่ต้องถูกข้อกล่าวหาแล้วถึง  25  กรณี   แยกเป็นข้อกล่าวหาเฉพาะตัวบุคคล 3 คดี ที่นายธนาธรอ้างกับสื่อต่างประเทศ ด้วยว่า  เป็นเรื่องที่มีการคาดหมายมาก่อนล่วงหน้า จึงไม่เคยหวั่นเกรงที่จะต่อสู้เพื่อให้ได้ประชาธิปไตย ซึ่งสูญเสียไปนานหลายสิบปี  และยังไม่รู้ว่าจะได้กลับคืนมาเมื่อใด  

 

 

ประเด็นสำคัญ คือ นายธนาธรอ้างกับสื่อต่างประเทศด้วยว่า    เป้าหมายที่เดินทางมาต่างประเทศก็เพื่อมาบอกว่าประเทศไทย  ยังไม่ใช่ประเทศประชาธิปไตย  และรัฐบาลที่เห็นในฐานะผู้บริหารบ้านเมือง ก็คือ รัฐบาลทหาร

 


พร้อมแสดงจุดยืนต้องการให้มิตรประเทศ   ยืนเคียงข้างและให้การสนับสนุนพรรคอนาคตใหม่  ช่วยให้ประเทศไทยกลับมาเป็นประเทศ   ที่ทรงพลังเรื่องประชาธิปไตยอีกครั้งในภูมิภาค  เพื่อที่จะได้ช่วยแก้ไขปัญหาในภูมิภาคและระดับโลกด้วย   ซึ่งส่วนตัวมั่นใจว่าประเทศอเมริกาที่สร้างขึ้นบนหลักการประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน จะช่วยเหลือในสิ่งเหล่านี้ได้

 


 
หรือกระทั่งการให้สัมภาษณ์กับ  VOA ภาคภาษาไทย   ธนาธรระบุถึงการเดินทางเยือนสหรัฐอเมริกา  ว่า   เป็นการเคลื่อนไหว เพื่อนำไปสู่การแสวงหาพันธมิตร  สนับสนุนให้ประเทศไทย  ได้สังคมที่มีนิติรัฐ   ซึ่งยังไม่สามารถหาได้จากผู้บริหารประเทศในชุดปัจจุบัน   ส่วนภารกิจของพรรคอนาคตใหม่  ก็คือ  การสร้างกระแสให้คนไทยลุกขึ้นมาต่อสู้กับระบอบเผด็จการเพื่อวิถีประชาธิปไตย   เพราะท้ายสุดคงไม่มีคนต่างชาติที่ไหน จะมาช่วยการเปลี่ยนแปลง และนำประเทศไทยกลับเป็นประชาธิปไตยได้

 


@ถึงตรงนี้ถ้าย้อนกลับไปดูข้อความที่ออกมาจากสหภาพยุโรป  คงไม่ต้องย้ำว่าสิ่งที่ ธนาธร  ลงเงิน  ลงมือ   ทำขึ้นเพื่อดิสเครดิตรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์  ได้ผลแค่ไหน อย่างไร  เพราะชัดเจนอยู่ในทุกบทถ้อยแถลง  ว่า  เป็นการเคลื่้อนไหวที่ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง ของ ธนาธร   และยิ่งทำให้คนไทยทั้งประเทศ เห็นภาพตัวตนของ ธนาธร  ได้อย่างละเอียดลึกซึ้งมากขึ้น   
   

 

ที่น่าพิจารณาสุด ๆ  ก็คือการพบว่า  เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม  2562    แฟนเพจเฟซบุ๊ก พรรคอนาคตใหม่ - Future Forward Party  ได้มีการโพสต์ภาพพร้อมข้อความ ภารกิจของ    ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่  ,   น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรค  และ  ดร.วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร ที่ปรึกษานโยบายเศรษฐกิจ    ในการเดินทางไปยังกรุงบรัสเซลส์  ประเทศเบลเยี่ยม  ได้ให้รายละเอียดถึงขนาดว่า  มีโอกาสพบปะกับนักการเมืองและข้าราชการของสหภาพยุโรป   ในการติดตามและแลกเปลี่ยนสถานการณ์เศรษฐกิจการเมืองโลก  ท่ามกลางภาวะสงครามการค้าระหว่างจีน–สหรัฐฯ รวมทั้งหารือเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองไทยหลังเลือกตั้ง 

 


สำคัญตรงนี้มีการให้ข้อมูลว่า   ธนาธร  และคณะ  ได้พบกับ นายอลิน สมิธ  สมาชิกรัฐสภายุโรป  และหนึ่งในคณะกรรมาธิการด้านการต่างประเทศของรัฐสภายุโรป    โดย ธนาธร ในฐานะหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่  ได้เล่าให้สมาชิกรัฐสภายุโรป ฟังถึงผลการเลือกตั้งในไทย  ว่ามีข้อมูลความผิดปกติเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้ง    ทำให้สมาชิกรัฐสภายุโรปตอบกลับว่า  จะนำเรื่องดังกล่าว  รวมถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชนมาพิจารณา ก่อนที่จะเดินหน้าเจรจาเขตการค้าเสรี หรือ FTA ระหว่างอียูกับไทย ซึ่งหยุดชะงักมาตั้งแต่หลังรัฐประหาร 2557

 


ปรากฎว่าหลังจากนั้นไม่กี่วัน  มีข้อเท็จจริงอีกด้านว่า   ในวันที่ 19 กรกฏาคม  2562  นายโดนัลด์ ทุสก์   ,  นายฌ็อง คล้อด ยุงเกอร์ ประธานสภายุโรปและประธานคณะกรรมาธิการยุโรป  กลับส่งสารถึง   พล.อ.  ประยุทธ์ จันทร์โอชา  ระบุข้อความว่า "ในนามของสหภาพยุโรป เราขอแสดงความยินดีแก่ท่าน  เนื่องในโอกาสที่ท่านได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรไทย และสามารถจัดตั้งรัฐบาลใหม่ได้เป็นผลสำเร็จ

 


ราชอาณาจักรไทยเป็นพันธมิตรที่สำคัญสำหรับสหภาพยุโรป   ไม่ว่าจะเป็นในระดับทวิภาคีในอาเซียน หรือ   ในเวทีระดับพหุภาคีต่างๆ    สหภาพยุโรปหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ทำงานกับท่าน   และรัฐบาลของท่านอย่างใกล้ชิด  ในอันที่จะเสริมสร้างสัมพันธไมตรีที่ดีระหว่างกันและกัน เพื่อประโยชน์แห่งประชาคมโลกซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานของกติกาและบรรทัดฐานร่วม รวมทั้งเพื่อส่งเสริมประชาธิปไตย ระบบการค้าที่เสรีและเป็นธรรม และสิทธิมนุษยชนให้รุ่งเรืองสืบไป เราขออวยพรให้ท่านประสบแต่ความสำเร็จ"

 

ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง กับข้อมูลล่าสุดในเพจเฟซบุ๊กของ  ธนาธร  จึงรุ่งเรืองกิจ  และพรรคอนาคตใหม่   นอกจากจะทำเป็นไม่รู้ว่าประชาคมโลก  รู้สึกอย่างไรกับรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์  ที่มาจากกระบวนการเลือกตั้งตามวิถีทางประชาธิปไตยแล้ว  ยังคงแพร่ข้อความแนวคิดส่วนหนึ่งของ ปิยบุตร  แสงกนกกุล  เลขาธิการรพรรคอนาคตใหม่    ซึ่งวนเวียนกับการปลุกระดมสร้างความเกลียดชังให้กับคนในชาติ  โดยเฉพาะการเลือกวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลปัจจุบัน ว่าเป็นเผด็จการที่ใช้การเลือกตั้งเป็นเครื่องมือสืบทอดอำนาจ  เพื่อไปอวดอ้างชาวโลกว่าประเทศไทยกลับสู่ระบอบประชาธิปไตยแล้ว

 


@ย้ำชัด ๆ เลยว่ากรณีที่สหภาพยุโรปออกมาแสดงจุดยืนทางการเมืองต่อประเทศไทย  สวนทางกับสิ่งที่ธนาธรกับคณะไปประโคมข่าวให้เกิดความเสียหายนั้น  คือ บทพิสูจน์สำคัญเลยว่า คำพูดของ ธนาธร  และพรรคอนาคตใหม่  กับเวทีประชาคมโลก ไม่มีผลใด ๆ ทางการเมืองอีกแล้ว   

 

 

ขณะที่ต้องย้อนกลับมาดู  คนไทยด้วยกันเองจะยังยอมให้คนพวกนี้   หลอกลวง  สร้างความเกลียดชังประเทศตัวเองต่อไป หรือไม่  เพราะข้อเท็จจริงที่ปรากฏจากสหภาพยุโรป ถือ เป็นประเด็นสำคัญที่ควรได้รับการพิจารณายิ่ง  ว่า แท้จริงแล้วต่างชาติมองไทยแบบไหน  

 


  
ขณะที่พันธะสัญญาระหว่างไทยกับสหภาพยุโรป  ถือเป็นประตูการค้าอีกหนึ่งบานใหญ่   ที่จะกลับมาขยายตัวเพิ่มขึ้นอีกครั้ง    นอกเหนือจาก สหรัฐ  และจีน   ที่ยังคงเป็นคู่ค้าสำคัญสูงสุดของไทยในรอบปี 2562 ....โดยไม่สนใจคำชี้ชวนให้คว่ำบาตร รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ มาโดตลอด จากคณะบุคคลที่ถูกเรียกว่า "พวกชังชาติ" !!!  

 

 

 

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน