ไพบูลย์นำทีม 52 ส.ส. ยื่นปลด เสรีพิศุทธ์ พ้นกมธ.ปปช. หลังเหิมหนัก ลุแก่อำนาจดันทุรัง

Publish 2020-01-16 12:14:20


ถือเป็นประเด็นร้อนข้ามปี กับแนวทางการทำงานการเมืองของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์  เตมียเวส  หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย  ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร  ในความพยายามทุกวิถีทาง กดดันให้ พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี  และ รมว.กลาโหม  แสดงความรับผิดชอบเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณฯก่อนเข้ารับตำแหน่ง  

 


(คลิกอ่านข่าวประกอบ  :  อ.ชูชาติ แนะเสรีพิศุทธ์  อ่านข้อกม.ให้ดีก่อน เห็นประกาศกร้าวจะเช็คบิล 7 กกต.


ไพบูลย์นำทีม 52 ส.ส. ยื่นปลด เสรีพิศุทธ์ พ้นกมธ.ปปช. หลังเหิมหนัก ลุแก่อำนาจดันทุรัง

ล่าสุด   นายไพบูลย์   นิติตะวัน  ส.ส.บัญชีรายชื่อ  พรรคพลังประชารัฐ   นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ  และ  นายสุทา  ประทีป ณ ถลาง ส.ส.ภูเก็ต พรรคพลังประชารัฐ  ได้ร่วมกันแถลงเพื่อยื่นญัตติด่วนเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา   พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์  เตมียเวส  ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย  พ้นจากตำแหน่ง   พร้อมรายชื่อ  ส.ส.รับรองในญัตตินี้ จำนวน 52  คนตามข้อบังคับการประชุมสภาฯ พ.ศ.2562 ข้อ 108 (5)

 


 

ทั้งนี้  นายไพบูลย์   ระบุถึงเหตุผลที่ต้องมีการยื่นญัตติดังกล่าว   เนื่องจากการประชุมคณะกรรมาธิการฯเมื่อวันที่ 15 ม.ค.    ได้มีการพิจารณาเรื่องการถวายสัตย์ปฎิญาณของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม  ต่อมาคณะกรรมาธิการฯเสียงข้างมากจำนวน 8 คนจากทั้งหมด 15 คน ได้มีมติโดยการขานชื่อ  เพื่อยืนยันว่าต้องการให้ยุติการตรวจสอบในเรื่องนี้  เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องของพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ ไม่ได้อยู่ในอำนาจของคณะกรรมาธิการฯที่จะตรวจสอบได้ 

แต่เมื่อคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากได้มีมติแล้ว  ปรากฎว่าพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กลับละเลยมติเสียงข้างมาก   โดยไปอ้างข้อบังคับการประชุมสภาฯไม่ถูกต้อง  พร้อมกับอ้างอำนาจความเป็นประธานคณะกรรมาธิการฯเพื่อไม่ให้ถือเอาตามมติเสียงข้างมาก จึงเป็นผลให้กรรมาธิการเสียงข้างมากจ ะต้องดำเนินการกับพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ในสภาฯด้วยการเสนอญัตติฉบับนี้  
 

 

ไพบูลย์นำทีม 52 ส.ส. ยื่นปลด เสรีพิศุทธ์ พ้นกมธ.ปปช. หลังเหิมหนัก ลุแก่อำนาจดันทุรัง


"พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้อาศัยสถานะความเป็นประธานคณะกรรมาธิการฯทำการตรวจสอบการถวายสัตย์ของนายกฯและคณะรัฐมนตรี ทั้งที่เรื่องดังกล่าวอยู่ในเขตพระราชอำนาจ  การกระทำของพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ จึงเป็นการกระทำที่มิบังควรอย่างยิ่ง ขัดต่อรัฐธรรมนูญ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์จึงไม่สมควรที่จะปฎิบัตหน้าที่ประธานและกรรมาธิการต่อไป เพราะปฎิบัติหน้าที่โดยไม่มีอำนาจตรวจสอบดังที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำสั่งไม่รับเรื่องดังกล่าวไว้วินิจฉัยตามคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญที่ 32/2562 จึงขอเสนอญัตติด่วนเพื่อให้สภาฯพิจารณาดำเนินการและมีมติให้พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ พ้นจากการเป็นกรรมาธิการฯต่อไป ผมเป็นนักฎหมายผ่านเรื่องต่างๆมากมาย ถ้าท่านยังไม่หยุด จะเป็นเรื่องที่ใหญ่อย่างคาดไม่ถึง" นายไพบูลย์ กล่าว 

 

 

 


ขณะที่  นายสิระ กล่าวว่า ส่วนตัวอยู่ในเหตุการณ์ระหว่างการประชุมเมื่อวันที่ 15 ม.ค. ซึ่งยืนยันได้ว่าพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กระทำการฝ่าฝืนข้อบังคับการประชุมสภาฯชัดเจน หากพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยังอยู่ในตำแหน่งต่อไป ตนเองจะดำเนินการฟ้องร้องเป็นคดีอีกหลายคดี สำหรับการที่พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์จะยื่นฟ้องส.ส.ที่ลงมติเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ.2563นั้น เห็นว่าเมื่อพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์มองว่าการพิจารณาร่างกฎหมายงบประมาณมิชอบด้วยกฎหมายแล้ว พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ก็ไม่ควรรับเงินเดือนแต่อย่างใด

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน