ซันนี่ ถูกขุดโพสต์ในอดีตวิจารณ์การเมือง ก่อนตอกกลับแรง

ซันนี่ ถูกขุดโพสต์ในอดีตวิจารณ์การเมือง ก่อนตอกกลับแรง

Publish 2020-02-28 12:45:11


จู่ๆ ก็งานเข้าเฉยเลยสำหรับ ดาราหนุ่ม "ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์" หลังโดนดราม่าชาวเน็ตตามถล่มเป็นสลิ่มเหรอ หลังให้สัมภาษณ์ปมคนขุดข้อความวิจารณ์การเมืองในอดีต 



โดย เรื่องดังกล่าวจุดกระแสร้อนแรงในโลกออนไลน์ โดยเฉพาะทวิตเตอร์ทันที โดยแฮชแท็ก #ซันนี่เป็นสลิ่มหรอ พุ่งขึ้นเทรนด์อันดับ 1 ของประเทศไทย โดยชาวเน็ตหลายคนออกมาแสดงความผิดหวัง ที่ดาราหนุ่มให้สัมภาษณ์ในลักษณะไม่เคารพความเห็นต่างของคนรุ่นใหม่ และดูถูกว่าการออกมาเคลื่อนไหวของนิสิตนักศึกษา เป็นเพียงการถูกยุยงเท่านั้น

นอกจากนี้ ยังมีการไปขุดคุ้ยโพสต์เก่าของเจ้าตัว ที่เคยออกมาโพสต์เรื่องการเมืองอยู่บ่อยครั้ง อาทิ โพสต์เมื่อวันที่ 2 ก.พ. 2557 ที่มีการเลือกตั้งทั่วไป ดาราหนุ่มได้โพสต์ภาพใน IG ส่วนตัว เป็นข้อความว่า"ไม่ไปจ้ะ เสียเวลา ยืนตดใส่พัดลมมีประโยชน์กว่า"

โดยล่าสุดนั้น เว็บไซต์ sanook.com ได้เผยคำสัมภาษณ์ของหนุ่มซันนี่ โดยระบุว่า "มันเรื่องของเขาเลยครับ มันเป็นเรื่องของคนที่ขุด คือคนเรามันเข้าใจความคิดและวิธีคิดไม่เหมือนกัน เขาจะพูดอะไรบอกอะไรก็ได้ หรือเขาจะเข้าใจเราผิดหรือถูกแค่ไหนก็ได้ แต่ถ้าเรารู้สึกมั่นใจว่าเราไม่ได้ทำอะไรผิดและเราตั้งใจที่จะเป็นคนดีแล้ว เราจะแคร์ทำไมว่าคนอื่นจะมองเราดีหรือไม่ดีอันนี้สำหรับผมนะ เพราะเรื่องที่คนมาทะเลาะกันหรือมีปัญหากันมันไม่มีใครคิดว่าตัวเองผิดหรอก ทุกคนก็ต้องคิดว่าตัวเองถูกและทำในสิ่งที่ถูกต้องอยู่ ฉะนั้นมันเถียงกันไม่ลงตัวหรอกครับ ทุกคนล้วนแล้วแต่มีเหตุผลของตัวเอง"

สิ่งที่เกิดขึ้นมันทำให้เราต้องระวังเรื่องการแสดงความเห็นมากขึ้นไปด้วยไหม ?

"ไม่รู้จะระวังตัวหรือเปล่า ก็ไม่รู้จะพูดอะไร"

ก็คือเราคิดว่าเป็นเรื่องมุมมองของแต่ละคน แล้วแต่คนอื่นจะมองยังไง ?

"ใช่ครับ ก็คือถ้าหากเราตั้งใจจะเป็นคนดี และเราไม่ได้ทำอะไรไม่ดีกับสังคม ดังนั้นเราจะแคร์ทำไมว่าคนอื่นจะเห็นเราดีหรือไม่ดี เข้าใจผมใช่ไหมครับ อันนี้สำหรับผมนะ"

ก็ถือว่าเราเป็นประชาชนคนหนึ่งที่รู้สึกอะไรก็สามารถโพสต์ได้ ?

"ไม่รู้ว่าโพสต์ได้หรือโพสต์ไม่ได้นะครับ แต่มันก็แค่คงไม่เข้าหูของคนคนนั้นก็เท่านั้นเอง คือ...ถ้าจะมีปัญหา ผมรู้สึกว่าคนที่ปลุกปั่นให้คนทะเลาะอันนี้น่าจะต้องโทษเขามากกว่าอีก โทษกว่าคนที่บอกว่าผมเข้าใจคุณผมไม่ทะเลาะกับคนเพราะเรื่องนี้ คนที่ทำให้คนทะเลาะกันมันน่าโมโหกว่าอีก สำหรับผมนะ"

เราก็สามารถแสดงความเห็นได้ ?

"ก็มันคือประชาธิปไตยใช่ไหมครับ ถ้าผมทำอย่างนี้ไม่ได้ก็ไม่ใช่ประชาธิปไตยสิ ใช่ไหม"

ตอนนี้สถานการณ์ด้านนอกก็เริ่มมีการรวมพลนักศึกษาอะไรต่างๆขึ้นมา เรากังวลไหมว่ามันอาจจะเกิดความรุนแรงมากขึ้นกว่านี้ในอนาคต ?

"ก็อย่างที่ผมบอก ถ้าจะต้องโทษใครก็ต้องโทษคนที่ปลุกปั่นให้มันเกิด เพราะทุกคนก็ไม่ได้คิดว่าใครผิด เข้าใจใช่ไหมครับ คือ...ยุให้คนนี้ทำแบบนี้ไปทะเลาะกับคนนี้โดยที่ทั้งคู่ก็ไม่ได้คิดว่าผิด แล้วมันจะจบที่ตรงไหน ใช่ไหมครับ"



ขณะที่กระแสข่าวเชื้อไวรัส COVID-19 ที่กำลังแพร่ระบาดทั่วโลก อยู่ ณ ขณะนี้ รวมถึงในประเทศไทย ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ ก็ได้เผยว่าโดยส่วนตัวแล้วตนเข้าใจทุกฝ่าย ทั้งกลุ่มผู้มีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อ และผู้ที่กังวลเกี่ยวแพร่ระบาด แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่อยากให้คนในสังคมใช้ช่วงเวลาในนี้การบูลี่ใส่กัน เนื่องจากตนรู้สึกว่าทัศนคติด้านลบอาจจะรุนแรงกว่าเชื้อไวรัสเสียอีก

"ผมเข้าใจในทุกๆ ด้านเลยนะ แต่ก็ไม่อยากให้มานั่งไม่พอใจกัน ไม่นู่นไม่นี่กัน เพราะไม่มีใครมีเจตนาที่ไม่ดีหรอก ทุกคนก็อยากปกป้องตัวเอง ไม่มีใครแบบ 'เอาเว้ย! ติดกันให้หมด' เพียงแต่ทุกคนมีไลฟ์สไตล์มีชีวิตของตัวเองที่เขาอยากจะเลือกใช้ ความเสี่ยงและการตัดสินใจของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ดังนั้นผมก็อยากให้เข้าใจกันมากกว่า"

"ผมไม่อยากให้คำว่า 'รับผิดชอบต่อสังคม' มาเป็นการบูลลี่ใคร มันเหมือนคุณหยิบคำนี้มาพูด เพราะคุณจะไม่ให้เขามีโอกาสในการเถียง คุณจะชี้ไปเลยว่าเขาผิด แต่ในความเป็นจริงแล้วทุกคนก็มีไลฟ์สไตล์ชีวิตต่างกัน คือมันเป็นสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นหรือไม่เกิดขึ้นก็ได้ แต่คุณบูลลี่คนด้วยคำนี้ เราอยากจะเป็นคนประเภทที่ เคยดูในคลิปตามต่างประเทศไหมครับที่มีคนต่างชาติบอกว่า 'ไอเอเชีย ไอโคโรนาไปไกลๆ' เราอยากเป็นคนแบบนั้นกันเหรอ"

"ผมรู้สึกว่าดีไม่ดีสิ่งที่อันตรายกว่าไวรัสก็คือ การที่เราเหยียดกัน ทัศนคติด้านลบ หรือแม้ความโง่เขลาเล็กๆ น้อยๆ สิ่งที่สำหรับผม ผมรู้สึกว่าอันตรายกว่าไวรัส"

"ถามว่าผมรู้สึกกังวลไหม เอ่อ...ต่อให้ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหนถ้าหากมันจะซวย มันก็ซวยได้หมดแหละครับ ขนาดแค่ไข้หวัดธรรมดาเราก็ไม่ได้อยากเป็นอยู่แล้ว แต่เราก็ไม่รู้อีกเหมือนกันไงว่ามันจะเป็นเมื่อไหร่ มันเหมือนการถูกล็อตเตอรี่ในแง่ที่ไม่ดี"

"เรื่องงานของผมที่รับไว้ได้รับผลกระทบหรือเปล่า เอ่อ...ก็มีบ้างครับ อย่างเช่นงานภาพยนตร์ที่ต้องเดินทางไปถ่ายทำในต่างประเทศก็มีการเลื่อนออกไปแบบไม่มีกำหนด ดังนั้นเราก็ต้องอยู่กับปัจจุบันไปเรื่อยๆ คือเข้าใจได้"

แต่ตัวเราเองก็ติดตามข่าวอยู่เรื่อยๆ ใช่ไหมในโลกโซเชียลฯ ?

"ต้องดูครับเพราะเราเองก็ต้องเข้าใจทุกคน คือบางคนที่เขาด่าเขาก็ด่าไม่ใช่เพราะเขาไม่มีเหตุผล เขาด่าแล้วเราเข้าใจได้ อย่างที่ผมบอกทัศนคติ วิธีคิด และการรับความเสี่ยงของแต่ละคนไม่เท่ากัน ไม่มีใครมีเจตนาที่ไม่ดีหรอกครับ ไม่มีใครไม่อยากรับผิดชอบต่อสังคมหรอก แต่มันก็คือการวิเคราะห์ความเสี่ยงของชีวิตเขาไง ชีวิตเขาก็ต้องมี ไลฟ์สไตล์เขาก็ต้องใช้"

ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน