บทพิสูจน์น้ำใจ นายกฯตู่สายตรงแจ็ค หม่า เติมข่าวดีสัมพันธ์ไทย จีน พี่น้องกัน ร่วมฝ่าวิกฤตโควิด -19

บทพิสูจน์น้ำใจ นายกฯตู่สายตรงแจ็ค หม่า เติมข่าวดีสัมพันธ์ไทย จีน พี่น้องกัน ร่วมฝ่าวิกฤตโควิด -19

Publish 2020-03-20 10:05:19


จากสถานการณ์โรคปอดอักเสบชนิดรุนแรงที่เกิดจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือ ไวรัสโควิด -19 ที่กำลังระบาดในจีน โดยเริ่มมีการรายงานว่าพบผู้ป่วยโรคนี้ครั้งแรกเมื่อเดือน ธ.ค. ปี 2562 ที่เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ ตอนกลางของประเทศจีน จนตอนนี้โรคไม่ได้จำกัดอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว แต่ยังกระจายไปทุกมณฑลและเขตการปกครองอื่นๆ ของจีน และหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งทำให้มีผู้ติดเชื้อแล้วมากกว่า 245,500 คน และผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 10,000 คน และมีท่าทีว่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ




โดยในประเทศไทยด้านรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขได้จัดตั้งระบบปกป้องการแพร่ระบาดของโรคอย่างเข้มข้น ทั้งประกาศให้สถานบันเทิง และสถานที่ที่มีความเสี่ยงให้ปิดให้บริการให้หมด เพื่อลดการแพร่ระบาด ทั้งยังออกคำแนะนำให้ประชาชนปฏิบัติตามคำแนะนำของกรมควบคุมโรค เพื่อลดความเสี่ยงที่จะติดเชื้อ และวอนประชาชนอย่าตกใจจนต้องซื้อของกักตุน เพราะยังไม่ได้สั่งปิดประเทศ

 

ล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และทีมผู้บริหารสธ.ร่วมกับทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ปรึกษารมว.สาธารณสุข แถลงข่าวหลังประชุมพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  เพื่อหามาตรการป้องกันการระบาดโรคโควิด-19 ในไทย โดยนายอนุทิน กล่าวว่า เราต้องมั่นใจในบุคลากรที่มีประสบการณ์ผ่านการควบคุมโรคระบาดมาแล้วกว่า 20 ปี และต้องร่วมมือกันต่อสู้ศัตรูของเราคือโควิด-19 ไม่ใช่คนไทยด้วยกัน ถ้าเราช่วยกันสู้จะไม่มีทางพ่ายแพ้  ตอนโรคระบาดมาใหม่ๆ รัฐบาลถูกตำหนิว่าดูแลแต่คนจีน เพราะในช่วงนั้นมีแต่คนจีนที่ติดเชื้อ วันนี้ขอให้มองว่าเราได้อะไรกลับมา จีนพร้อมสนับสนุนเราทุกด้าน เมื่อเช้า แจ็ค หม่า โทรศัพท์เข้ามา ตนต่อสายให้คุยกับนายกฯโดยแจ็ค หม่า ขอบคุณประเทศไทยที่ช่วยดูแลคนจีน และพร้อมสนับสนุนเวชภัณฑ์ เราจึงขอให้แจ็ค หม่า ใช้คอนเน็คชั่นติดต่อไปยังเจ้าของผลิตภัณฑ์ให้ขายของให้ไทย ไม่ต้องให้ฟรี ยามีเท่าไหร่เราซื้อหมด 

 

"รัฐบาลไม่สามารถหาคำพูดไพเราะ อะไรได้อีก นอกจากบอกว่าการสร้างเกราะป้องกันโควิดเป็นภารกิจหลักของรัฐบาลที่จะมอบให้กับประชาชน  ถ้าประชาชนให้ความร่วมมือ 14 วันไม่ออกไปไหน โควิดที่อยู่ในคอเราก็แพร่ไปสู่คนอื่นไม่ได้ จะให้ล้างห้อง ล้างถนน ก็ต่อสู้ไม่ได้ วันนี้เห็นพวกผมนั่งทำงาน นั่งประชุมใกล้กันเพราะมีภารกิจเต็มบ่า เราห่วงประชาชนมากกว่าตัวเอง ทุกคนต่างก็กลัวติดโรคแต่ยังต้องมานั่งทำงาน ต่อให้ป่วยเดินไม่ได้ สมองก็ต้องยอมทำงาน จึงขอความเป็นธรรมจากประชาชนให้กับพวกเราบ้าง"นายอนุทิน กล่าว


นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลและทีมแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญยืนยันในความพร้อม ในการรับมือโรคระบาดโควิด-19 ในกทม.ได้สำรวจเตียงพยาบาล พบว่าสามารถรองรับผู้ป่วยสูงสุดกว่า 1,000 ราย และขยายไปทุกจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อพร้อมรับมือหากมีผู้ป่วยหนัก 6,000 ราย และได้เตรียมความพร้อมให้โรงพยาบาลชุมชน มีหอผู้ป่วยเฉพาะโรคในวันนี้ได้พูดคุยกับผู้บริหารของกระทรวงและอดีตปลัดกระทรวง และอดีตอธิบดี ซึ่งเป็นอาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญมีประสบการณ์ผ่านการระบาดของโรค ทั้งไข้หวัดนก โรคซาร์ส ไข้หวัดใหญ่ 2009 โดยทุกคนเห็นตรงกันว่าทิศทางของประเทศไทยที่เดินตนถึงขณะนี้มีความมั่นใจที่จะดูแลชีวิต และสุขภาพของคนไทย คล้ายกับกรณีซูเปอร์สเปรต ของเกาหลีใต้ ซึ่งจะสามารถควบคุมสถานการณ์ให้กลับสู่ภาวะปกติได้ ยืนยันว่าเราจะไม่ปล่อยให้มีคนป่วยและตาย เหมือนประเทศอังกฤษ

ด้านนพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การดำเนินการในแนวทางของกระทรวงสาธารณสุขและรัฐบาลมาถูกทางแล้ว โดยระยะแรกเป็นการป้องกันซึ่งทำได้ดีพอสมควร ขณะนี้เรากำลังเข้าสู่ระยะที่มีผู้เจ็บป่วยมากขึ้น จึงจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายให้เป็นหนึ่งเดียว ที่ผ่านมาในระดับปฏิบัติอาจมีความไม่เข้าใจอยู่บ้าง แต่ปัจจุบันได้ประสานทุกอย่างจนมีความมั่นใจ ทุกเรื่องไม่ใช่ดีดนิ้วทีเดียว และยาจะมา แต่ตอนนี้มีความชัดเจนแล้วว่ายามาแน่ ประชาขนซึ่งเป็นส่วนสำคัญมากที่สุดจึงต้องให้ความมั่นใจถ้าไทยรวมตัวกัน เป็นหนึ่งเดียว ด็จะสามารถผ่านวิกฤตินี้ไปได้ แต่ขณะนี้ยังเห็นวัยรุ่นไปเที่ยวผับ บางคนกลับมาจากต่างประเทศ พ่อ แม่ ส่งไปกักตัวก็ยังรวมตัวกัน สังสรรค์ดื่มเหล้า แล้วกลับบ้านส่งผลให้ญาติติดเชื้อ 

ด้านนายแพทย์อุดม คชินทร อดีตคณะบดีแพทย์ศาสตร์ ศิริราชพยาบาล  กล่าวว่า ขอให้ประชาชนมีความเข้าใจเกี่ยวกับโรค ไม่ตื่นตระหนก ที่ผ่านมาไทยรับมือได้มาก 2 เดือนอีกมีคนไข้ไม่ถึงร้อยราย เสียชีวิตเพียง 1 ราย แต่ในช่วงนี้ผู้ติดเชื้อวันละ 30 ราย และในวันนี้เพิ่มอีก 60 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากที่ผู้ติดเชื้อไม่แสดงอาการจึงไม่มาพบแพทย์ และบางคนไม่รับผิดชอบต่อสังคมจึงทำให้โรคแพร่ระบาด รัฐบาลห้ามไม่ให้คนมารวมตัวชุมนุมเกิน 50 คน ซึ่งยังยอมให้มากกว่าต่างประเทศที่ห้ามรวมตัวกันเกิน 20 คน ทั้งนี้เพื่อลดความเสี่ยง ไม่ให้การแพร่ระบาดเข้าสู่ระยะ 3 

นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ขณะนี้โรคระบาดกระจายไปทั่วโลกโอกาสที่จะทำให้โรคโควิด-19 หายเกลี้ยงไปเป็นเรื่องยาก การเดินทางหลังจากนี้ เป็นเรื่องระยะยาว ไม่ใช่แค่ 1-2 เดือน ที่ผ่านมาเราพยายามกดเอาไว้เพื่อรอยาและวัคซีน โดยขณะนี้เห็นทิศทางแล้วว่ามียารักษาทำให้ไวรัสเพิ่มจำนวนได้น้อยลง และลดความรุนแรงของโรค ขอให้มั่นใจว่าเราจะลดอุบัติการขิงการสูญเสีย แต่ต้องใช้เวลาต่อสู้โรคนี้อีกยาวนาน 

นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ รองปลัดสธ. กล่าวว่าที่ผ่านมามีคนเสนอมาตรการมากมาย แต่ไม่มีมาตรการเดียวที่ใช้จัดการให้ทุกอย่างจบลงได้ การบริหารตามความจำเป็น และเหมาะสมจึงสำคัญที่สุด จึงขอให้สื่อมวลชนเลิกเป็นคนดู หรือคนเชียร์ แต่ควรเข้ามาอยู่ในทีม สร้างความเข้าใจกับประชาชน เวลานี้ไม่มีการแบ่งแยกแบ่งสี ไม่มีเผด็จการ หรือประชาธิปไตย ข้อเรียกร้องขอให้ตรวจโรคฟรีทุกคนทั่วประเทศไม่ใช่คำตอบ100เปอร์เซ็นต์ ทุกอย่างมีข้อจำกัด กว่าจะตรวจเจอต้องใช้เวลา กรณีเซียนมวย ตอนแรกโค้ชบอกว่าไม่ติดเชื้อ อีก 3 วันต่อมา จึงพบว่าติด ยืนยันว่าพวกเราคิดทุกเรื่องที่เสนอมา   อะไรทำแล้วดีมีประโยชน์ไม่เคยลังเล เพราะถ้าไม่จัดการให้เร็วอัตราการป่วยและเสียชีวิตจะพุ่งสูงกว่านี้ 

นพ.ไพจิตร วราชิต อดีตปลัดสธ. กล่าวว่า ตนเคยเป็นผบ.ควบคุมเหตุการณ์โรคระบาดไข้หวัด 2009 ซึ่งวิธีการควบคุม โรคระบาดมีอยู่ 3 แนวทาง 1.ไม่ทำอะไรเลยปล่อยให้โรคระบาดไปเรื่อยๆ 2.หน่วงโรคคล้ายฝายชะลอน้ำ และ 3.ปิดประเทศ ซึ่งไทยใช้แนวทาง 2-3 ร่วมกัน แต่ไม่ได้พูดให้คนตกใจว่าปิดประเทศ จึงขอให้เชื่อมั่นว่าทิศทางนี้ถูกที่สุด ยืนยันว่าไข้หวัดใหญ่ 2009 มีคนติดเชื้อและตายมากกว่านี้ แต่คนยังไม่เกิดความกลัวเท่ากับโรคโควิด -19 จึงขอให้บุคคลที่เป็นกลุ่มเสี่ยงคือผู้สูงอายุอยู่ดับบ้าน อย่าออกไปกินข้าวนอกบ้าน รออีก 2-3 เดือนเรื่องอาจจะจบ ถ้าเราหยุดความเคลื่อนไหว  2สัปดาห์ถึง 1 เดือนการติดเชื้อก็จะไม่เพิ่มมากขึ้น และขอให้มั่นใจว่าผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่ จะไม่แสดงอาการแทบไม่ต้องกินยาก็หายเองส่วนผู้ที่มีอาการปานกลางหรือป่วยหนัก สธ.มีความพร้อมในการรักษา


อย่างไรก็ตาม มูลนิธิแจ็ค หม่า และ มูลนิธิอาลีบาบา ได้ประกาศบริจาค ทั้ง หน้ากากอนามัย 2 ล้านชิ้น , ชุดตรวจเชื้อ โควิด-19 150,000 ชุด, ชุดป้องกันการติดเชื้อ 20,000 ชุด และ หน้ากากป้องกันใบหน้า 20,000 ชิ้น ให้อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์ และไทย ในการต่อสู้กับโควิด-19

 



ก่อนหน้านั้น เฟซบุ๊ก Chinese Embassy Bangkok สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ได้เผยแพร่ข้อมูลเรื่อง "ประเทศจีนให้ความช่วยเหลือประเทศไทยในการต่อสู้กับโรคระบาดอย่างเต็มที่" โดยระบุว่า


"เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2563 นายหยาง ซิน อุปทูต รักษาแทนเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทยพูดคุยโทรศัพท์กับฯพณฯ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีไทย เพื่อแจ้งให้ทราบว่าฝ่ายจีนจะให้ความช่วยเหลือประเทศไทยในการต่อสู้กับโรคโควิด-19 เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2563 อุปทูตหยาง ซิน เข้าพบฯพณฯ อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข เพื่อหารือเกี่ยวกับรายละเอียดดังกล่าว

"อุปทูตหยาง ซินกล่าวว่า ในช่วงของการรับมือกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ประเทศจีนและประเทศไทยได้เอาชนะความยากลำบาก ดูแลและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน แสดงให้เห็นถึงการร่วมกันฝ่าวิกฤต ร่วมทุกข์ร่วมสุข และการร่วมแรงร่วมใจของมิตรภาพระหว่างสองประเทศ ซึ่งถือเป็นวัฒนธรรมดั้งเดิมที่มีมายาวนาน ช่วงระยะนี้ การระบาดของโรคในประเทศไทยรุนแรงมากขึ้น ประชาชนจีนรู้สึกเห็นอกเห็นใจ แม้ว่ากำลังเผชิญกับภารกิจต่อต้านการแพร่ระบาดในช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นเดียวกัน ฝ่ายจีนยินดีที่จะช่วยเหลือฝ่ายไทยในรูปแบบต่าง ๆเท่าที่จะทำได้ รัฐบาลจีนจะให้ความช่วยเหลือฝ่ายไทยในการจัดหาอุปกรณ์การแพทย์ อาทิเช่น ชุดตรวจหาเชื้อโควิด-19 หน้ากากอนามัยทางการแพทย์ หน้ากาก N95 และชุดอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล ประสานงานกับผู้ประกอบการให้จำหน่ายยาสำหรับรักษาไวรัสโควิด-19ให้กับฝ่ายไทย ผู้ประกอบการจีนจะส่งออกเวชภัณฑ์มายังประเทศไทย มุ่งมั่นที่จะตอบสนองต่อความต้องการสูงสุดของฝ่ายไทย กลุ่มผู้ประกอบธุรกิจจีนในประเทศไทยและองค์กรมิตรภาพระหว่างประชาชนของจีนต่างก็รวมตัวกันบริจาคเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ให้กับฝ่ายไทย ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก ประชาชนชนชาวจีนจะคอยอยู่เคียงข้างประชาชนชาวไทย ด้วยความร่วมมืออย่างจริงใจและความพยายามร่วมกันของทั้งสองฝ่าย ทั้งสองฝ่ายจะสามารถเอาชนะโรคระบาดและฟื้นฟูการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างแน่นอน

"ฯพณฯพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และฯพณฯ อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี กล่าวแสดงการสนับสนุนประเทศจีนในการต่อสู้กับโรคโควิด-19 แสดงความยินดีกับจีนที่มีความคืบหน้าที่ดีในการต่อสู้กับโรคระบาดภายใต้การนำของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เชื่อมั่นว่าภายใต้การนำของรัฐบาลจีน จีนจะประสบชัยชนะในการต่อสู้กับโรคระบาดในครั้งนี้ได้

"ฯพณฯพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นตัวแทนของรัฐบาลและประชาชนชาวไทย ขอขอบคุณฝ่ายจีนที่ให้การสนับสนุนอันล้ำค่าแก่ฝ่ายไทยในการต่อสู้กับโรคระบาดนี้ สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลจีนให้ความสำคัญกับการพัฒนาความสัมพันธ์ไทย – จีนเป็นอย่างสูง เชื่อว่าประเทศไทยและประเทศจีนจะร่วมมือกันเพื่อเอาชนะโรคระบาด ในการร่วมกันต่อสู้กับโรคระบาดนี้ จะยกระดับความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศให้ก้าวขึ้นไปอีกระดับหนึ่งด้วย ฯพณฯ อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีกล่าวชื่นชมฝ่ายจีนที่ให้ความช่วยเหลืออันมีค่าแก่ฝ่ายไทยในช่วงเวลาที่ลำบากที่สุดความมีน้ำใจของจีนสะท้อนให้เห็นถึงมิตรภาพที่แสนพิเศษดังคำกล่าวที่ว่า "จีนไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน" อีกครั้ง เชื่อว่าเมื่อสองประเทศได้ผ่านบททดสอบอันยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ร่วมกัน ความสัมพันธ์ไทย - จีนจะแนบแน่นและใกล้ชิดยิ่งขึ้น"

 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สุลาลีวัลย์ หงษ์เวียงจันทร์
ข่าววันนี้ โดยสำนักข่าวทีนิวส์