ปิยบุตร  พลิกสุดๆ อ้างผุดวาทกรรม รัฐประหารโควิด คนฟังไม่จบคลิป คำวิจารณ์มาจากความปรารถนาดี

ปิยบุตร พลิกสุดๆ อ้างผุดวาทกรรม รัฐประหารโควิด คนฟังไม่จบคลิป คำวิจารณ์มาจากความปรารถนาดี

Publish 2020-04-07 13:40:13


จากกรณีที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลของ   นายปิยบุตร แสงกนกกุล  อดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่  ในฐานะแกนนำคณะก้าวหน้า  ผ่านโพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊กส่วนตัว    กล่าวหาการตัดสินใจประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินของรัฐบาล  เป็นเสมือนการใช้อำนาจในลักษณะรัฐประหารทางการเมืองอีกครั้ง  ในลักษณะที่เรียกว่า     “รัฐประหารโควิด” หรือ “Covid Coup d’état”  โดยการรวมศูนย์อำนาจที่แตกเป็นส่วนๆ หรือ “Fragmented Centralization”  และเห็นค้านคำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม  เรื่อง อยากเห็นสุขภาพนำเรื่องเสรีภาพ  ว่า  ไม่จำเป็น เพราะ “สุขภาพ” สามารถเคียงคู่กับ “เสรีภาพ” ได้   ดังนั้นเราต้องไม่ปล่อยให้ “สุขภาพ” กลายเป็นข้ออ้างมาสร้างความชอบธรรมให้การบริหารราชการแผ่นดินที่ไร้ประสิทธิภาพจนไม่รู้ว่าจะพาประเทศไปทางไหนในยามวิกฤตโควิดครั้งนี้

 

(คลิกอ่านข่าวประกอบ  :  ดร.นิว ตอกสุดลิ่ม ปิยบุตร สมอง NIM ซัดอย่าทำตัวหนักแผ่นดิน คิดได้ไงรัฐประหารโควิด)




นายปิยบุตร  ได้กล่าวถึงประเด็นดัง กล่าวว่า  หากฟังคลิปทั้งหมด 35 นาที จะเห็นได้ชัดว่า    ตนไม่ได้ตำหนิติเตียนเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานอย่างใดเลย   แต่วิพากษ์วิจารณ์การแก้ไขปัญหาของรัฐบาลที่ผ่านมา มีความบกพร่องจริง  เนื่องจากเป็นแก้ไขปัญหา ในลักษณะวิ่งตามปัญหาไปเรื่อยๆ  รวมถึงออกมาตรการคิดไม่ครบถ้วนทั้งระบบ  ทั้ง ๆ ที่มีอำนาจตามพ.ร.กฉุกเฉิน  ซึ่งตนพยายามสื่อไปในวงกว้างว่า ถ้าประกาศ พ.ร.ก. ฉุกเฉินขนาดนี้แล้วน่าจะแก้ไขได้  แต่ตอนนี้ทำไปทำมาประกาศพ.ร.กฉุกเฉิน  กลับยังแก้ปัญหาไม่ได้   

 


นายปิยบุตร  ยังอ้างด้วยว่า  การวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลเป็นไปด้วยความปรารถนาดี   พร้อมมีข้อเสนอแนะต่างๆมาตลอด  จึงควรมองเป็นความหวังดีทำงานร่วมกับรัฐบาล   ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ถ้าไม่เสนอแนะหรือออกมาวิจารณ์กันเลย  ก็ไม่น่าจะใช่เรื่องที่ดี   ซึ่งคณะก้าวหน้าไม่มีใครที่จะไม่ให้ความร่วมมือกับรัฐบาล เพียงแต่ขอมาตรการที่ชัดเจน และคิดอย่างรอบด้านเท่านั้น

 


ก่อนหน้านั้นพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน  นัดหมายให้ นายปิยบุตร แสงกนกกุล อดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่  ,  น.ส.พรรณิการ์ วานิช อดีตโฆษกพรรคอนาคตใหม่ และนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล   ผู้ต้องหาคดีแฟลชม็อบหน้าหอศิลป์  มาพบก่อนควบคุมตัวพร้อมสำนวนการสอบสวน ส่งให้พนักงานอัยการ ที่สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 6 (ปทุมวัน) โดยทั้งหมดมาครบตามนัดหมาย  

 

 



ทั้งนี้  นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความ  เปิดเผยว่า   ทางพนักงานสอบสวน ได้ส่งสำนวนฟ้องและยืนยันตั้งข้อหารวม  5 ข้อหา ประกอบด้วย
1.)​ ร่วมกันเป็นผู้จัดการชุมนุมสาธารณะ โดยไม่แจ้งการชุมนุม 
2.) ร่วมกันจัดการชุมนุมโดยกีดขวางทางเข้าออกหรือรบกวนการปฏิบัติงานหรือการใช้บริการสถานีรถไฟฟ้า 
3.) ร่วมกันจัดการชุมนุมโดยไม่ดูแลและรับผิดชอบไม่ให้เกิดการขัดขวางเกินสมควรต่อประชาชนที่จะใช้ที่สาธารณะ 
4.)​ ร่วมกันโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต
5.) ชุมนุมในระยะไม่เกิน 150 เมตร จากพระราชฐาน 

 

 

โดยผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดให้การปฏิเสธในชั้นสอบสวน  ก่อนที่ในวันที่ 15  เมษายน เวลา  10:00 น.   อัยการจะนัดพิจารณาว่าจะสั่งฟ้องหรือไม่    ขณะเดียวกันก็จะมีการปรึกษากับลูกความทั้ง 3 คนก่อน  เพื่อยื่นขอความเป็นธรรม  เพราะที่ผ่านมาเห็นว่าว่ากระบวนการสอบสวนของพนักงานสอบสวนยังไม่ครบถ้วนสมบูรณ์  โดยเฉพาะการที่ยังไม่ได้มีการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของผู้ถูกกล่าวหา   ประกอบกับคดีนี้เป็นคดีเดียวกับที่นักศึกษาประชาชนอีก 5 คนถูกกล่าวหาด้วย  ซึ่งทางอัยการก็ยังไม่ได้สั่งฟ้อง  เพราะอยู่ในระหว่างสอบสวนพยานเพิ่มเติม

 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

กองบรรณาธิการข่าว
ข่าววันนี้ โดยสำนักข่าวทีนิวส์

;