ทัพเรือสยบทุกครหา ชะลอแผนซื้อเรือดำน้ำ หั่นงบฯกว่า 4 พันล้าน ส่งคืนรัฐสู้ภัยโควิด

ทัพเรือสยบทุกครหา ชะลอแผนซื้อเรือดำน้ำ หั่นงบฯกว่า 4 พันล้าน ส่งคืนรัฐสู้ภัยโควิด

Publish 2020-04-18 22:37:52


กองทัพเรือ ประกาศหนุนนโยบายรัฐ  เสนอขอปรับลดงบประมาณปี 63 กว่า 4 พันล้าน ชะลอแผนจัดซื้อเรือดำน้ำ  นำเติมงบกลางประทศใช้ช่วยเหลือประชาชน  เผชิญผลกระทบภัยไวรัสโควิดแพร่ระบาด

 

ภายหลังจากเกิดประเด็นการนำเสนอข้อมูล   เรื่องการขออนุมัติให้กองทัพเรือดำเนินการ    ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับโครงการจัดหาเรืออเนกประสงค์ยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่สนับสนุนการปฏิบัติการเรือดำน้ำระยะที่ 1 จำนวน 1 ลำ  ในการประชุมครม.เมื่อวันที่ 31 มี.ค. 2563  และสื่อมวลชนจำนวนหนึ่ง นำไปเผยแพร่ให้เกิดความเข้าใจผิด ว่า กองทัพเรือทำเรื่องขออนุมัติใช้งบประมาณ 6.1พันล้าน ในช่วงที่ประเทศกำลังเผชิญวิกฤตการณ์แพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด -19  จนโฆษกกองทัพเรือ และผู้เกี่ยวข้องต้องออกมาชี้แจง ข้อมูลที่คลาดเคลื่อน

(คลิกอ่านข่าวประกอบ  :  โฆษก ทร.แจงประเด็นร้อน สื่อประโคมข่าว กลาโหมชงครม.ของบฯกว่า 6 พันล้าน ซื้อเรือยกพลขึ้นบก )



ล่าสุด  พล.ร.ท.ประชาชาติ ศิริสวัสดิ์ รองเสนาธิการทหารเรือและโฆษกกองทัพเรือ    ได้ชี้แจงกรณีรัฐบาลให้ส่วนราชการปรับลดงบประมาณ   เพื่อนำไปจัดทำร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. ...ไปเป็นงบกลางเพื่อช่วยเหลือ  สนับสนุนในการแก้ไขปัญหา และเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัส โควิด – 19 รวมทั้ง กรณีที่มีเหตุฉุกเฉินหรือจําเป็นอื่นของรัฐบาลว่า ความพยายามในการบริหารจัดการงบประมาณของกองทัพเรือตามที่รัฐบาลสั่งการ

 

 

โดยช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา พล.ร.อ. ลือชัย  รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้สั่งการให้หน่วยขึ้นตรง ทร.และคณะทำงานทุกฝ่ายในกองทัพเรือเร่งหาข้อยุติในการร่วมสนับสนุน นโยบายของทางรัฐบาล โดยยึดหลักการตามความจำเป็นของประเทศชาติ  ต่อการแก้ไขปัญหาและเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัส โควิด -19  เป็นประการแรก

 

 



ภายหลังการหารือร่วมของทุกฝ่ายโดยมี พล.ร.อ. สิทธิพร มาศเกษม เสนาธิการทหารเรือ เป็นประธาน จึงได้ข้อสรุปที่นำเรียนขอความเห็นชอบจากผู้บัญชาการทหารเรือแล้ว   ตกลงใจว่ากองทัพเรือจะขอเสนอปรับลดงบประมาณลงกว่า 33%  คิดเป็นจำนวนเงินประมาณ 4,100 กว่า ล้านบาท  ซึ่งเป็นวงเงินที่มากกว่าที่รัฐบาลตั้งไว้  


โดยจะชะลอการดำเนินการโครงการจัดหาเรือดำน้ำ ลำที่ 2 และ 3 ที่แม้จะเป็นการใช้งบประมาณในส่วนของกองทัพเรือเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับงบของกระทรวง ทบวงกรมอื่นแต่ประการใด แต่ก็มักจะตกเป็นเหยื่อ หรือเป็นเป้าต่อการปลุกกระแสต่อต้านไปทุกครั้งจากความพยายามในอดีตในเชิงจิตวิทยาที่ได้ผล เพื่ออาจเป็นการไม่ต้องการให้ประเทศไทยมีกำลังทางเรือที่เท่าเทียม หรือทันยุคสมัย พอที่จะแสดงกำลังในเขตแดนทางทะเลที่ทับซ้อนกับประเทศอื่น  


ในการนี้จึงส่งผลให้โครงการดังกล่าว จำเป็นต้องชะลอออกไปในปีงบประมาณ 64 รวมถึงการชะลอโครงการก่อสร้างท่าจอดเรือดำน้ำฯ และ โครงการซ่อมบำรุงเรือดำน้ำฯ ที่ต้องปรับลดวงเงินปีแรกลง  ทำให้การเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกรองรับเรือดำน้ำลำแรกต้องล่าช้าออกไปด้วย


นอกจากนี้ ยังรวมยังไปถึงการชะลอโครงการจัดหายุทโธปกรณ์ที่สำคัญ อาทิ โครงการซ่อมปรับปรุง เฮลิคอปเตอร์ปราบเรือดำน้ำ , โครงการพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูล Network Centric , โครงการจัดหาเครื่องฝึกจำลองยุทธ์,โครงการจัดหาระบบอาวุธปืนรองฯ ตลอดจนโครงการก่อสร้างอาคารพัก 64 ครอบครัวฯ ซึ่งแม้จะมีความสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของกำลังพล แต่โดยทุกโครงการก็จะต้องชะลอการดำเนินการไปตามความจำเป็น  หรือจะต้องปรับลดวงเงินปีแรกลงไปก่อน

 

 

สำหรับการที่กองทัพเรือได้เสนอขอปรับลดงบฯลงกว่า 33 % ซึ่งคิดเป็นจำนวนเงินกว่า 4,100 ล้านบาทเพื่อสนับสนุนนโยบายของทางรัฐบาล  ในการนำเงินไปช่วยเหลือประชาชนในการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของ ไวรัส โควิด -19 ในครั้งนี้ เป็นไปโดยความมุ่งมั่นของ พล.ร.อ. ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ   ที่ต้องการแสดงออกถึงความตั้งใจจริงที่จะนำพากองทัพเรือไปสู่ความเป็นหน่วยงานที่ประชาชนเชื่อมั่น เป็นเครื่องมือของรัฐบาลในการคิด และทำให้ประสบความสำเร็จในงานตามภารกิจ และที่สั่งการในทุกเรื่องอย่างแท้จริง

  



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน