หม่อมปลื้ม เมินเหตุผลบิ๊กตู่  คุณหมอโฆษก  อ้างป่วยลดต้องปลดล็อค  ลั่นแรงคนไม่ใช่สัตว์เลี้ยงของรัฐ

หม่อมปลื้ม เมินเหตุผลบิ๊กตู่ คุณหมอโฆษก อ้างป่วยลดต้องปลดล็อค ลั่นแรงคนไม่ใช่สัตว์เลี้ยงของรัฐ

Publish 2020-04-21 22:49:39


ภายหลังออกมาเคลื่อนไหวอย่างหนัก  ในการแสดงความเห็นเชิงคัดค้านของ  ม.ล.ณัฏฐกรณ์ เทวกุล  หรือ  หม่อมปลื้ม   เรื่องการเลื่อนเปิดเทอมตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ   ด้วยเกรงว่าจะได้รับกระทบจากการแพร่ระบาด เชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ยังไม่ชัดเจนว่าจะสงบนิ่งโดยสิ้นเชิง  และปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นในหลายประเทศ ก็แสดงให้เห็นแล้วว่า  ความหย่อนยาน หรือ การผ่อนคลายมาตรการควบคุม มีโอกาสสูงทำให้เชื้อไวรัส  กลับมาแพร่ระบาดได้อีกครั้ง  และยิ่งกลายเป็นความยากลำบากในการควบคุมสถานการณ์  โดยเฉพาะปริมาณผู้ป่วยที่เป็นพาหะแพร่กระจายเชื้อในลักษณะของเชื้อไวรัส ที่้ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนและยารักษาอาการป่วยโดยตรง   ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์กลับว่า เป็นความเสี่ยงในระดับสูง  ถ้าเร่งรีบให้มีการเปิดภาคการศึกษา ทั้ง ๆ ที่สถานการณ์โรคระบาดยังเป็นปัญหากับหลายชาติทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย

 


คลิกอ่านข่าวประกอบ :   หม่อมปลื้มเร่งหนัก เทียบโควิดระบาดไทย เป็นปท.อื่นเปิดหมดแล้วทุกกิจกรรม )



อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา  ม.ล.ณัฏฐกรณ์  ก็ไม่หยุดโจมตีแนวทางการแก้ไขปัญหาของภาครัฐ   โดยเฉพาะการวิพากษ์วิจารณ์มาตรการล็อคดาวน์  และการบังคับใช้กฎหมาย ตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่มีส่วนสำคัญทำให้สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสลดลงตามลำดับ

 

จนล่าสุดภายหลัง นพ.ทวีศิลป์  วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.  แถลงสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทย (ประจำวันที่ 21 เม.ย.)  ว่า  มีผู้ป่วยรายใหม่ 19 คน  ยอดป่วยสะสม 2,811 ราย  โดยมีเสียชีวิตเพิ่ม 1 คน รวมผู้เสียชีวิตเป็น 48 คน  และมีผู้หายป่วยแล้ว 2,108 คน  เหลือยังรักษาตัวอยู่ในรพ.จำนวน  655 ราย 

 


พร้อมกับเน้นย้ำการดูแลสถานการณ์ด้วยความรอบคอบ  ว่า  "การจะมีมาตรการผ่อนปรนหรือยกเลิกนั้น จะต้องศึกษาจากมาตรการของประเทศต่างๆด้วย  ซึ่งแต่ละประเทศก็มีมาตรการที่ต่างกันออกไป เช่น สหรัฐ ฯ เรียกร้องให้มีการผ่อนปรน  อิหร่านให้มีการผ่อนปรนในระดับต่ำ เช่น แท็กซี่ต้องมีระบบการป้องกัน  สเปน ขยายการปิดเมืองอีก 15 วันมีผลถึง 9 พฤษภาคม ซึ่งเป็นการเลื่อนปิดเมืองเป็นครั้งที่ 3   

 


 

ทั้งนี้ ครม. จะมีการประกาศอีกครั้งว่า จะมีการผ่อนปรนมาตรการจะเกิดขึ้นที่จังหวัดไหนและเวลาใด   ซึ่งขึ้นอยู่กับความร่วมมือของประชาชนในพื้นที่นั้นๆ  โดยศบค.ร่วมกับรัฐบาล จะมีการตัดสินโดยใช้ข้อมูล สถิติ ความเห็นจากนักวิชาการ และภาคธุรกิจ มาช่วยกันคิดหาทางออก เนื่องจากสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญ  ปากท้องก็เป็นเรื่องสำคัญ แต่ชีวิตต้องอยู่ได้ก่อน เศรษฐกิจและสังคมจึงจะตามมา   จึงขอฝากประชาชนให้ร่วมมือกันทำให้มีตัวเลขผู้ป่วยติดเชื้อต่ำ 10 อย่างน้อยต่อเนื่องไปอีก 14 วัน โดยยังคงสวมหน้ากากอนามัยก่อนออกจากบ้านให้เป็นชุดพฤติกรรมใหม่ หรือ  New Normal ซึ่งไทยอาจจะเป็นประเทศแรกๆ ของโลกที่มีการจัดการสถานการณ์การติดเชื้อในประเทศได้เป็นอย่างดี"



จากนั้นไม่นาน   ม.ล.ณัฏฐกรณ์  หรือ หม่อมปลื้ม ก็โพสต์แสดงความเห็นอีกครั้ง ด้วยข้อความว่า "รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 655 ราย ป่วยเพิ่ม 19 คน หมดเหตุผลสำหรับ พ.ร.ก.ฉุกเฉินเเละหยุดปิดสถานที่ต่างต่างอย่างนี้ได้เเล้ว!"

 

 

 

ขณะเดียวกันก็มีการโพสต์เพิ่มเติมในภายหลัง  แสงความเห็นเรื่องกำหนดเปิดเทอมการศึกษาอีกครั้ง บางช่วงบางตอนว่า ".....สถานการณ์มันเข้าสู่สภาวะปกติเเล้ว ชีวิตต้องกลับมาเดินหน้าตามปกติ ไม่ใช่มานั่งหดหัวอยู่บ้านกันต่อเเล้วไม่ยอมให้เด็กไปโรงเรียน ตัวเลขที่ศบค.เเถลงทุกวันดูบ้างไหม หรือ เเค่ให้โฆษกเเถลงไปวันวัน อย่าอ้างว่าหมอจากสธ.มากดดันนะครับ ตอนนี้มันจบเเล้ว เปิดเศรษฐกิจ เปิดโรงเรียน คืนสภาพชีวิตให้เราทุกคน จะมานั่งอยู่ในบ้านต่ออีก 2 เดือนใช้ส่วนไหนของสมองคิด คนไม่ใช่สัตว์เลี้ยงของรัฐ สิทธิในการประกอบอาชีพเเละการเข้าถึงการศึกษานั้นมี เลิกนโยบายที่เกินเลยสักที"

 


ขณะที่ก่อนหน้านั้น  ณัฏฐา มหัทธนา หรือ โบว์  แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง  ก็โพสต์ทวิตเตอร์  ข้อความว่า "วันนี้ผู้ติดเชื้อใหม่ 19 ราย เหลือผู้ป่วยโควิด 655 คน ในประเทศที่มีประชากร 70 ล้านคนและอุณหภูมิเกือบ 40 องศา โฆษกกล่อมประสาทคนบอกให้ตัวเลขเหลือต่ำสิบต่อเนื่อง 14 วัน (จึงจะหยุดล็อคดาวน์?) ขอเรียกร้อง ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ นับตัวเลขคนผูกคอตายสะสมเอามาแถลงด้วยค่ะ #รัฐบาลประสาท"


ทางด้าน  พล.ท.พงศกร   รอดชมภู  อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ  และอดีตรองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่  ก็โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุข้อความว่า สำนักข่าวเยอรมันเยอรมันประโคมข่าวว่า " บ้าละ ที่คนออกมาเที่ยวในสวนแบบไม่สนใจกฎหมายเรื่องโควิดของเยอรมนี  ...  บางท่านอาจว่าเขามาตากแดด ตามคำแนะนำของผู้นำบางประเทศ   แต่ผมเห็นว่านี่ล่ะ ความรักในสิทธิและเสรีภาพของฝรั่งยิ่งกว่ากลัวความตาย  คนไทยเราอาจจะรู้สึกไม่ค่อยคุ้นเคย ผมเลยเอามาแสดงให้ดูบ่อย ๆ หวังว่าจะไม่ว่ากัน


ข่าวในสหรัฐฯ ที่หลายรัฐ อย่างเช่นในเท็กซัสก็ประท้วงไม่ใส่หน้ากาก รัฐอื่น ๆ อย่างฟลอริดาก็ให้หยุดการกักตัว ซึ่งคนไทยส่วนมากยังไม่เข้าใจอารมณ์ของฝรั่ง   ในเยอรมนี ผมเดาเอานะเขารู้ว่ารัฐบาลเขามีระบบสาธารณสุขที่ดี เขากักตัวเองจนพ้น 14 วันมาสองรอบแล้ว รู้สึกว่าถ้าเว้นระยะห่างได้พอ ใส่หน้ากากเวลาจำเป็น ไม่ต้องตลอดเวลา ก็มีความปลอดภัย  คนเยอรมันมีวินัยสูง คงไปหาว่าเขาไร้วินัยยากมาก  ลองฝึกคิดแบบฝรั่งบ้างก็ดีนะครับ ใช้เหตุผลและวิทยาศาสตร์เยอะ ๆ เพื่อลองดูสังคมในมุมอื่น ๆ บ้าง วิกฤติแบบนี้มีเรื่องใหม่ ๆ เกิดขึ้นให้วิเคราะห์ได้ดีทีเดียวน่าสนุกมาก"
 

ประเด็นดังกล่าว ถ้าย้อนกลับไปฟังสิ่งที่  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี  และ รมว.กลาโหม อธิบายก็จะเกิดคำถามกลับไปยังกลุ่มบุคคล ที่พยายามเรียกร้องให้เร่งปลดล็อคประเทศในทุกด้านมาโดยตลอด  ว่ามีเจตนาแฝงอะไร  นอกเหนือจากความคิดที่นำเสนอผ่านโซเชียล  

 

เนื่องจากนายกรัฐมนตรีระบุว่า  "เรื่องการพิจารณาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินจะมีการพิจารณาอีกครั้งในวันอังคารหน้า  ว่าจะต้องดำเนินการต่อไปหรือไม่อย่างไร  โดยทุกอย่างขึ้นอยู่กับความร่วมมือ สถิติต่างๆ และทางด้านการสาธารณสุขจะเป็นตัวชี้วัดสิ่งเหล่านี้   ส่วนตัวเลขต่างๆที่ลดลง ไม่ว่าจะเป็นจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันลดลง ผู้รักษาหายมากขึ้น  ล้วนเกิดจากการที่พวกเราทุกคนร่วมมือกัน คงไม่ใช่รัฐอย่างเดียว หากประชาชนร่วมมือกันมากก็จะลดลงได้มาก และเรื่องการผ่อนปรนก็จะมากขึ้นในอนาคต 

 

"ผมทราบดีว่าทุกคนเดือดร้อน แต่สิ่งที่เดือดร้อนมากกว่านั้นคือสุขภาพ ถ้าที่มีการบาดเจ็บ สูญเสีย ล้มตายกันมากกว่านี้แล้วจะทำอย่างไร สิ่งที่เราทำมาทั้งหมดถ้าทำอะไรเร็วเกินไป มีแรงกดดันสูง โดยที่มันไม่ใช่สาระสำคัญมากนัก แต่เป็นการระดมให้ประชาชนเกิดความวิตกกังวล หรือให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยขึ้นมา สิ่งที่เราทำมาทั้งหมดจะสูญเสียเป็นศูนย์ในทันที และจะเรียกกลับมาไม่ได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลโดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีจะต้องตรวจสอบให้เกิดความชัดเจน จึงจะมีมาตรการดังกล่าวมาได้ อันนี้ขอให้รับทราบด้วย"


ทั้งนี้ศูนย์ข้อมูล COVID-19   ได้รายงานสถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 ในอาเซียน   จากการประมวลข้อมูลโดย  สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)  กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)  ณ วันที่ 21 เมษายน 2563   มีรายละเอียดดังนี้   จำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นในแต่ละประเทศ 

 

-สิงคโปร์ +1,111 ราย (รวมติดเชื้อสะสม 9,125 ราย)
-อินโดนีเซีย +375 ราย (รวมติดเชื้อสะสม 7,135 ราย)
-ฟิลิปปินส์ +140 ราย (รวมติดเชื้อสะสม 6,599 ราย)
-มาเลเซีย +57 ราย (รวมติดเชื้อสะสม 5,482 ราย)
-ไทย +19 ราย (รวมติดเชื้อสะสม 2,811 ราย)
-พม่า +8 ราย (รวมติดเชื้อสะสม 119 ราย) ข้อมูลย้อนหลังหนึ่งวัน
-บรูไน +0 ราย (รวมติดเชื้อสะสม 138 ราย)
-เวียดนาม +0 ราย (รวมติดเชื้อสะสม 268 ราย)
-กัมพูชา +0 ราย (รวมติดเชื้อสะสม 122 ราย)
-ลาว +0 ราย (รวมติดเชื้อสะสม 19 ราย)

 


โดยเฉพาะกรณีของสิงคโปร์  นายกรัฐมนตรีลีเซียนลุง  ถึงขั้นประกาศ ขยายเวลามาตรการเข้มงวด Circuit Breaker เพิ่มเติมอีก 4 สัปดาห์ จนถึง 1 มิถุนายน 2563 เพื่อควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19  เริ่มจากให้ประชาชนอยู่กับบ้านมากขึ้น   การเพิ่มมาตรการควบคุมจุดที่อาจแพร่กระจายเชื้อได้ง่าย (hot spots) เช่น ตลาดสด โดยควบคุมการเข้าออกตลาดและลดจำนวนคนที่ใช้บริการ  และเพิ่มการปิดกิจการต่างๆ เพื่อลดคนไปทำงานลงอีก 

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน