สว.สมชายเปิดหลักฐาน 2 ชุดใหญ่ สวนปากคณะบิดเบือน โหมไฟปลุกระดมม็อบรอบใหม่

สว.สมชายเปิดหลักฐาน 2 ชุดใหญ่ สวนปากคณะบิดเบือน โหมไฟปลุกระดมม็อบรอบใหม่

Publish 2020-05-22 10:39:30


ผ่านมา 10 ปี เหตุการณ์ก่อเหตุความรุนแรง ด้วยปฏิบัติการของกองกำลังชายชุดดำ แฝงตัวในกลุ่มมวลชนคนเสื้อแดงนปช. ด้วยเจตนาสำคัญเพื่อใช้เป็นยุทธวิธีตอบโต้การทำหน้าที่รักษาความสงบของเจ้าหน้าที่ทหาร ขณะเดียวกันก็ใช้เป็นเครื่องมือทำลายทางการเมือง รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ  หลังจากปฏิบัติการชุมนุมปี 52 ล้มเหลว  ดูเหมือนจะมีความพยายามบิดเบือนไม่จบไม่สิ้น โดยกลุ่มบุคคลที่เรียกตัวเองว่า คณะก้าวหน้า  และ แกนนำนปช.ที่วันนี้หลายคนผ่านการชดใช้กรรมไปแล้ว แต่ดูเหมือนว่ายังไม่เข็ดหลาบ ด้วยสภาพชีวิตที่เข้าใจดีว่า ท้ายสุดต่างก็เป็นแค่ผู้รับใช้ทางการเมืองของนายใหญ่ ที่ต้องการกลับประเทศเท่านั้น

(คลิกอ่านข่าวประกอบ :  พล.ท.นันทเดช ไล่ลำดับเหตุ 10 เม.ย.ใครยิงทหาร ปชช. เบื่อแก๊งหลอกเด็ก เชียร์รื้อคดีสะสางกรรมนปช. )





ล่าสุด นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา ได้โพสต์ข้อเท็จจริงเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้น  แสดงรายละเอียดว่า  " #ความจริงของโศกนาฏกรรมจากการชุมนุมเมย.พค.53#ความจริงที่ไม่ต้องไปตามล่าให้บิดเบือนที่ไหน#อยากให้คนไทยทุกคนได้อ่าน

 

 

โปรดอ่านและใช้วิจารณญาณกันครับว่า ในเหตุการณ์ดังกล่าวมีความจริงที่มีกองกำลังชายชุดดำก่อเหตุร้ายในระหว่างการชุมนุมของนปช ทั้งการใช้อาวุธสงครามร้ายแรง M16 RPG M79 ปืนสงครามอาร์ก้า ระเบิดขว้างM67 และระเบิดวางลอบสังหารเคโม และระเบิด C4 รวมถึงมีการใช้ยุทธวิธีในการก่อสงครามกลางเมืองและปฏิบัติการเพื่อสลายการชุมนุมเหมาะสมหรือไม่เพียงใด

 

รายงานฉบับสมบูรณข์องคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการ ปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ฉบับที่ ดร. คณิต ณ นคร เป็นประธานนั้น ได้จัดให้มีกิจกรรมทางวิชาการ กระบวนการรับฟัง ข้อมูลและความเห็น ตลอดจนการลงพื้นที่ เพื่อสนับสนุนการตรวจสอบค้นหาความจริง การศึกษา รากเหง้าของปัญหาความขัดแย้ง การเยียวยาและฟื้นฟู และการเสนอมาตรการเพื่อลดความขัดแย้ง และส่งเสริมให้เกิดความปรองดองในประเทศ มีเนื้อหาและข้อเสนอแนะค่อนข้างครบถ้วนครับ

เพียงแต่ที่ผ่านมาไม่มีรัฐบาลใดหยิบมาสานต่ออย่างแท้จริง เว้นแต่มาหยิบฉวยไปแต่การโฆษณาชวนเชื่อและการเอาเฉพาะเรื่องการจ่ายเงินเยียวยาที่จ่ายเกินจริงจากหลักสากล7.5ล้านไปใช้เท่านั้น ข้อเท็จจริงและข้อเสนอที่เหลือถูกโยนใส่ลิ้นชักไว้อย่างไม่ใยดี ?

สมควรอย่างยิ่งที่คนไทยจะได้อ่านเพื่อเป็นบทเรียน เบื้องต้นในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเหตุโศกนาฎกรรมในวันที่ 10 เมษายน 2553 ที่มีการปะทะกันด้วยอาวุธสงครามระหว่างกองกำลังชายชุดดำติดอาวุธสงครามนานาชนิดและเครื่องยิงลูกระเบิด M79 กับทหารนั้น ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในถนนตะนาว ถนนดินสอ ถนนราชดำเนิน รวม 26 รายเป็นทหาร 5 รายและ พลเรือน 21ราย บาดเจ็บและบาดเจ็บสาหัสรวม800กว่าคน

ขอคัดเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้เบื้องต้นของรายงานคอป.ในหน้าที่99-113 มาเป็นตัวอย่างให้เห็นพอสังเขปถึงการยืนยันการใช้ยุทธวิธีการบในรูปแบบกองโจรของกองกำลังชายชุดดำต่อทหารและประชาชนภายใต้การรับรู้และร่วมมือบางส่วนของการ์ดนปช จนเกิดความสูญเสียทั้ง2ฝ่ายจำนวนมาก

ขอให้ทุกท่านได้อ่านพิจารณาดูครับและขอช่วยกันสื่อสารข้อมูลดังกล่าวไปยังประชาชนและเยาวชนรุ่นหลังด้วย

เพื่อไม่ให้ใครมาปลุกระดมบิดเบือนข้อเท็จจริงที่จะนำพามวลชนมาเป็นกองกำลังตายแทนทางการเมืองได้อีกในอนาคตครับ

ด้วยจิตคารวะ

สมชาย แสวงการ
สมาชิกวุฒิสภา
ประธานคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน
สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค
วุฒิสภา
อดีตประธานอนุกรรมาธิการตรวจสอบข้อเท็จจริงเหตุการณ์10เมษายน2553

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


(คลิกอ่านข่าวประกอบ :  ศาลฎีกาพิพากษากลับ สั่ง จตุพร-ณัฐวุฒิ-อริสมันต์ ชดใช้เงิน 19.3 ล้าน ฐานยุยงคนเสื้อแดงเผาเมือง )



ทั้งนี้ก่อนหน้า สว.สมชาย ได้โพสต์รายละเอียดข้อเท็จจริงเหตุการณ์เดือนเมษายน-พฤษภาคม 2553  โดยการนำเสนอของสื่อมวลชนทุกแขนงในขณะนั้น  ว่า  "#ความจริงของโศกนาฏกรรมจากการชุมนุมเมย.พค.53#อยากให้คนไทยทุกคนได้อ่าน   สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยได้จัดทำบันทึกความจริงประวัติศาสตร์จากนักข่าวช่างภาพ  จากผู้อยู่ในเหตุการณ์จริงทั้งจากหลากหลายสำนักข่าว นสพ. ,โทรทัศน์และผู้สื่อข่าวต่างประเทศ

#ความจริงที่ไม่ต้องไปตามล่าให้บิดเบือนที่ไหน กรุณาอ่านมากกว่า8บรรทัดและอย่าเขื่อคำหลอกลวงปลุกระดม  กรุณาให้ครบทุกบทความจากหลากมุมมองที่นักข่าวแต่ละคนเห็นในแต่ละจุด

โปรดอ่านและใช้วิจารณญาณกันครับว่า ในเหตุการณ์ดังกล่าวมีความจริงที่มีกองกำลังชายชุดดำก่อเหตุร้ายในระหว่างการชุมนุมของนปช. ทั้งการใช้อาวุธสงครามร้ายแรง M16 RPG M79 ปืนสงครามอาร์ก้า ระเบิดขว้าง  M67 และระเบิดวางลอบสังหารเคโม และC4 รวมถึงมีการใช้ยุทธวิธีในการก่อสงครามกลางเมืองและปฏิบัติการเพื่อสลายการชุมนุมเหมาะสมหรือไม่เพียงใด

อ่านเพื่อเป็นบทเรียนและช่วยกันสื่อสารเพื่อไม่ให้ใครมาปลุกระดมบิดเบือนข้อเท็จจริงที่จะนำพามวลชนมาเป็นกองกำลังตายแทนทางการเมืองได้อีกในอนาคตครับ

ด้วยจิตคารวะ

สมชาย แสวงการ
สมาชิกวุฒิสภา
ประธานคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน
สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค
วุฒิสภา
อดีตประธานอนุกรรมาธิการตรวจสอบข้อเท็จจริงเหตุการณ์10เมษายน2553

 

 

 

 

 

 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

กองบรรณาธิการข่าว
ข่าวล่าสุด โดยสำนักข่าวทีนิวส์

;