สะพัด โอ๊ค รอดคุก รองอสส.เซ็นต์ไม่อุทธรณ์คดี  อัยการสูงสุด โร่แจงขอตรวจสอบก่อน

สะพัด โอ๊ค รอดคุก รองอสส.เซ็นต์ไม่อุทธรณ์คดี อัยการสูงสุด โร่แจงขอตรวจสอบก่อน

Publish 2020-05-28 17:33:41



ถือเป็นประเด็นร้อนที่หลายฝ่ายเฝ้าจับตาบทสรุป   สำหรับคดีความของนายพานทองแท้  ชินวัตร   หรือ โอ๊ค  ลูกชายนายทักษิณ ชินวัตร  ในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน และสมคบคบกันฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 5 , 9 , 60 และ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2558 มาตรา 10 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 , จากกรณีตรวจพบหลักฐานว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน   ทุจริตการปล่อยสินเชื่อธ.กรุงไทยฯ ให้ธุรกิจเครือกฤดามหานคร   หลังจากศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง มีคำพิพากษายกฟ้อง   และคณะทำงานอัยการคดีศาลสูง  มีความเห็นไม่อุทธรณ์   จนทำให้   น.พ.ไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ รองอธิบดีดีเอสไอ  ในฐานะรักษาราชการแทนอธิบดีดีเอสไอ   ต้องทำความเห็นแย้งคำสั่งไม่อุทธรณ์คดี นายพานทองแท้ ชินวัตร  จำเลยคดีร่วมกันฟอกเงิน 10 ล้านบาท  ธนาคารกรุงไทยฯ   ที่ปล่อยกู้ให้เครือกฤษดามหานคร  เสนอให้  นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์  อัยการสูงสุด วินิจฉัยชี้ขาด  ตามรายละเอียดที่สนข.ทีนิวส์ นำเสนอมาเป็นลำดับ

 


(คลิกอ่านข่าวประกอบ :  ศาลอาญาคดีทุจริตฯ อนุญาตขยายเวลาอุทธรณ์คดีโอ๊ค รออสส.วินิจฉัยคำโต้แย้งดีเอสไอ )




ล่าสุดมีรายงานข่าวผ่านสื่อมวลชนต่าง ๆ   อ้างว่า สำนักงานอัยการสูงสุด โดย รองอัยการสูงสุด  ปฏิบัติราชการแทน อัยการสูงสุด  ได้ลงนามคำสั่งชี้ขาดไม่ยื่นอุทธรณ์คดีดังกล่าวแล้ว   และจะทำให้ผลแห่งคดีถือเป็นสิ้นสุดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น   


ขณะทื่สำนักข่าวอิศรา นำเสนอข้อมูลอีกด้านว่า  "นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด (อสส.) ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวอิศรา ถึงกรณีนี้ว่า เบื้องต้นขอตรวจสอบข้อมูลก่อน เพราะเรื่องความเห็นชี้ขาดว่าจะอุทธรณ์ หรือไม่อุทธรณ์นั้น ต้องเป็นไปตามพยานหลักฐาน"

 

 



พร้อมเน้นย้ำข้อมูลว่า คดีของนายพานทองแท้  มีประเด็นให้สมควรต้องดำเนินการอุทธรณ์  เพื่อให้เกิดการพิจารณาข้อเท็จจริงแห่งคดีจนถึงที่สุด  เนื่องจากในชั้นการพิจารณาของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ปรากฎว่าความเห็นของ 2 ผู้พิพากษาในองค์คณะ  มีความแตกต่างเป็น 2 ส่วน   โดยผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนเห็นว่า นายพานทองแท้ มีความผิด สมควรลงโทษจำคุก 4 ปี ไม่รอลงอาญา ส่วนผู้พิพากษาอีกรายหนึ่งในองค์คณะเห็นว่า นายพานทองแท้ไม่มีความผิด เห็นควรรยกฟ้อง  ส่งผลให้ต้องยกประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา  มาตรา 184 ที่บัญญัติว่า ในการประชุมปรึกษาเพื่อมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง ให้อธิบดีผู้พิพากษาข้าหลวงยุติธรรม หัวหน้าผู้พิพากษาในศาลนั้นหรือเจ้าของสำนวนเป็นประธาน ถามผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาทีละคน ให้ออกความเห็นทุกประเด็นที่จะวินิจฉัย ให้ประธานออกความเห็นสุดท้าย การวินิจฉัยให้ถือตามเสียงข้างมาก ถ้าในปัญหาใดมีความเห็นแย้งกันเป็นสองฝ่ายหรือเกินกว่าสองฝ่ายขึ้นไป จะหาเสียงข้างมากมิได้ ให้ผู้พิพากษาซึ่งมีความเห็นเป็นผลร้ายแก่จำเลยมากยอมเห็นด้วยผู้พิพากษาซึ่งมีความเห็นเป็นผลร้ายแก่จำเลยน้อยกว่า

 

(คลิกอ่านข่าวประกอบ :  เปิด 4 เหตุผลร้อน ทำไมอสส.ต้องอุทธรณ์คดี โอ๊ค ฟอกเงินกรุงไทย )




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

กองบรรณาธิการข่าว
ข่าวด่วน โดยสำนักข่าวทีนิวส์

;