ชาญวิทย์ ย้ำคิดย้ำทำ อ้างธนาธร ปิยบุตร ช่อ ถูกกำจัด ไม่สยบอำนาจ-บารมีเดิม

ชาญวิทย์ ย้ำคิดย้ำทำ อ้างธนาธร ปิยบุตร ช่อ ถูกกำจัด ไม่สยบอำนาจ-บารมีเดิม

Publish 2020-05-30 21:12:36


สืบเนื่องจากระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางกับพฤติการณ์ ของกลุ่มแกนนำคณะก้าวหน้า  โดยเฉพาะนายปิยบุตร แสงกนกกุล  อดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ที่ออกมาโพสต์ข้อมูลทางการเมือง  เชื่อมโยงไปถึงการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองที่เกิดขึ้นในฝรั่งเศส  ผ่านการเน้นย้ำถึงวิถีการบริหารประเทศในรูปสาธารณรัฐ  จน   รศ.หริรักษ์  สูตะบุตร   อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล   มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์   ต้องออกมาแสดงความเห็นถึงทัศนคติในมุมลึกๆ ของ นายปิยบุตร  ,  นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ  และ ช่อ พรรณิการ์   วาณิช ต่อสถาบันเบื้องสูง

 

 

(คลิกอ่านข่าวประกอบ :  เปลือยครหา ปิยบุตร ลึกสัมพันธ์ขบวนการล้มเจ้า ยืนเป้าหมายลดทอนความสำคัญสถาบันฯ




ล่าสุดในเพจเฟซบุ๊กของ  นายชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดี  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ซึ่งอดีตเคยสนับสนุนแนวคิดกลุ่มนิติราษฎร์  ในการเรียกร้องให้มีการแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 เมื่อวันที่ 15 ม.ค.  2555 มีการแสดงข้อความเกี่ยวเรื่องกับประเด็นดังกล่าวว่า    " Can Thanathorn+ช่อ / FFP-MFP move forward?

 

เพราะธนาธร กับพรรคพวก อนาคตใหม่ ก้าวไกล   อยู่ไม่เปน ไม่ยอบสยบ กับอำนาจเดิม บารมีเดิม   เขาและพรรคพวก จึงถูก "จำกัด" ด้วยรัฐประหารทางศาล "ตุลาการภิวัตน์"  เขา ช่อ ปิยบุตร อนาคตใหม่ - ก้าวไกล ฯลฯ จะก้าวไปสู่อนาคต ได้แค่ไหน หนอ?

 

 

หมายเหตุ  FFP = Future Forward Party = พรรคอนาคตใหม่   MFP = Move Forward Party = พรรคก้าวไกล"


อย่างไรก็ตาม ถ้าย้อนกลับไปเมื่อวันที่  6  ตุลาคม 2561  นายชาญวิทย์  เข้าสมัครเป็นสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ พร้อมระบุเหตุผลที่สมัคร เพราะอยากช่วยลูกศิษย์ทั้งสองคน ซึ่งส่วนตัวมีความสนิทสนมกับ นายปิยะบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ และแปลกใจกับนายธนาธร ที่มีการเตรียมตัวมาดี ไม่ไร้เดียงสาทางการเมือง 

 

พร้อมระบุว่าเห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 เพราะเป็นรัฐธรรมนูญฉบับล้าหลัง ส่วนนโยบายของพรรคอนาคตใหม่ที่หลายฝ่ายมองว่า สามารถนำไปปฏิบัติได้ยากนั้น ยอมรับว่าเป็นเรื่องจริงแต่หากไม่ฝัน ไม่หวัง ก็จะทำไม่ได้ ดังนั้นต้องกล้าที่จะฝัน และกล้าเปลี่ยน

 

หลังจากนั้นนายชาญวิทย์ ก็แสดงทัศนคติทางการเมือง ไปในทิศทางเดียวกับพรรคอนาคตใหม่  อย่างต่อเนื่อง  อาทิเช่น ในช่วงนายธนาธร กระทำความผิดเรื่องการถือครองหุ้นสื่อ จนมาถึงกรณีพรรคอนาคตใหม่กู้เงินจากนายธนาธร มาใช้ในกิจการพรรค   มีการโพสต์วิพากษ์วิจารณ์กระบวนการยุติธรรม   และการสนับสนุนนายธนาธรกับแกนนำอนาคตใหม่

 

วันที่  25 มิ.ย. 2562  โพสต์เฟซบุ๊กว่า Is Thanathorn going to be eliminated?  ธนาธร และอนาคตใหม่ จะถูก กำจัด  หรือเขาจะถูกกระทำให้เปลี่ยนสภาพ  จากการเปนนักการเมืองในระบอบเลือกตั้ง ในระบอบรัฐสภา  หรือว่าเขาจะถูกบังคับให้เปน นักปฏิวัติ?

 

 

ทั้งนี้ ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับตัวเขา พรรคพวกของเขาส่วนหนึ่ง แต่ส่วนใหญ่จะขึ้นอยู่กับฝ่ายที่คิดว่าเขา คือ 'ปีศาจ' ที่ต้องกำจัด  นั่นคือ เครือข่ายของระบอบเดิมของรัฐไทย นั่นเอง ครับ


จากนั้น  วันที่   31 ต.ค  2562 - นายชาญวิทย์  โพสต์เฟซบุ๊ก   "Will Thanathorn-Piyabutr and FFP survive the Thai bureaucratic state & mentality? แล้วธนาธร ปิยบุตร กับคนรุ่นใหม่ ๆ คงจะไม่รอด การเมืองทราม  ของชนชั้นปกครอง รัฐข้าราชการไทย กับพฤติกรรม เดิม ๆๆ ครับ?

 



ต่อมาเมื่อวันที่  9 พ.ย 2562  โพสต์ประเด็นปัญหาของนายธนาธร  และพรรคอนาคตใหม่ ที่ต้องรับโทษจากการกระทำผิดกฎหมาย  บางช่วงบางตอน  ว่า   How to live? อยู่เป็น ก็ไม่รอด ถ้า...อยู่ไม่เป็น อาจรอด ถ้า...CK...comment...น่าเป็นห่วงว่า จะไม่รอด  แต่ ก็ไม่แน่   ขึ้นอยู่กับว่า "ฝ่ายโน้น คือ ฝ่ายอำนาจเดิม" ประเมินว่า  ถ้าทำแล้วชนะ ก็คงทำ อย่าง 2490, 2500, 2534, 2549, 2557...แต่ถ้าประเมินว่า ถ้าทำ ก็จะเกิด ตุลา 2516 หรือ พฤษภา 2535 ก็อาจ ไม่ทำ ครับ ...  อนาคตใหม่ โดยเฉพาะธนาธร ดูจะเด่นเกินไปเสียแล้ว ล่ะ"


กระทั่งท้ายสุดเมื่อมีการวินิจฉัยความผิดของ นายธนาธร และพรรคอนาคตใหม่  นายชาญวิทย์  ได้โพสต์เมื่อวันที่ 6 ก.พ. 2563  "แล้วพรรคอนาคตใหม่จะรอดหรือ? The problems of this country is the military-bureaucratic polity  ปัญหาของประเทศไทยเรานี้มาจากการที่เสนาอำมาตย์ และเครือข่ายของรัฐข้าราชการมีอำนาจล้นฟ้า พวกอำมาตย์กับเสนา แห่งรัฐข้าราชการไทยได้ยุบพรรคการเมืองมาแล้ว กว่า 300 พรรค


ตามด้วยการโพสต์ในวันที่   21 ก.พ. 2563  "มันจักต้องเปนไป เช่นนั้น...So it is said, so it shall be done...และแล้ว พรรคอนาคตใหม่ ก้อไม่รอด Dissolving political parties in Thailand ทั้งนี้ เพราะการยุบพรรคการเมือง เปนเครื่องมือหนึ่งในการตัด และตอน ระบอบประชาธิปไตย  โดยรัฐข้าราชการของเหล่าอำมาตย์ และเสนา กับติ่ง

พร้อมระบุด้วยว่า คนอย่างธนาธร ปิยบุตร คุณช่อ ฯลฯ  ถ้า ถ้า ถ้าจะกลับมาเล่นการเมืองในระบบรัฐสภา  ก้อเมื่อพวกเขา/เธอ ชึ่งตอนนี้อายุ 40+ / หรือลบ  จะกลับมาใหม่เมื่อมีอายุ 50+ / หรือลบ
อันเปนวัยที่งามยิ่ง ในขณะที่ฝ่ายตรงข้ามเขา/เธอ  ซึ่งขณะนี้มีอายุ 60+ / 70+ / 80+ 90+...ก้อจะมีอายุ 70+ / 80+ / 90+ / 100+หรือไม่ก้อทิ้งสังขารไปแล้ว


และวันที่ 18 มี.ค. 2563  โพสต์เฟซบุ๊กแสดงข้อความว่า "One day we will ... new people - new generation - 10th Avatar  สักวันหนึ่ง อีกไม่นาน คนหนุ่มคนสาว คนมีสติปัญญา คงจะได้ขึ้นมานำประเทศชาติ ประชาชนไทย ไปสู่อนาคตที่ดีกว่า สดใสกว่า  นิยายโลกอมตะแบบเรื่องนี้ เมื่อเกิด โรคห่า ระบาดหนัก เปนกาลียุค Kali Yuga  ตามเพลงยาวพยากรณ์ กรุงศรีอยุธยา ก้อจะมีมหาบุรุษ กัลกิ Kalki ซึ่งงเปน อวตาร ที่ 10 ของพระวิษณ/นารายณ์ ขี่ม้าขาวออกมา ปราบยุคเข็ญ ครับ"

ก่อนจะมาโพสต์ถึงประเด็นปัญหาการกระทำผิดกฎหมายของ นายธนาธร และแกนนำพรรคอนาคตใหม่  ว่า  เป็นเพราะธนาธร กับพรรคพวก อนาคตใหม่ ก้าวไกล   อยู่ไม่เปน ไม่ยอบสยบ กับอำนาจเดิม บารมีเดิม   เขาและพรรคพวก จึงถูก "จำกัด" ด้วยรัฐประหารทางศาล "ตุลาการภิวัตน์"

 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

กองบรรณาธิการข่าว
ข่าวด่วน โดยสำนักข่าวทีนิวส์

;