ดร.สามารถ อธิบายชัด ๆ ทำไมรถไฟฟ้าสีทอง ต้องแตกต่าง ไร้คนขับ-ใช้ล้อยาง?

ดร.สามารถ อธิบายชัด ๆ ทำไมรถไฟฟ้าสีทอง ต้องแตกต่าง ไร้คนขับ-ใช้ล้อยาง?

Publish 2020-06-18 16:14:14


ภายหลังจาก บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)  โดย  นายสุมิตร ศรีสันติธรรม ผู้อำนวยการใหญ่สายปฏิบัติการ   พร้อมด้วย นายมานิต เตชอภิโชค กรรมการผู้อำนวยการบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด (เคที)  พร้อมด้วย     Mr.Claudio Tiraferri หัวหน้าฝ่ายโซลูชั่นการควบคุมรางเอเชียแปซิฟิก บริษัท บอมบาดิเอร์ ทรานสปอร์เทชั่น ประเทศไทย และ   ร้อยตำรวจตรี มนตรี ฤกษ์จำเนียร ผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง ได้ร่วมรับมอบรถไฟฟ้าสายสีทอง รุ่น Bombardier Innovia APM 300 ขบวนแรกของประเทศไทย ภายหลังเดินทางมาถึง ท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี เป็นที่เรียบร้อย  เพื่อรองรับการเดินทางของประชาชนผ่านระบบขนส่งมวลชนในพื้นที่ฝั่งธนบุรี
 



โดยนายมานิต เตชอภิโชค กรรมการผู้อำนวยการบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด (เคที)   กล่าวถึงรายละเอียดโครงการว่า  ได้แบ่งดำเนินการในระยะที่ 1 มีจำนวน 3 สถานี คือ สถานีกรุงธนบุรี (GN1) สถานีเจริญนคร (GN2) และสถานีคลองสาน (GN3) ระยะทาง 1.80 กิโลเมตร โดยขณะนี้มีความก้าวหน้าในภาพรวม 89 %  โดยในส่วนของการก่อสร้างงานโยธา  คืบหน้า 94.42 %  ส่วนงานระบบเดินรถ   คืบหน้า 81 % เนื่องจากมีอุปกรณ์ที่ต้องสั่งนำเข้ามาจากต่างประเทศเกิดความล่าช้าจากผลกระทบโรคระบาดโควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมา แต่ขณะนี้สถานการณ์โรคระบาดเริ่มคลี่คลายจึงสามารถเดินหน้างานในการทำงานอย่างเต็มที่  และคาดหมายจะสามารถเปิดเดินรถได้ภายในปี 2563  โดยยังคงเป้าหมายเดิมคือในเดือนตุลาคมนี้  ด้วยอัตราค่าโดยสารตามที่ศึกษาไว้คือ จัดเก็บที่ 15 บาทตลอดสาย พร้อมคาดการณ์ปริมาณผู้โดยสาร ในปีแรกที่เปิดให้บริการที่ 42,260 เที่ยว-คน/วัน

 

 


ขณะที่ล่าสุด ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์  รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  และ อดีตรองผู้ว่าฯกทม.  ได้โพสต์ถึงระบบขนส่งมวลชนใหม่ ที่จะนำมาใช้รองรับการเดินทางในกรุงเทพมหานคร ว่า  "มาแล้ว! รถไฟฟ้าสายสีทอง  ทำไมต้องไร้คนขับ-ใช้ล้อยาง?"

 


ทั้งนี้รถไฟฟ้าสายสีทองขบวนแรก   ถูกส่งมาถึงไทยโดยเรือสัญชาติปานามาชื่อ     Seacon Victory  ขนขบวนรถไฟฟ้ามาจากท่าเรือเซี่ยงไฮ้  ประเทศจีน  เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2563   แวะส่งสินค้าอื่นที่ท่าเรือไฮฟอง ประเทศเวียดนาม  เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2563  ออกจากท่าเรือไฮฟองเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2563   มุ่งตรงมาถึงท่าเรือแหลมฉบังเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2563 เวลา 22.00 น. (เร็วกว่ากำหนดการที่ระบุว่าจะมาถึงในวันที่ 16 มิถุนายน 2563 เวลา 03.00 น.)

 

โดยบนถนนกรุงธนบุรีและถนนเจริญนครที่มีรถไฟฟ้าสายสีทองระยะที่ 1 วิ่งผ่าน มีรถไฟฟ้า 2 แบบ ที่เหมาะสมคือ APM และ Monorail ทั้ง 2 แบบดังกล่าวไร้คนขับและใช้ล้อยาง แต่ทำไม APM จึงถูกเลือก? แล้ว APM สายสีทองกับ APM ในสนามบินสุวรรณภูมิต่างกันอย่างไร?

 



1.APM (Automated People Mover) หรือรถไฟฟ้าไร้คนขับ ใช้ล้อยางวิ่งบนพื้นคอนกรีตโดยมีรางเหล็กวางอยู่ตรงกลางระหว่างล้อซ้ายขวาเพื่อช่วยนำทาง เลี้ยววงแคบและไต่ทางลาดชันได้ดี กินพื้นที่น้อยเนื่องจากใช้โครงสร้างขนาดเล็ก APM เป็นที่นิยมใช้ในพื้นที่ที่มีผู้โดยสารไม่มาก โดยเฉพาะในสนามบินเพื่อขนผู้โดยสารเครื่องบินไปมาระหว่างเทอร์มินัลกับเทอร์มินัล หรือระหว่างเทอร์มินัลกับอาคารเทียบเครื่องบินรอง (อาคารรอขึ้นเครื่องบิน) ดังเช่นที่กำลังจะใช้ในสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อขนผู้โดยสารเครื่องบินระหว่างเทอร์มินัล 1 กับอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1

 

 

2.Monorail หรือรถไฟฟ้ารางเดี่ยว ไม่ใช้คนขับเช่นเดียวกับ APM ใช้ล้อยางวิ่งบนรางคอนกรีตหรือรางเหล็กเพียงรางเดียว เลี้ยววงแคบและไต่ทางลาดชันได้ดี กินพื้นที่น้อยเนื่องจากใช้โครงสร้างขนาดเล็ก Monorail เป็นที่นิยมใช้ในพื้นที่ที่มีผู้โดยสารไม่มากเช่นเดียวกัน แต่มักนิยมใช้ขนผู้โดยสารไปป้อนให้กับรถไฟฟ้าขนาดหนักที่สามารถขนผู้โดยสารได้มากกว่า พูดได้ว่าใช้ Monorail สำหรับรถไฟฟ้าสายรองเพื่อขนผู้โดยสารไปป้อนให้รถไฟฟ้าสายหลัก ดังเช่นรถไฟฟ้าสายสีเหลืองซึ่งเป็น Monorail ที่กำลังก่อสร้างเพื่อขนผู้โดยสารริมถนนลาดพร้าวไปป้อนให้กับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน (รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT) ที่สถานีรัชดาภิเษก

 

อ่านข้อความข้างบนแล้ว หลายคนคงคิดว่า Monorail น่าจะเหมาะสมกับรถไฟฟ้าสายสีทอง เพราะเป็นรถไฟฟ้าสายรองที่จะขนผู้โดยสารไปป้อนให้กับรถไฟฟ้าสายหลักคือ BTS ที่สถานีกรุงธนบุรี แต่อย่างไรก็ตาม APM ได้รับเลือกแทน Monorail เนื่องจากมีต้นทุนถูกกว่า ทั้งเงินลงทุนซื้อขบวนรถไฟฟ้า และค่าใช้จ่ายในการเดินรถและบำรุงรักษา

 

หลายคนคงอยากรู้ว่าทั้ง APM และ Monorail ซึ่งไม่ใช้คนขับจะปลอดภัยหรือไม่ และจะดีอย่างไร   ขอตอบว่า การไม่ใช้คนขับ  แต่ใช้ระบบควบคุมอัติโนมัติจะช่วยลดข้อผิดพลาด หรือข้อบกพร่องที่เกิดจากน้ำมือของมนุษย์ (Human Error) ได้ ทำให้มีความปลอดภัยสูง แต่การไม่ใช้คนขับจะทำให้ต้องลงทุนงานระบบควบคุมเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ในระยะยาวจะช่วยทำให้ค่าใช้จ่ายในการประกอบการเดินรถถูกลง

 

ขณะที่ทั้ง  APM และ Monorail ใช้ล้อยาง ไม่ใช่ล้อเหล็ก เพื่อลดเสียงดังและการสั่นสะเทือนที่สร้างความรำคาญต่อผู้อยู่อาศัยริมทาง มีความนุ่มนวลในการขับขี่ดีกว่า และช่วยให้สามารถเร่งความเร็วหรือเบรกได้อย่างรวดเร็วในระยะทางสั้นๆ ทำให้ขบวนรถไฟฟ้าสามารถวิ่งต่อเนื่องใกล้ๆ กันได้

ส่วน APM สายสีทองมีความแตกต่างกับ APM ในสนามบินสุวรรณภูมิอย่างไร?

 

 

APM สายสีทองวิ่งบนทางยกระดับสูงประมาณ 14-17 เมตร ระยะทาง 1.8 กิโลเมตร รุ่น Bombardier Innovia APM 300 เป็นของแคนาดา แต่ผลิตในจีน ใน 1 ขบวนมี 2 ตู้ ความจุ 137 คน/ตู้ (นั่ง 19 คน ยืน 118 คน) ความเร็วสูงสุด 80 กิโลเมตร/ชั่วโมง เลี้ยววงแคบด้วยรัศมีวงเลี้ยว 22 เมตร ไต่ทางลาดชันได้ 10% ราคารถไฟฟ้าประมาณ 200 ล้านบาท/ขบวน

 

APM ในสนามบินสุวรรณภูมิวิ่งในอุโมงค์ใต้ดินยาวประมาณ 1 กิโลเมตร รุ่น Siemens Airval เป็นของเยอรมนี แต่ผลิตในออสเตรีย ใน 1 ขบวนมี 2 ตู้ ความจุ 105 คน/ตู้ (นั่ง 8 คน ยืน 97 คน) ความเร็วสูงสุด 80 กิโลเมตร/ชั่วโมง เลี้ยววงแคบด้วยรัศมีวงเลี้ยว 30 เมตร ไต่ทางลาดชันได้ 10-12% ราคารถไฟฟ้า 248 ล้านบาท/ขบวน

 

จะเห็นได้ว่า APM สายสีทอง และ APM ในสนามบินสุวรรณภูมิมีขีดความสามารถใกล้เคียงกัน  ดังนั้นจากนี้ไปจึงต้องติดตามดูกันว่า APM จะช่วยสร้างสีสันให้ระบบรถไฟฟ้าในเมืองไทยได้มากน้อยแค่ไหน??
 

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน