บิ๊กป้อมลอยลำ นั่งหัวหน้าใหม่พปชร. เปิดรายชื่อกก.บห.ไร้ชื่อ 2 คนสำคัญ

Publish 2020-06-27 16:28:50


ที่ประชุมสามัญ พรรคพลังประชารัฐ  ล่าสุด  มีมติเลือก   พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ  เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ โดยเป็นการเสนอเพียงชื่อเดียวในการพิจารณา   ขณะที่  นายอนุชา นาคาศัย  ทำหน้าที่เลขาธิการพรรค   นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ เป็นนายทะเบียนพรรค  และ  ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์  เป็นเหรัญญิกพรรค   ขณะที่รายชื่อกรรมการบริหารอีก 23 คน  ประกอบด้วย   นายสันติ พร้อมพัฒน์ , นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ,  นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ,  นายสมศักดิ์ เทพสุทิน , นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์  , ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ,  นายวิรัช รัตนเศรษฐ ,นายไพบูลย์ นิติตะวัน 

 

นอกจากนี้ยังมี  นายสุชาติ ชมกลิ่น ,  นายอิทธิพล คุณปลื้ม ,  นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ,  นายสุพล ฟองงาม ,  นายพงษ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ ,  นายชาญวิทย์ วิภูศิริ ,  นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ , นายนิโรธ สุนทรเลขา ,  นายไผ่ ลิกค์ ,  นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ , นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ,  นายสุรชาติ ศรีบุศกร ,  นายนิพันธ์ ศิริธร , น.ส.ประภาพร นายอัศวเหม ,  และนายสกลธี ภัททิยกุล 

 





ขณะที่  นายอุตตม สาวนายน  และ นายสนธิรัตน์  สนธิจิรวงศ์  อดีตหัวหน้าพรรค  และ เลขาธิการพรรค   ซึ่งไม่มีรายชื่อร่วมอยู่ในกรรมการบริหารพรรค  ยืนยันจะทำงานในฐานะรัฐมนตรีต่อไป   และปล่อยให้การพิจารณาปรับ ครม. เป็นการตัดสินใจของ นายกรัฐมนตรี   พร้อมปฏิเสธเรื่องการลาออกจากพรรค เมื่อถูกสื่อตั้งคำถาม โดยกล่าวเพียงสั้น ๆ ว่า ขอเป็นกำลังใจให้กับกรรมการบริหารชุดใหม่

 

ขณะที่ข้อบังคับพรรคใหม่  กำหนดให้หัวหน้าพรรคการเมืองมีอำนาจแต่งตั้งกรรมการบริหารอื่นของพรรคการเมือง  ที่ได้รับเลือกเป็นรองหัวหน้าพรรคการเมือง จำนวนไม่เกิน 9 คนพร้อมกับมอบหมายอำนาจหน้าที่ โดยหัวหน้าพรรคมีหน้าที่และอำนาจถอดถอนรองหัวหน้าพรรคออกจากตำแหน่งหรือเปลี่ยนแปลงหน้าที่ที่ได้รับมอบอำนาจหรือมอบหมาย และมีอำนาจถอดถอนผู้อำนวยการพรรคหรือ เปลี่ยนแปลงหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย

 

 

 




ก่อนหน้านั้น  นายอุตตม สาวนายน   ในฐานะรักษาการหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)  เป็นประธานประชุมใหญ่สามัญพรรค    มีวาระการเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่  ตามข้อบังคับการประชุม  พร้อมการลงคะแนนเลือก หัวหน้าพรรคใหม่ และการเปิดโฉมโลโก้พรรค  รอบที่ 3  เป็นรูปวงกลม  โดยมีชื่อพรรคอยู่ภายในกรอบวงกลมเพื่อสื่อแสดงถึงความมีพลังแห่งความสามัคคี ความร่วมมือ ร่วมใจของประชาชน ร่วมพัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้า มั่นคง และยั่งยืน  ส่วนแถบสีแดง สีขาวและสีน้าเงินคราม ของกรอบวงกลม หมายความว่าเป็นการรวมพลังความสามัคคีของทุกคนในชาติให้เป็นหนึ่งเดียวปราศจากความขัดแย้ง    

 

 

โดยนายอุตตม  ซึ่งไม่ได้เสื้อโลโก้พรรค เช่นเดียวกับนายสนธิรัตน์      ระบุว่า ตนเองมาทำหน้าที่รักษาการหัวหน้าในการประชุมใหญ่สามัญของพรรคพลังประชารัฐ ตามระเบียบและความรับผิดชอบ และเมื่อถามว่ารู้สึกเสียใจหรือไม่ ถ้าไม่ได้ทำหน้าที่หัวหน้าพรรคต่อ นายอุตตม  ปฏิเสธที่จะตอบคำถามนี้ โดยกล่าวแต่เพียงว่าขอประชุมก่อน ยังไม่ได้คิดอะไร วันนี้มาทำหน้าที่รักษาการหัวหน้าพรรค

 


ขณะที่  นายไพบูลย์ นิติตะวัน  รักษาการรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ    เปิดเผยว่า  ขั้นตอนการคัดเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่   ภายหลังการเปิดประชุมจะมีการเสนอชื่อผู้ที่จะมาเป็นหัวหน้าพรรค ก่อนลงคะแนนออกเสียงเลือกหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค  จากนั้นจะเป็นการลงคะแนนเสียงซึ่งจะเป็นการลงคะแนนลับ เมื่อผลการลงคะแนนเสียงออกมา  จะถือว่ามีผลในการปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่วันที่ที่ประชุมใหญ่สามัญของพรรคมีมติ หลังจากนั้นหัวหน้าพรรคจะทำการแต่งตั้งรองหัวหน้าพรรคไม่เกิน 5 คนและตามด้วยการแต่งตั้งคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ประจำพรรค

 

 


ทั้งนี้วัตถุประสงค์การเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่  เพื่อจะให้คณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่มีความเป็นเอกภาพ   มีความเป็นหนึ่งเดียวกัน มีความสามัคคีเพื่อที่จะช่วยให้การบริหารงานของพรรคพลังประชารัฐเป็นไปด้วยความมั่นคงเติบโต  เพื่อสนับสนุนการทำหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ ส.ส. รวมทั้งสนับสนุนการทำหน้าที่ของพล.อ. ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม 

 

 

 

นอกจากนี้ นายไพบูลย์  ยังกล่าวถึงการไปพบพล.อ.ประวิตร ที่มูลนิธิป่ารอยต่อ 5 จังหวัดนั้น  เป็นเพียงไปเทียบเชิญเพื่อให้ท่านมาเป็นหัวหน้าพรรค แต่ตามกระบวนการต้องมีการเลือกจากที่ประชุมใหญ่ตามขั้นตอน ไม่ใช่ว่าไปตกลงอะไรกันที่ไหนแล้วจะได้เป็นหัวหน้าพรรค ทุกอย่างต้องเป็นไปตามข้อบังคับพรรค พร้อมย้ำว่าพล.อ.ประวิตรไม่ได้อยากมาเป็นหัวหน้าพรรคตั้งแต่แรก แต่เป็นเพราะถูกเชิญจาก ส.ส. พรรคพลังประชารัฐ ให้มาทำหน้าที่สำคัญดังกล่าว

 

 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

กองบรรณาธิการข่าว
ข่าวด่วน โดยสำนักข่าวทีนิวส์

;