มติเห็นชอบแจกชิมช็อปใช้รอบใหม่ คนละ 3,000 บาท ใช้จ่ายในร้านค้าทั่วไปซึ่งเปิดให้ร้านสะดวกซื้อ

มติเห็นชอบแจก"ชิมช็อปใช้"รอบใหม่ คนละ 3,000 บาท ใช้จ่ายในร้านค้าทั่วไปซึ่งเปิดให้ร้านสะดวกซื้อ

Publish 2020-09-02 16:01:31


วันที่ 2 กันยายน 2563 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายดนุชา พิชยนันท์ รองเลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงผลการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) หรือ ศบศ. ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ว่า ที่ประชุม ศบศ. มีมติเห็นชอบมาตรการจ้างงานสำหรับบัณฑิตจบใหม่ปีการศึกษา 2562-2563 เป้าหมายจำนวน 2.6 แสนคน ระยะเวลา 12 เดือน ( 1 ตุลาคม 2563 – 30 กันยายน 2564) โดยรัฐจ่ายเงินสมทบให้กับนายจ้างไม่เกินร้อยละ 20 ของค่าจ้าง  กรอบวงเงินงบประมาณ 23,476 ล้านบาท  แบ่งเป็น จ้างงานบัณฑิต ระดับปริญญาตรี ไม่เกิน 7,500 บาท, ปวส. ไม่เกิน 5,750 บาท และ ปวช. ไม่เกิน 4,700 บาท ภายใต้เงื่อนไขนายจ้างต้องไม่ลดพนักงานเกินร้อยละ 15 โดยจะนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบต่อไป  ทั้งนี้ที่ประชุม ยังเห็นชอบให้จัดงาน JOB EXPO 2020 ในเดือนกันยายน 2563 เพื่อจ้างงานจำนวนไม่ต่ำกว่า 1 ล้านตำแหน่ง
 

 



นายดนุชา กล่าวว่า  ที่ประชุม ศบศ. ยังมีมติเห็นชอบมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายรอบใหม่ ‘ชิมช็อปใช้’ เพื่อลดค่าครองชีพประชาชน และกระจายรายได้ให้กับผู้ประกอบการรายย่อย  อาทิ  หาบเร่ แผงลอย  โดยมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายรอบใหม่นี้ จะมอบให้คนละ 3,000 บาท  ผู้ได้สิทธิจะนำเงินไปใช้กับร้านค้าหาบเร่ แผงลอยที่ลงทะเบียน ในระบบ โดยการซื้อของจะเป็นแบบร่วมจ่าย คือ ผู้ซื้อจ่าย 50% และรัฐจ่ายให้ 50%  งบประมาณรวม 45,000 ล้านบาท คุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการต้องมีสัญชาติไทย อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ใช้จ่ายในร้านค้าทั่วไปซึ่งเปิดให้ร้านสะดวกซื้อ ห้างสรรพสินค้า เข้าร่วมโครงการฯ ด้วย สำหรับสินค้าอุปโภคและบริโภค เช่น อาหาร และเครื่องดื่ม ยกเว้นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และโทรศัพท์มือถือ ผ่านแอปพลิเคชั่น ‘เป๋าตังค์’ คาดว่าจะทำให้มีเงินหมุนในระบบเศรษฐกิจ 90,000 ล้านบาท
 
ทั้งนี้ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำรายละเอียดคุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการฯ ทั้งประชาชนที่ใช้สิทธิ์ และร้านค้าที่จะเข้าร่วมโครงการ และให้นำเสนอที่ประชุม ศบศ. เพื่อเห็นชอบในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า โดยคาดว่า โครงการฯ จะเริ่มได้ในเดือนตุลาคม 2563 นี้
 
“จุดประสงค์ของโครงการฯ เป้าหมายหลักต้องการให้ผู้ที่ได้ผลกระทบจาก โควิด-19 และร้านค้าตัวเล็ก หาบเร่ แผงลอยจริง ๆ ดังนั้น จึงกำหนดวงเงินในการใช้แต่ละวัน 100-250 บาทต่อวัน ระยะเวลาใช้เงิน 3 เดือน”
 
นายดนุชา กล่าวและว่า ที่ประชุม ศบศ.  ยังเห็นชอบการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศเพิ่มเติม ภายใต้โครงการเราเที่ยวด้วยกัน แบ่งออกเป็น 2 แนวทาง ได้แก่  เพิ่มสิทธิให้ผู้ลงทะเบียน จำนวน 3 สิทธิ  ได้แก่ (1.) เพิ่มส่วนลดค่าที่พักร้อยละ 40 จำนวน 10 คืนต่อคน, เพิ่มคูปองอาหารต่อการท่องเที่ยว สูงสุดมูลค่า 900 บาทต่อวัน โดยหากท่องเที่ยวในวันจันทร์-พฤหัสบดี จะอุดหนุน 900 บาท ขณะที่วันศุกร์-อาทิตย์ จะอุดหนุน 600 บาท และ ให้เงินคืนค่าตั๋วเครื่องบินจำนวน 2,000 บาทต่อที่นั่ง โดยเริ่มดำเนินการนับตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2563

 



นอกจากนี้ยังเห็นชอบในหลักการให้ข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง และพนักงานรัฐวิสาหกิจ (ข้าราชการ 2 ล้านคน รัฐวิสาหกิจ 2 แสนคน) สามารถลาพักผ่อนในวันธรรมดาเพิ่มได้ 2 วัน โดยไม่ถือเป็นวันลา เมื่อลงทะเบียนและใช้สิทธิในแพ็คเกจเราเที่ยวด้วยกัน  เพื่อส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวในวันธรรมดา เพิ่มความถี่การพักค้าง และกระตุ้นการใช้จ่ายกลุ่มที่มีศักยภาพ รวมทั้งดึงดูดกลุ่มผู้มีกำลังซื้อ อาทิ ข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง และพนักงานรัฐวิสาหกิจ ให้ออกเดินทางท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้น สำหรับผู้สูงอายุที่มีกำลังซื้อแต่ไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีได้ให้พิจารณาจัดทำคูปอง หรือ บัตรสมาร์ทการ์ด เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว ทั้งนี้ต้องนำเข้าสู่ที่ประชุม ครม. เห็นชอบต่อไป

ด้าน ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha โพสต์ข้อความว่า เมื่อช่วงเช้าผมเข้าประชุม ศบศ. และได้เห็นชอบเรื่องสำคัญหลายเรื่องครับ ทั้งหมดจะเร่งให้เข้าที่ประชุม ครม. เพื่อพิจารณาและสรุปรายละเอียดอีกครั้งหนึ่งครับเรื่องแรกเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ ผมได้เห็นชอบให้มีการเพิ่มสิทธิให้ผู้ลงทะเบียนโครงการเราเที่ยวด้วยกัน และเห็นชอบในหลักการให้ข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง และพนักงานรัฐวิสาหกิจ สามารถลาพักผ่อนในวันธรรมดาเพิ่มได้ 2 วัน โดยไม่ถือเป็นวันลา เมื่อลงทะเบียนใช้สิทธิ

เรื่องที่สองเห็นชอบมาตรการส่งเสริมการจ้างงานสำหรับผู้จบการศึกษาใหม่ ตั้งแต่ระดับป.ตรี , ปวส. และปวช. จำนวน 260,000 อัตรา โดยมีอัตราค่าจ้างตามวุฒิการศึกษา 9,400 - 15,000 บาท/เดือน โดยวางกรอบระยะเวลาการจ้างงาน 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2564

เรื่องที่สาม ได้เห็นชอบในหลักการมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายเพื่อช่วยลดค่าครองชีพของประชาชน ส่งเสริมการบริโภค และช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยทั่วไปโดยรัฐบาลจะช่วยค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน จำนวนประมาณ 15 ล้านคน และกลุ่มร้านค้าที่จะเข้าร่วมโครงการโดยมุ่งเน้นไปที่ร้านค้ารายย่อย หาบเร่ แผงลอย อีกประมาณ 80,000 แห่ง ผ่านกลไกกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ของรัฐบาล
ขอให้พี่น้องประชาชนรอฟังรายละเอียดผ่านช่องทางของรัฐบาลในเร็วๆ นี้ต่อไปนะครับ

ส่วนบ่ายวันนี้ผมและทีมงานจะเดินทางลงพื้นที่ไปพบชาวสุโขทัย #น้ำท่วมสุโขทัย ใน ต.คลองกระจง และ ต.ท่าทอง พร้อมนำกำลังใจและความห่วงใยไปมอบให้แก่พี่น้องที่ได้รับความเดือดร้อน .. ผมขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนมีแรงสู้ และเราจะช่วยกันเป็นกำลังใจให้กันและกัน ผ่านทุกวิกฤตที่เกิดขึ้นนี้ไปด้วยกันครับ

 

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน