อ.แก้วสรร แจง 5 ข้อ ทำไม ประชาคมธรรมศาสตร์ ต้องค้านมธ.ปล่อยเพนกวินจัดม็อบ

อ.แก้วสรร แจง 5 ข้อ ทำไม ประชาคมธรรมศาสตร์ ต้องค้านมธ.ปล่อยเพนกวินจัดม็อบ

Publish 2020-09-11 16:15:22


สืบเนื่องจากการที่ นายพริษฐ์ ชีวารักษ์ หรือ เพนกวิน รวมถึง น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ รุ้ง และ นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือ ไมค์ ระยอง  ตัวแทนกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม ออกมาเคลื่อนไหว นัดหมายชุมนุมใหญ่ในวันที่ 19  ก.ย.  2563 โดยใช้ชื่อกิจกรรม "19 กันยา ทวงคืนอำนาจราษฎร" พร้อมระบุว่าจะเป็นการรวมตัวข้ามวันข้ามคืน กระทั่งต่อมา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  ออกแถลงการณ์ไม่อนุญาตให้กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมใช้พื้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ จัดกิจกรรมได้จนกว่าจะได้มีการปฏิบัติตามประกาศโดยถูกต้อง

 


(คลิกอ่านข่าวประกอบ :  ประชาคมธรรมศาสตร์ นัดรวมตัวค้าน รับไม่ได้เพนกวิน ใช้มธ.ปลุกปั่น คุกคามสถาบันฯ  ) 



ล่าสุด นายแก้วสรร อติโพธิ อดีตสมาชิกวุฒิสภา ในฐานะศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แถลงจุดยืนพร้อมเชิญชวนศิษย์เก่าร่วมลงนาม ระงับการใช้พื้นที่ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เพื่อการชุมนุมในวันที่ 19 ก.ย.นี้ โดยเตรียมเข้ายื่นเรียกร้องไปยังกรรมการสภามหาวิทยาลัยและผู้บริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ต้องพิจารณาการใช้พื้นที่ของผู้ชุมนุมในครั้งนี้ ในวันที่ 15 ก.ย.นี้ เวลา 16.00 น.   

 

 

โดยนายแก้วสรร กล่าวว่า กลุ่มศิษย์เก่าธรรมศาสตร์ที่ได้ลงนาม มีความเห็นชัดเจนว่านักศึกษา "กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม" ไม่มีความโปร่งใสและความรับผิดชอบ รวมถึงความสามารถที่จะจัดการชุมนุมได้โดยสงบตามที่กล่าวอ้าง  จึงต้องการให้ผู้ เกี่ยวข้องรับผิดชอบพิจารณา พร้อมระบุถึงร่างเหตุผล 5 ข้อ  อาทิ การแถลงยืนยันของกลุ่มผู้ชุมนุมว่าจะเปิดชุมนุมนักศึกษาและประชาชนหนึ่งวันหนึ่งคืนก่อนเดินขบวนไปยังทำเนียบรัฐบาลซึ่งคาดว่ามีคนเข้าร่วมถึง 40,000 คนนั้น จะขัดต่อข้อกฏหมาย พ.ร.บ.ชุมนุมหรือไม่ พร้อมเปรียบเทียบถึงเหตุการณ์ 14 ตุลาว่าในขณะนั้นยังไม่มีกฎหมายฉบับนี้  และมองว่า การใช้สถานที่ของนักศึกษา ที่ต้องเข้ามาชุมนุมในพื้นที่ของสถานศึกษาก็เพื่อเลี่ยงกฎหมาย  

 

ส่วนกรณีที่บอกว่าจะชุมนุมโดยสงบนั้น นายแก้วสรร มองว่าเป็นการชุมนุมสงบแต่ปาก เพราะเห็นว่าที่ผ่านมามีการปลุกปั่นมาอย่างยาวนานบนโลกออนไลน์ ก่อนรวมตัวกันจริงๆบนท้องถนน จึงยากที่จะเชื่อหรือว่าคาดหวังในความสงบหรือการเจรจาตามวิถีทางประชาธิปไตย  รวมถึงไม่มีการกลั่นกรองข้อมูล  เป็นม็อบที่ฉาบฉวย  มีมาตรฐานต่ำกว่าประชาธิปไตย  ต้องการจะเทมวลชนกดดันให้เกิดความรุนแรงคล้ายกับเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ  พร้อมถามม็อบหากเกิดความรุนแรงจะสามารถดูแลความปลอดภัยกลุ่มผู้ชุมนุมได้หรือไม่ เพราะที่ผ่านมาไม่เห็นเลยว่าจะมีความสามารถในการนำควบคุมหรือจัดการคุ้มครองผู้ชุมนุม เห็นมีแต่ความสามารถทางวาทกรรม   

 

 



 

 

 

ทั้งนี้เหตุผล  5 ข้อ  ในการปฏิเสธคำขอใช้พื้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  เพื่อการชุมนุมทางการเมือง  มีรายละเอียดดังนี้

1.เป้าประสงค์ โดยกล่าวถึงจุดยืนของนักศึกษา ที่ยืนยันว่าจะชุมนุม 1 วัน 1 คืน จากนั้นจะเดินขบวนไปยังทำเนียบรัฐบาลตัวเลขโดยประมาณอยู่ที่ 40,000 คนขึ้นไป เพื่อ"ต่อสู้สร้างแผลให้เผด็จการอย่างไม่รู้ลืม" และสัญญาว่า " พี่น้องจะไม่กลับมือเปล่าอย่างแน่นอน "

2.สงบแต่ปาก ศิษย์เก่ามองว่าขบวนที่จะมารวม เป็นมวลชนแห่งความจงเกลียดจงชัง ที่ผ่านการปลุกปั่นมายาวนานในโลกไซเบอร์ เมื่อออกจากทวิตเตอร์มารวมตัวกันบนท้องถนนจะก้าวร้าว จนยากที่จะเชื่อว่ามีความสงบและการเจรจากันคามวิถีประชาธิปไตยได้

3.สุ่มเสี่ยงสูงสุด มองว่านักศึกษากลุ่มนี้ยังไม่มีความสามารถในการนำ ควบคุม จัดการ คุ้มครอง ผู้ชุมนุมได้ มีแต่ความสามารถทางวาทะกรรม โดยเฉพาะการวางแผนว่าจะนำขบวนไปทำเนียบรัฐบาลก็ยิ่งน่าห่วงว่าจะได้เห็นร่างวีรชนต้องจากไปอีกหลายสิบคนเหมือนเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ

4.ไว้วางใจไม่ได้ กลุ่มศิษย์เก่าเห็นว่าเป็นไปไม่ได้ที่นักศึกษากลุ่มนี้จะมีการนำและการจัดการโดยอิสระ แทนที่จะประกาศรวมตัวให้ปรากฎเป็น "แนวร่วมต่อต้านผด็จการ" ที่โปร่งใสชัดเจน ชัดทั้งการนำและอิสระทางการเมืองตลอดจนที่มาของค่าใช้จ่ายและจุดแห่งชัยชนะที่ต้องการ พวกเขากลับดันให้เด็กนักศึกษาไม่กี่คนมาออกหน้า เนื่องจากกฎหมายชุมนุมสาธารณะได้ยกเว้นไม่ให้นำมาตรการตรวจสอบมาใช้กับการชุมนุมในสถานศึกษา จนเปิดช่องให้มีการวางแผนเลี่ยงกฎหมาย โดยขอจัดชุมนุมในมหาวิทยาลัยซ่องสุมกำลังก่อน แล้วยกขบวนออกไปนอกมหาวิทยาลัย

5.ธรรมศาสตร์มีส่วนร่วมด้วยไม่ได้ ศิษย์เก่าเห็นว่าคำขอจัดชุมนุครั้งนี้ไม่สุจริต ไม่โปร่งใส ไม่มีความสามารถและความรับผิดชอบที่ต่ำกว่ามาตรฐานประชาธิปไตย จนไม่อาจรับรองให้ชุมนุมโดยอิสระในสถานศึกษาได้
 

 

 

รวมถึงยังมองว่ากลุ่มนักศึกษาเหล่านี้ต้องกล้าที่จะประกาศรวมตัวให้ปรากฏเป็น "แนวร่วมต่อต้านเผด็จการ" ที่โปร่งใสชัดเจน เป็นอิสระทางการเมือง  มากกว่าการถูกชักนำด้วยบุคคลอื่นที่ดันให้เด็กนักศึกษาไม่กี่คนออกหน้า เพื่อเลี่ยงข้อกฎหมายการชุมนุมสาธารณะที่ได้ยกเว้นไว้ จึงเชื่อว่าจะต้องมีผู้อยู่เบื้องหลังม็อบเยาวชนกลุ่มนี้แน่นอน

 

 

 

อย่างไรก็ตามนายแก้วสรร กล่าวย้ำว่า เผด็จการไม่ได้มีแค่ในทหาร แต่เผด็จการ สามารถ อยู่ในกลุ่มคนในบริบท อื่นๆ ได้ อาทิ การไม่รับฟังความเห็นต่าง หรือ ยอมรับสิทธิ์คนอื่น ก็เรียกว่าเผด็จการได้เช่นกัน  ทั้งนี้ตนไม่ปฏิเสธความเห็นหรือการปราศรัย แต่การใช้สิทธิ์ชุมนุมแบบนี้ อาจทำให้ประเทศชาติเสียหาย

 

 

 

 

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน