ทีนิวส์คว้ารางวัลชมเชยสุดยอดข่าวอาชญากรรมแห่งปี 2559 – 2560 สาขาโทรทัศน์ข่าวเชิงสืบสวนสอบสวน

"ทีนิวส์"คว้ารางวัลชมเชยสุดยอดข่าวอาชญากรรมแห่งปี 2559 – 2560 สาขาโทรทัศน์ข่าวเชิงสืบสวนสอบสวน

Publish 2018-03-16 18:11:49

ภายหลังจากนายศิโรจน์ มิ่งขวัญ นายกสมาคมนักข่าวอาชญากรรมแห่งประเทศไทย ประกาศผลการตัดสินรางวัลสุดยอดข่าวอาชญากรรมแห่งปี 2559 – 2560 ซึ่งคณะกรรมการประกอบด้วย

ผศ.ดร.พจนา ธูปแก้ว คณะวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ผศ.นุชรินทร์ ศศิพิบูลย์ อาจารย์พิเศษประจำแขนงวารสารศาสตร์ สาขานิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎจันทรเกษม

ผศ.ดร.กาญจนา มีศิลปวิกกัย คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม

อาจารย์โสภณ กัณหะเสน จากสาขาวิชาวารสารศาสตร์คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

ผศ.ดร.ณัฐนันท์ ศิริเจริญ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ

ผศ.ดร.อรดล แก้วประเสริฐ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

ผศ.ดร.วรลักษณ์ วงศ์โดยหวัง ศิริเจริญ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร

และนายจักษุ ตะกรุดแก้ว นักวิชาการอิสระด้านสื่อสารมวลชน โดยมีรายนามผู้เข้ารับรางวัลดังนี้

สาขาโทรทัศน์ ข่าวเชิงสืบสวนสอบสวน

ชนะเลิศอันดับ 1 ข่าวสืบพยานแพะระนอง ของไทยรัฐทีวี

ชนะเลิศอันดับ 2 ข่าวปริศนาวิสามัญ 2 ศพ ที่รือเสาะ ของ TNN 24

ชนะเลิศอันดับ 3 ข่าวส่วยแรงงานต่างด้าว ของสปริงค์นิวส์

*** รางวัลชมเชย *** ข่าวตรวจสอบวัดพระธรรมกาย ของสำนักข่าวทีนิวส์ ผลงานของนายธราวุฒิ ฤทธิอักษร ผู้สื่อข่าว ตอน"ทีนิวส์เปิดโปงอารามปริสุทโธแหล่งกบดาน(ธัมมชโย) ผงะ!! พบหลักฐานสำคัญอื้อ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 



ว่าด้วยเรื่องของการเข้าตรวจค้นอารามปริสุทโธ ซึ่งก่อนหน้านี้ทางสำนักข่าวทีนิวส์ได้รับเบาะแสถึงสถานที่ดังกล่าว จึงส่งทีมข่าวลงพื้นที่ไปเก็บข้อมูล และค้นหาข้อมูลในเชิงลึก จนเชื่อได้ว่าอาจจะมีความเชื่อมโยงกับวัดพระธรรมกายดังที่ถูกกล่าวอ้าง

กว่า 3 เดือน ที่ทางสำนักข่าวทีนิวส์ได้เกาะติดความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับอารามปริสุทโธ และที่ผ่านมาทางสำนักข่าวได้ส่งรายละเอียดต่างๆไปให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จนนำมาสู่การเข้าตรวจค้น

โดยทางดีเอสไอได้เปิดปฏิบัติการตรวจค้นอารามปริสุทโธ เมื่อวันอาทิตย์ ที่ 11กุมภาพันธ์ 2560 ที่ผ่านมา แม้ว่าจะไม่พบตัวผู้ต้องหา แต่ทางเจ้าหน้าที่นั้นก็พบเอกสารสำคัญหลายประการ ที่สำคัญไปกว่านั้นนอกจากเจ้าหน้าที่จะพบเอกสารสำคัญต่างๆ

รวมทั้งทางเจ้าหน้าที่ยังตรวจพบเสื้อยืดแขนยาวสีเหลือง จำนวน 2 ตัว คล้ายกับที่พระไชยบูลย์ฯ เคยสวมใส่ ซึ่งจากการซักถามผู้ดูแลสถานที่อ้างว่าเป็นที่พักของพระมหาสมชายฯ แต่ทางเจ้าหน้าที่นั้นยังไม่ปักใจเชื่อ

ภายหลังจาก พ.ต.อ. ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ เปิดเผยความคืบหน้าการติดตามตัวพระไชยบูลย์ สุทธิผล (พระธัมมชโย) อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ผู้ต้องหาหลบหนีตามหมายจับร่วมกันฟอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ว่าขณะนี้ฝ่ายสืบสวนของดีเอสไอและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้จัดชุดสืบสวนหาตัวพระธัมมชโยแล้ว

โดยเบื้องต้นมีผู้แจ้งเบาะแสมาที่ดีเอสไอถึงสถานที่ในเครือข่ายวัดพระธรรมกายในประเทศไทย ที่คาดว่าพระธัมมชโยจะไปหลบซ่อนตัวอยู่หลายแห่ง หนึ่งในนั้นเป็นสถานที่ที่เคยมีผู้แจ้งเบาะแสมานานแล้ว และอยู่นอกพื้นที่ควบคุมตามประกาศ ม.44 ซึ่งดีเอสไออยู่ในระหว่างพิสูจน์ทราบ และรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอให้ศาลอนุมัติหมายค้นโดยเร็วที่สุด

กระทั่งในวันที่ 12 มีนาคม 2560 เวลา 06:30 น. ทีมข่าวสเปเชี่ยลรีพอร์ตทีนิวส์ ลงพื้นที่พร้อมกับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอและเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อตรวจสอบ"อารามปริสุทโธ" ซึ่งตั้งอยู่ที่ถนนมงคลเศรษฐี ซอยเอราวัณ 19 (อู่เด็ดดี) ตำบลคลองสาม อำเภอ คลองหลวง จังหวัดปทุมธานี

นอกจากนี้ยังพบชาวบ้านกำลังทำการเกษตรบริเวณใกล้เคียงอารามปริสุทโธอีกด้วย กระทั่งทีมข่าวเดินทางมาถึงอารามปริสุทโธ ลักษณะอารามดังกล่าวเป็นอารามที่มีรั้วรอบขอบชิด โดยรั้วกั้นเป็นกำแพงอิฐสีส้ม ดูจากภายนอกเหมือนบ้านประชาชนที่มีฐานะทั่วไป

อย่างไรก็ตามจากการสังเกตของทีมข่าวพบว่าบริเวณภายในอารามดังกล่าวมีการก่อสร้างลักษณะคล้ายรีสอร์ท ด้านในมีสระน้ำ โครงสร้างสถาปัตยกรรมต่างๆ ก็ไม่มีส่วนใดปลูกสร้างเหมือนอารามทั่วไป พร้อมกันนี้ด้านหน้าประตูทางเข้าอารามปริสุทโธ มีป้ายข้อความซึ่งระบุว่าสร้างถวายโดยคุณพ่อสกล และคุณแม่อาเตียง กัลสอง วัชรศรีโรจน์ และพี่น้องญาติมิตร

ขณะที่นายธนเดช ค้ำจุนวลี อายุ 45 ปี คนงานที่ทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยภายในอารามปริสุทโธเปิดเผยกับทีมข่าวสเปเชี่ยลรีพอร์ตว่าตนเองอาศัยที่อารามปริสุทโธแห่งนี้กว่า 3 ปีแล้ว โดยอารามหลังนี้ใช้ในการทำกิจกรรมสวดมนต์ของวัดพระธรรมกายเท่านั้น

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามนายธนเดชว่าเคยเห็นพระธัมมชโย เดินทางเข้ามายังอารามปริสุทโธหรือไม่ นายธนเดช ระบุว่า "ไม่เคยเห็นแม้แต่ครั้งเดียว แต่เคยเห็นพระสงฆ์ของวัดพระธรรมกายเดินทางมาสวดมนต์ที่นี่บ่อยครั้ง บางรูปก็มาจำวัดที่นี่ แต่หลังจากวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 จนถึงปัจจุบันยังไม่พบพระสงฆ์และฆราวาสเดินทางเข้ามายังอารามปริสุทโธแต่อย่างใด"

จากการเดินสำรวจของทีมสเปเชี่ยลรีพอร์ตทีนิวส์ภายในอารามปริสุทโธบนเนื้อที่กว่า 10 ไร่ มีอาคารรวม 8 หลัง พบว่าภายในอาคารแต่ละหลังมี เตียงนอน หมอน ผ้าห่ม ราวตากผ้า รวมทั้งมีห้องน้ำในตัวอาคารแทบทุกหลัง เจ้าหน้าที่ดีเอสไอได้นำกำลังเข้าตรวจค้นภายในอารามปริสุทโธนานกว่าสองชั่วโมงพบว่ารอบอารามปริสุทโธ มีกล้องวงจรปิดจำนวน 7 ตัว ติดอยู่โดยรอบ

คาดว่าจะเป็นการตรวจตราบุคคลเข้าออก และรักษาความปลอดภัยภายในอารามปริสุทโธ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดอายัดเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดไว้ตรวจสอบข้อมูลในเชิงลึกต่อไป

และจากปฏิบัติการตรวจค้นนานกว่า 2 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ดีเอสไอได้พบกับเอกสารสำคัญหลายประการ รวมทั้งทางรองอธิบดีดีเอสไอก็เปิดเผยว่าสถานที่ดังกล่าวนี้อาจจะเป็นสถานที่ที่ใช้สำหรับวางแผนของเครือข่ายวัดพระธรรม

 

 

 

 

 

 

 


โดยตลอดระยะเวลาของการตรวจค้นมี พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีดีเอสไอ ได้เดินทางมาร่วมสังเกตการณ์ด้วย และภายหลังการตรวจค้นเสร็จสิ้นลง รองอธิบดีดีเอสไอได้เปิดเผยกับทีมข่าวสเปเชี่ยลรีพอร์ตทีนิวส์ว่า

"การลงพื้นที่ตรวจค้นในครั้งนี้ได้รับการอนุญาตจากศาลให้นำมาค้นศาลจังหวัดธัญบุรี ที่ 54/2560 ลงวันที่ 11 มีนาคม 2560 แม้ว่าล่าสุดจะไม่ยังพบตัวผู้ต้องหาคือพระไชยบูลย์ สุทธิผล (พระธัมมชโย) อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย แต่ทางเจ้าหน้าที่ตรวจพบเอกสารสำคัญบางประการ

อทิ เอกสารเกี่ยวกับการให้ข่าวสื่อมวลชนของตำรวจ เอกสารเกี่ยวกับการถวายฎีกาคำขอคุ้มครองชั่วคราว คำให้การของพระมหาสมชาย ฐานวุฑโฒ และเอกสารอื่นๆ ที่ห้องนอนของตึก 2 ชั้น

ภายในสถานที่ตรวจค้นน่าเชื่อว่าเป็นสถานที่ประชุมวางแผนเครือข่ายธรรมกาย นอกจากนั้นยังพบเสื้อยืดแขนยาวสีเหลือง จำนวน 2 ตัว คล้ายกับที่พระไชยบูลย์ฯเคยสวมใส่ อยู่ในห้องดังกล่าว จากการซักถามผู้ดูแลสถานที่อ้างว่าเป็นที่พักของพระมหาสมชายฯ และมีพระผู้ใหญ่รูปอื่นมาพักบ้าง

ทั้งนีมีพิธีมอบรางวัลสุดยอดข่าวอาชญากรรมแห่งปี 2559 – 2560 ซึ่งมีกำหนดเข้ารับรางวัลในวันที่ 16 มีนาคม 2561 ณ ห้องประชุม L&L ชั้น 6 บริเวณลิฟท์แก้ว ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี ราชดำริ

หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการมอบรางวัล นายธราวุฒิ ฤทธิอักษร ผู้สื่อข่าวประจำสำนักข่าวทีนิวส์ ได้เปิดใจกับทีมข่าวถึงรางวัลที่ได้รับว่า "ก่อนอื่นต้องกราบขอบพระคุณ คุณสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม อดีตผู้อำนวยการสำนักข่าวทีนิวส์ คุณฉัตรชัย ภู่โคกหวาย อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวทีนิวส์ และ คุณกิ่งการะเกด ชื่นฤทัยในธรรม กรรมการผู้จัดการสำนักข่าวทีนิวส์

ที่มีมอบโอกาสให้กระผมได้ทำในสิ่งที่รักมาตลอด 5 ปี นับเป็นโอกาสครั้งสำคัญในชีวิต โดยในชีวิตของเด็กธรรมดาคนหนึ่งไม่คาดคิดว่าจะมีโอกาสมาร่วมงานกับผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง มาร่วมเกาะติดคดีประวัติศาสตร์ที่สังคมให้ความสนใจและจับตามองมากที่สุดคดีหนึ่ง

วินาทีแรกที่ทราบว่าต้องลงพื้นที่ตีแผ่ข้อเท็จจริง ส่วนตัวคิดว่าจะนำเสนอข้อเท็จจริงให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และไม่ได้มีความวิตกกังวลใดๆ คิดเพียงว่าทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด..ก็แค่นั้น

แต่วันนั้นสิ่งที่ทำมันกลับกลายเป็นพลังผลักดันให้เราก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง เพราะคิดว่าสิ่งที่ทำทั้งหมดนั้นจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและส่วนรวม

ท้ายที่สุดคงต้องมอบรางวัลนี้ให้กับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งเบื้องหน้าเบื้องหลัง ไม่ว่าจะเป็นช่างภาพ โปรดิวเซอร์ ตัดต่อ ฯลฯ รางวัลนี้นับเป็นกำลังใจให้สำนักข่าวทีนิวส์ในการมุ่งมั่นทำหน้าที่สื่อมวลชนที่ดีต่อไป"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ธราวุฒิ ฤทธิอักษร

ติดตามข่าวอื่นๆ