‘ซีพีเอ็น’ เผยกลยุทธ์การตลาดระดับโลก “World Elite  Tourism” ครั้งแรก  ปั้นลักชูรี่แฟล็กชิพแบรนด์ใหม่ “เซ็นทรัล ภูเก็ต”

‘ซีพีเอ็น’ เผยกลยุทธ์การตลาดระดับโลก “World Elite Tourism” ครั้งแรก ปั้นลักชูรี่แฟล็กชิพแบรนด์ใหม่ “เซ็นทรัล ภูเก็ต”

Publish 2018-08-30 15:43:11


     เจาะตลาดท่องเที่ยวโลก ดึงดูด Quality Tourists
- พลิกโฉมใจกลางภูเก็ตเป็นย่านดาวน์ทาวน์เทียบราชประสงค์เติมเต็มภูเก็ตเป็น One of A Kind Beach Lifestyle Destination
เพื่อตอบโจทย์การพักผ่อนชายทะเลและช็อปปิ้งลักชูรี่แห่งแรกและแห่งเดียวในเอเชีย
- จับกลุ่มนักท่องเที่ยวกลุ่มมิลเลนเนียลชาวเอเชีย ‘Rich AsianMillennials’, นักท่องเที่ยวชาวยุโรปใช้จ่ายสูง ‘European High
Spenders’ และนักธุรกิจที่เดินทางประชุม ‘Bluxury’ ด้วย World Features ระดับโลกที่ไม่เคยมีมาก่อน
- คาดยอดใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวที่ศูนย์ฯ เพิ่มขึ้นอย่างน้อยเท่าตัวกรุงเทพฯ (30 ส.ค. 61) – วันนี้ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอ็น ประกาศกลยุทธ์ “World Elite Tourism” กลยุทธ์การตลาดดึง Quality Tourist ทั่วโลกครั้งแรก ปั้น “เซ็นทรัล ภูเก็ต” ศูนย์การค้าที่เป็นลักชูรี่แฟล็กชิพแบรนด์ใหม่ล่าสุด หนุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวภูเก็ตโต คาดเงินสะพัดหมุนเวียนกว่า 30,000 ล้านบาท ลุยเจาะเซ็กเมนต์นักท่องเที่ยวโลกด้วยงบรวม 3,000 ล้านบาท รับกระแสเทรนด์ นักท่องเที่ยวกลุ่มมิลเลนเนียลชาวเอเชีย ‘Rich Asian Millennials’, นักท่องเที่ยวชาวยุโรปที่ใช้จ่ายสูง ‘European High Spenders’ และ นักธุรกิจเดินทางประชุม ‘Bluxury’ สร้าง ‘Super Magnet’ ด้วยฟีเจอร์ระดับโลกที่ไม่เคยมีมาก่อน พร้อมจัดทัพ ‘World Playlist’ งานอีเว้นท์ยิ่งใหญ่ระดับโลก และเตรียมผลักดันภูเก็ตให้เป็น ‘WORLD-CLASS MICE CITY’ สร้างรายได้ให้ประเทศได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนพลิกโฉมใจกลางภูเก็ตเป็นย่านดาวน์ทาวน์และแลนด์มาร์คของโลกเทียบย่านราชประสงค์ ตั้งเป้าเพิ่มยอดใช้จ่ายนักท่องเที่ยวในศูนย์ฯให้เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว นางสาววัลยา จิราธิวัฒน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา เผยว่า
“ซีพีเอ็นเล็งเห็นถึงความแข็งแกร่งของจังหวัดภูเก็ตในการเป็นเสมือนเมือง ที่เป็นตัวแทนประเทศไทยในการต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่คาดว่าใน 2-3 ปี จะมีนักท่องเที่ยวเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 20 ล้านคน เราจึงปั้น‘เซ็นทรัล ภูเก็ต’ เป็นลักชูรี่แฟล็กชิพแบรนด์ใหม่ซึ่งมีมูลค่าโครงการรวมกว่า 20,000 ล้านบาท โดยใช้กลยุทธ์ ‘World Elite Tourism’เพื่อสอดรับกับความต้องการของกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เป็นผู้ชี้นำเทรนด์ท่องเที่ยวของโลกในปัจจุบัน ซึ่งเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ (Quality Tourists) โดยใช้งบ 3,000 ล้านบาท ผ่านกลยุทธ์ 3 แกนหลัก ได้แก่ การสร้าง Super Magnet, สร้าง World Playlistงานอีเว้นท์ยิ่งใหญ่ระดับโลก, และผลักดันภูเก็ตเป็น WORLD-CLASS MICE CITY”

 



      คุณวัลยา กล่าวเสริมว่า “สำหรับกลยุทธ์ที่ 1) การสร้าง Super Magne นั้น เซ็นทรัล ภูเก็ต จะเป็นจุดหมายปลายทางไลฟ์สไตล์เมืองชายทะเลระดับโลกแห่งแรกและแห่งเดียวในเอเชีย (The Magnitude of Luxury & Leisure Resort
Shopping Destination ) ที่รวบรวมทุกจุดแข็งที่จะสร้างความแตกต่างจากศูนย์การค้าอื่นๆในเมืองชายทะเลทั่วโลกซึ่งจะมีจุดเด่นเพียงบางอย่าง แต่ที่เซ็นทรัล ภูเก็ตจะมีครบทุกแม่เหล็กดึงดูดไว้ในโครงการเดียว ทั้งโครงการศูนย์การค้า ลักชูรี่แบรนด์เพื่อตอบรับกำลังซื้อลูกค้าระดับบนเทียบเท่าศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี รวมถึงแอทแทรคชั่นหนึ่งเดียวในโลก ซึ่งทั้งหมดนี้จะเป็นจิ๊กซอว์ที่จะช่วยเติมเต็มให้ภูเก็ตเป็นเมืองตากอากาศชายทะเลที่ครบและสมบูรณ์ ตอบโจทย์ทุกวัตถุประสงค์การเดินทาง
เช่นเดียวกับสิงคโปร์ ที่มีเซนโตซา, มารีน่า เบย์ และ ธีมปาร์คต่างๆ”“ส่วนกลยุทธ์ที่ 2) การสร้าง World Playlistงานอีเว้นท์ยิ่งใหญ่ระดับโลกอย่างต่อเนื่องสร้างแลนด์มาร์คของประเทศด้วยการจัดอีเวนท์ในระดับนานาชาติ อาทิงาน Grand Opening ยิ่งใหญ่ระดับโลก เทศกาลดนตรีนานาชาติภูเก็ต  (Phuket International Music Festival) และเทศกาลเคาท์ดาวน์ระดับโลกประจำภูเก็ต (Phuket International Countdown 2019) ซึ่งจะทำให้เซ็นทรัลภูเก็ตเป็นแลนด์มาร์คของจังหวัดภูเก็ตเทียบชั้นย่านราชประสงค์ นอกจากนี้ เรายังได้รังสรรค์เมนูอาหารสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่หาทานได้เฉพาะที่เซ็นทรัลภูเก็ตเท่านั้น หรือ Phuket Menu (Exclusive Menu Only At Central Phuket) โดยทางศูนย์ฯ ได้ร่วมมือกับพันธมิตรร้านอาหารส่งเสริมชื่อเสียงของอาหารภูเก็ต และกลยุทธ์ที่ 3) การผลักดันภูเก็ตเป็น WORLD-CLASS MICE CITY ด้วยการเสริมความแข็งแกร่งให้กับจังหวัดภูเก็ต ให้เป็น “The World’s #1
Preferable Choice for MICE Tourism” ด้วยแผนการสร้างศูนย์การประชุมและจัดแสดงสินค้านานาชาติขนาดใหญ่กว่า 6,000 ตร.ม. และโรงแรมมาตรฐานสากลเพื่อหนุนตลาดอุตสาหกรรมไมซ์ให้ภูเก็ตเป็นเมืองไมซ์ระดับโลกที่คนทั่วโลกชื่นชอบที่สุดอย่างแท้จริง”

 



           “เราเชื่อว่า เซ็นทรัล ภูเก็ตจะเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกอย่างแท้จริงและจะช่วยเพิ่มปริมาณของนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพให้ใช้จ่ายในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย ผลักดันเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของภูเก็ตเกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนไปทั่วจังหวัด สร้างเงินสะพัดในประเทศเพิ่มขึ้นกว่า30,000 ล้านบาทต่อปี ผ่านทางศูนย์การค้า คอนเวนชั่นฮอลล์ โรงแรมแอทแทร็คชั่น ระบบโลจิสติกส์เพื่อสร้างรายได้ให้ประเทศได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน” คุณวัลยา กล่าว“สำหรับกลุ่มเป้าหมายของศูนย์การค้าซึ่งเป็นกลุ่มที่มีอิทธิพลต่อการท่องเที่ยวของโลก ประกอบด้วย 3 กลุ่ม ได้แก่ 1) กลุ่ม Rich Asian Millennials(ริช เอเชี่ยน มิลเลนเนียล) นักท่องเที่ยวกลุ่มมิลเลนเนียลชาวเอเชีย อาทิชาวจีน, เกาหลี, ญี่ปุ่น, ไต้หวัน, ฮ่องกง, สิงค์โปร์, มาเลเซีย เป็นต้น
โดยเป็นกลุ่มวัยทำงานที่มีแนวโน้มมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุน้อย โดย Asian Millennials มีจำนวนถึง60% ของ มิลเลนเนียลทั่วโลกซึ่งขณะนี้ทั่วโลกมีประชากรมิลเลนเนียลประมาณ 70 ล้านคนซึ่งมีช่วงอายุตั้งแต่ 20-35 ปี พร้อมที่จะใช้จ่ายเงินกับการท่องเที่ยวเพื่อซื้อประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ที่แตกต่าง ชอบความหวือหวา ชื่นชอบการช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนม

          สำหรับกลุ่มที่ 2 คือ กลุ่ม European High Spendersนักเดินทางชาวยุโรป ที่ใช้จ่ายสูง เช่น รัสเซีย เยอรมัน และ อังกฤษ
ซึ่งเน้นการพักผ่อนในระยะยาว (Long Stay) ชื่นชอบในสินค้าไทยของที่ระลึกของฝาก และ เรื่องราวที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมไทยความเป็นโลคอล และ 3) กลุ่ม Bluxury (Business + Luxury)นักธุรกิจที่เดินทางไปในต่างประเทศเพื่อการประชุม สัมมนา หรือ
Incentive Trip ซึ่งเป็นกลุ่มนักธุรกิจที่มีรายได้สูง พักผ่อนแบบพรีเมี่ยมอาจเดินทางมาด้วยตนเองหรือพาครอบครัวมาด้วยและมีแนวโน้มในการขยายเวลา การเดินทางเพื่อพักผ่อนส่วนตัวเพิ่มขึ้นซึ่งทั้ง 3 กลุ่มนี้ ถือเป็นผู้ชี้นำเทรนด์ท่องเที่ยวของโลกในอีก 2-3 ปีข้างหน้าที่จะมีส่วนผลักดันอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของโลกให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด” คุณวัลยากล่าวนายปกรณ์ พรรธะแพทย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานปฏิบัติการบมจ. เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า “สำหรับเซ็นทรัล ภูเก็ตเราโฟกัสที่ตลาดทัวริสต์อย่างชัดเจนที่สุดด้วยการแบ่งสัดส่วนลูกค้าต่างชาติและลูกค้าคนไทยถึง 50:50 ซึ่งเป็นศูนย์ฯแรกที่โฟกัสนักท่องเที่ยวในสัดส่วนที่สูงมากทำให้เราแยกส่วนของแผนกการตลาดการท่องเที่ยวหรือทัวริสต์มาร์เก็ตติ้ง(Tourist Marketing) ให้เป็นแผนกใหม่ออกมาอย่างชัดเจน พร้อมสร้างTourist Big Data เชื่อมโยงกับฐานลูกค้า ‘สมาชิก The 1 Tourist’ที่เข้าถึงลูกค้าต่างชาติทั่วโลกกว่า 700,000 คน และสร้าง CRM ให้เกิดการ cross sellingในกลุ่มนักท่องเที่ยวทั่วโลกกับศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าในเครือกลุ่ม เซ็นทรัลที่มีอยู่ทั่วโลก” “ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ภูเก็ตตอบรับการท่องเที่ยวที่เน้นความหรูหราและการพักผ่อนหย่อนใจเข้าด้วยกัน (Luxury & Leisure) สมกับแนวคิด “Central Phuket - The WorldComes to Play” จับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพในทุกทัชพอยท์ตั้งแต่การจองตั๋ว การวางแผนการเดินทางมาสู่การเข้ามาสัมผัสประสบการณ์ในศูนย์การค้าผ่านทางฟีเจอร์ต่างๆโดยงาน Grand Opening วันที่ 10 ก.ย. 2561 เราได้นำเอาโชว์สุดพิเศษ360° Innovative Live Performance โดยคณะ Creativivaจากประเทศแคนาดา มาแสดงโชว์ชุด “Star Catcher”เป็นครั้งแรกของโลกที่เซ็นทรัล ภูเก็ต ร่วมด้วยการสร้างความ Authentic  Local Immersion ด้วย Tales of Thailandจำลองสะท้อนวิถีชีวิตความเป็นไทยทั่วทุกภาคของประเทศที่ใหญ่ที่สุดไว้ในที่เดียวในศูนย์การค้า   อีกทั้งยังมีไฮไลท์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวอย่างตรงจุดทังความชอบและ ความศรัทธา อาทิ Durian Pavilion (ศาลาทุเรียน)ซึ่งเป็นโซนพิเศษที่เปิดขึ้นมาที่แรกในโลกเพื่อมอบประสบการณ์การทานผลไม้เมืองร้อนอย่างทุเรียน, ศาลพระตรีมูรติรูปหล่อปิดทองคำแท้ เช่นเดียวกับที่เซ็นทรัลเวิลด์สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่สักการะบูชาแก่ทั้งชาวภูเก็ตนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติร่วมด้วยห้องรับรองพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวที่มีบริการส่วนตัวพิเศษยิ่งขึ้นด้วยการเลือกสรรผลิตภัณฑ์สกินแคร์และบอดี้แคร์จากแบรนด์หาญ (HARNN) และเครื่องหอมจากวุฒิ (Vuudh) กลิ่น Phuket
ที่จะเติมเต็มบรรยากาศให้ยิ่งสุนทรีย รวมถึงลิ้มลองชาสมุนไพรใบหม่อนออร์แกนิครสชาตินุ่มนวลจาก ธิชา (Tichaa) ให้ผู้ใช้บริการได้ผ่อนคลายอย่างไม่เคยสัมผัสมาก่อนโดยเราตั้งเป้าที่จะเพิ่มยอดใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวด้วยการเพิ่มฟีเจอร์และแอทแทรคชั่นให้กับเซ็นทรัล ภูเก็ต” คุณปกรณ์ กล่าวศูนย์การค้าเซ็นทรัล ภูเก็ต มีมูลค่าการลงทุน 20,000 ล้านบาท บนพื้นที่111 ไร่ พื้นที่โครงการรวม 400,000 ตร.ม.เป็นเมกะโปรเจ็กต์ระดับโลกที่ประกอบด้วย ศูนย์การค้าและลักชูรี่แบรนด์ชั้นนำระดับโลก ร่วมด้วยแอทแทรคชั่นหนึ่งเดียวในโลก อาทิ Tales of Thailand (เทลส์ ออฟไทยแลนด์) จำลองบรรยากาศวิถีชีวิต
ความเป็นไทยในศูนย์การค้าที่ใหญ่ที่สุด, Tribhum (ไตรภูมิ)ประสบการณ์การผจญภัยเสมือนจริงแบบ 3Dในโลกแฟนตาซีวอล์คทรูแห่งแรกของโลกโดยจะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในเดือนพฤศจิกายน 2561, และAquaria (อควาเรีย) อควาเรียมรูปแบบใหม่ครั้งแรกในประเทศไทยพร้อมให้สัมผัสกับความมหัศจรรย์ของมหาสมุทรและความลึกลับของแม่น้ำและสัตว์กว่า 25,000 ตัว จะเปิดให้บริการไตรมาสแรก 2562รวมไปถึงศูนย์การประชุมนานาชาติ และโรงแรมมาตรฐานระดับโลก
            นอกจากนี้ยังเป็นการผนึกกำลังครั้งสำคัญของธุรกิจหลักในเครือกลุ่มเซ็นทรัลทั้งห้างเซ็นทรัลที่ลักชูรี่เทียบเท่าเซ็นทรัล ชิดลม ที่มีถึง 4 ชั้น,ซูเปอร์สปอร์ต, เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์, พาวเวอร์บาย, บีทูเอส, ออฟฟิตเมท,แฟมิลี่ มาร์ท, เอส เอฟ เอ็กซ์ ซีเนม่า พร้อมด้วยแบรนด์สินค้าตั้งแต่ระดับลักชูรี่แบรนด์ บริดจ์ไลน์แบรนด์ ไลฟ์สไตล์แบรนด์และร้านอาหาร รวมทั้งสิ้นกว่า 400 ร้านค้า



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

อนันต์ คนกาญจน์

ติดตามข่าวอื่นๆ