เศร้า น้ำตาไหล!! ลูก 3 คน ทิ้งพ่อแม่แก่ชรา เผชิญชีวิตสุดแร้นแค้น ชนิดไม่มีเงินติดตัวสักบาท!! (มีภาพ)

Publish 2016-07-04 13:52:17


วันที่ 4 ก.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้พบผู้ใช้เฟสบุ๊ค ชื่อว่า "ข้าวปั้น ณ.เสร็น" โพสต์ข้อความเรื่องราวการช่วยเหลือ 2 ผู้เฒ่า ซึ่งข้อความระบุว่า "คุณตากับคุณยายไม่มีอะไรเลยค่ะ แม้แต่เงินก็ไม่มี โทรศัพท์มือถือ-ไฟฟ้า ก็ไม่มีใช้ เวลาคุณยายเจ็บป่วยคุณตาต้องไปยืมโทรศัพท์เพื่อนบ้านโทรให้รถมารับ ตากับยายอยู่กันแค่ 2 คน มีที่นอนเก่า ๆ ขาด ๆ บ้านก็พอบังแดดได้ แต่เวลาฝนตกตากับยายต้องหาที่หลบฝน เพราะหลังคามันรั่วเยอะ เสื้อผ้าก็ไม่มีใส่ อาหารก็ไม่มีกิน ตาเป็นคนพิการทางด้านการเคลื่อนไหว ก่อนกลับเลยซื้อนม ซื้ออาหารไว้ให้แกพอกินไปก่อน บ้านทำนบ ต.เทนมีย์ อ.เมือง จ.สุรินทร์ ใครอยากช่วยไปช่วยได้น่ะค่ะ หรือบริจาคเป็นสิ่งของ เครื่องใช้ก็ได้ค่ะ"

 


 
ผู้สื่อข่าวจึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่บ้านทำนบ ต.เทนมีย์ อ.เมือง จ.สุรินทร์ ซึ่งต้องเดินทางเข้าไปในป่าลึก เกือบ 1 กิโลเมตร ไปถึงพบเป็นกระท่อมไม้เก่าทรุดโทรมใกล้พุพัง เสี่ยงทลายได้ทุกเมื่อ พอบังแดดได้ แต่ไม่สามารถกัน ฝน-ลมได้ หลังคามีรูรั่วทั้งหลัง ฝาบ้านใช้สังกะสีเก่าๆมาแปะไว้ แต่ก็ไม่สามารถต้านแรงลมและแรงฝนที่สาดเข้ามาได้ บริเวณรอบๆบ้านไม่มีแม้แต่โอ่งเก็บกักน้ำไว้กิน ไว้ใช้ ที่หลับที่นอนผุพังเสื่อมโทรมมากเพราะยามฝนตก ข้างในบ้านก็จะเปียกทุกอย่าง อุปกรณ์ประกอบอาหารมีเพียงหม้อเก่าๆ ไว้ทำกิน ส่วนเครื่องปรุง ข้าวสาร อาหารแห้ง ก็มักจะโดนมือดีโขมยไปหมดจนไม่เหลืออะไร มีวิทยุพลังงานแสงอาทิตย์ 1 เครื่อง และพบคุณตา ชื่อนายเลือย ทองใสศร อายุ 66 ปี กำลังใช้ วอร์คเกอร์ อลูมิเนียม เดินไปหาวัสดุหุงหาอาหาร โดยก่อไฟจากเตาถ่าน ในแต่ละวัน นางอำนวย สูงเจริญ อายุ 62 ปี จะออกไปรับจ้างเกี่ยวหญ้าให้วัวของเพื่อนบ้าน ได้วันละ 100 บาท หากวันไหนไม่มีงาน ก็จะมานั่งเหลาทางมะพร้าวเพื่อจำหน่ายในกิโลกรัมละ 14 บาท 1 เดือนได้ประมาณ 1-2 กิโลกรัม และนายเลือย ทองใสศร จะออกไปหว่านปลาในสระเพื่อมาจำหน่ายและทำกินในครัวเรือน เสร็จจากหว่านปลา จะนั่งสานแหเพื่อจำหน่าย ได้ผืนละ 600  บาท

 



ต่อมาทาง ทีมอาสาสมัคร สมาคม วี.อาร์. กู้ชีพสุรินทร์ ข้าวของเครื่องใช้ และที่นอนใหม่ ที่รับมาจาก ผู้ใจบุญที่ร่วมบริจาคมาเปลี่ยนให้ใหม่แทนที่ตัวเก่าซึ่งโทรมมากแล้ว และนำผ้าใบมาคลุมหลังคาให้ พอกันฝนได้ จากนั้น ทีมอาสาสมัคร สมาคม วี.อาร์. กู้ชีพสุรินทร์ ได้รวบรวมเงินเพื่อช่วยเหลือตายายได้จำนวนหนึ่ง เพื่อไว้ใช้ในชีวิตประจำวัน
 

 

นางสาวจิราพร แสนเมือง พนักงานวิทยุสื่อสาร สมาคมวีอาร์กู้ชีพสุรินทร์(ผู้พบเห็นคนแรก) กล่าวว่า เมื่อวันนั้น คุณตาได้ยืมโทรศัพท์เพื่อนบ้านโทรไปขอความช่วยเหลือจาก โรงพยาบาลสุรินทร์ ว่าคุณยายป่วยหนักทางโรงพยาบาลก็เลยสั่งการให้ตนไปรับ พอมาถึงจุดหมายกลับหาบ้านผู้แจ้งไม่เจอ ตนวนหาตั้งหลายรอบจนถอดใจแจ้งไปทางโรงพยาบาลว่า ไม่พบบ้านผู้แจ้ง พอดีขากลับตนเห็นผู้ชายสูงวัยยืนอยู่ข้างถนน จึงได้หยุดรถสอบถามหาบ้านที่ผู้แจ้งระบุไว้ หลังจากได้สอบถามถึงรู้ว่า ผู้ชายคนนี้แหล่ะที่เป็นผู้แจ้งเอง ตนก็เลยได้คุณตาปั่นจักรยานนำทางมาบ้าน ซึ่งอยู่ลึกเข้าไปในป่า และพบคุณยาย ซึ่งกำลังนอนป่วยหนัก ตนจึงนำส่งโรงพยาบาล แต่คุณตา ได้ขอว่าไม่ต้องไปโรงพยาบาลได้ไหม เพราะความจน ถึงขนาดไม่มีเงินติดตัวสักบาท แต่ตนก็พยายามหาทางช่วยเต็มที่ โดยการขอความร่วมมือจากทีมอาสากู้ภัย คนละเล็กละน้อย ช่วยค่าอาหารคุณตา หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจแล้ว ตนและเพื่อนๆที่ได้ไปเห็นสภาพบ้านของ 2 ผู้เฒ่าแล้ว จึงปรึกษากันเพื่อหาทางช่วยเหลือ และวันนี้ก็ได้รับบริจาคของหลายอย่างจากสื่อสังคมออนไลน์ มาให้ 2 ตายาย ได้ประทังชีวิต

 


นางอำนวย สูงเจริญ อายุ 62 ปี เล่าว่า วันไหนที่ฝนตก ตนก็จะเข้าไปหลบอยู่ใต้เตียงนอน ซึ่งบริเวณในบ้านจะเปียกหมด แม้กระทั่งที่นอนเองก็เปียกเพราะหลังคามีรูรั่วไม่มีชิ้นดีเลย ตนรู้สึกกลัวมากเมื่อฝนตกหนักและมีลมแรงๆ ในวันนี้มีน้องๆจากอาสากู้ภัยสุรินทร์มาช่วยเหลือตน ตนรู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างมาก ซึ่งในชีวิตไม่เคยได้รับความช่วยเหลือจากใครมาก่อน ตนมีลูกอยู่ 3 คน ตั้งแต่เรียนจบ ลูกๆก็เข้าไปทำงานที่กรุงเทพทั้งหมด ไม่เคยติดต่อมาหาตนเลย ตนอยู่ที่นี่มาหลายสิบปีแล้ว บ้านเลขที่ก็ไม่มี ไฟฟ้า - น้ำ ก็ไม่มีใช้ ตนต้องเดินทางระยะไกลเพื่อไปขนน้ำมากิน - ใช้ ซึ่งไปแต่ละครั้งก็เอามาได้แค่ไม่กี่ขวด เพราะสุขภาพของตน ก็ชรามากแล้ว ส่วนตาโดนรถจักรยานยนต์ชนขาหักเมื่อหลายปีก่อน สภาพ ออดๆ แอดๆ เดินเหินไม่สดวก และเจ็บปวดบ้างเป็นบางครั้ง เวลาเจ็บปวดก็ใช้ยานวดมาทางบริเวณเจ็บเพื่อบรรเทาอาการ แต่ละวันตนจะออกไปรับจ้างเกี่ยวหญ้าให้วัวซึ่งได้เพียงวันละ 100 บาท แต่ก็ไม่ได้มีงานเป็นประจำ ว่างจากงานเกี่ยวหญ้า ก็จะมานั่งเหลาทางมะพร้าว ซึ่งหนึ่งเดือนจะได้แค่ 1-2 กิโลเท่านั้น จะมีคนมารับซื้อถึงบ้าน กิโลกรัมละ 14 บาท

 

 
นายเลือย ทองใสศร อายุ 66 ปี กล่าวว่า ทุกวันตนจะออกไปหว่านแห หาปลา เพื่อมาประกอบอาหาร และที่เหลือก็จำหน่าย หากได้เยอะก็เหลือขาย ได้เงินประมาณ 60 - 80 บาท ซึ่งตนมีเพื่อนอยู่หมู่บ้านใกล้เคียง เพื่อนตนให้ไปหว่านแหที่สระและให้แบ่งกันกิน เงินที่ใช้ทุกวันก็มาจากการออกไปหาปลามาขาย สานแหขาย ได้ 600 บาท แต่จะใช้เวลานานกว่าจะไปแหมา 1 ผืน และเบี้ยยังชีพของตนจะได้ 1,400 บาท ส่วนของยายได้ 600 บาท

 


 

จึงขอวอนผู้มีจิตศรัทธาช่วยเหลือ หรือบริจาคผ่านบัญชี ชื่อบัญชี นายเลือย ทองใสศร เลขที่บัญชี 664-016059-1 ธนาคารกรุงเทพ สาขา เทสโก้โลตัสสุรินทร์ หรือโทรติดต่อ ผู้ใหญ่าบ้านทำนบ ผู้ใหญ่ตุ้ม โทร 081-976-8577

 

ภาพ / ข่าว : ธนินท์ทัศน์ ภูแก้ว  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.สุรินทร์



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวภูมิภาค

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

พัทธนันท์ รัตนปรีชานันท์